ไลฟ์สไตล์
100 year

ใช้ ม.44 ทําไพรมารี วิษณุเตรียมชง-บิ๊กตู่บอกพร้อมเซ็น

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
23 ส.ค. 2561 05:30 น.
SHARE

ปูสะพายกระเป๋าปูท้าทายให้ตามจับ!

“บิ๊กตู่” งัดมาตรา 44 ผ่าทางตันไพรมารีโหวต “บิ๊กป้อม” ใจเย็นบอกมีเวลาอีกเหลือเฟือ “วิษณุ” ตั้งแท่น คสช.เคาะคลายล็อก-แก้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองแย้มแค่ 1-2 วันเสร็จเตรียมไว้หมดแล้ว สนช.เชียร์ใช้ทางด่วนเคลียร์ กกต.โบ้ยไม่ใช่ต้นเรื่องดันรื้อกฎหมายลูก ปชป.ซัดผู้นำอยากเลือกตั้งวันไหนบอกมา เลิกหลอกชาวบ้านไปวันๆ ขย่ม ครม.สัญจรใต้เลือกปฏิบัติ กั๊กงบฯซ้ำรอย “ทักษิณ” พท.ปูดเจอเตะตัดขาแบ่งเขตเลือกตั้งปั่นป่วนพื้นที่ มทภ.2 ปัดวุ่นไฟเขียวกลุ่มสามมิตรเดินสาย อ้างเป็นเรื่องส่วนบุคคล “ยิ่งลักษณ์” โพสต์อินสตาแกรมชิลๆ สะพายกระเป๋ารูปปู ท้าใครจะตามล่ามาทางนี้

ข่าวแนะนำ

หลังจากทุกฝ่ายรอฟังทางออกในการแก้ปัญหาการทำไพรมารีโหวตจากรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยอมรับว่าเตรียมจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขเปิดทางเพื่อให้การจัดทำไพรมารีโหวตเดินหน้าไปได้ระดับหนึ่ง

นายกฯนั่งหัวโต๊ะกระชับงานมั่นคง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/2561 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการรสมช.รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วม จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่าเป็นการประชุมทำแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง เราเขียนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน และยังหารือเรื่องการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) รวมถึงพูดการรักษาความปลอดภัยทางทะเล เช่น การท่องเที่ยวทางทะเล การค้ามนุษย์ การลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางทะเล ต้องบูรณาการโดยใช้กฎหมายให้สอดคล้องกัน

จับตาพวกใช้โซเชียลป่วนเมือง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมไม่ได้หยิบยกเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาหารือ แต่หน้าที่ของเราคือสร้างความสงบเรียบร้อยให้ประเทศ เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับหลายส่วน ไม่ใช่คนหนึ่งพยายามทำให้สงบ แต่อีกคนหนึ่งไม่ให้เกิดความสงบ ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ติดตามดูทุกกลุ่มว่าอย่าทำให้บ้านเมืองสับสนอลหม่าน เมื่อถามว่าจะดูการเคลื่อนไหวทางโซเซียลมีเดียด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องจับตาดูทุกวัน บางทีขยายความขัดแย้ง โซเชียลฯควรสร้างบทบาทความรับรู้มากกว่าจะสร้างให้คนแบ่งเป็น 2 พวก ต้องประณามคนเหล่านั้นด้วยว่าไม่ใช่ทำให้เกิดความแตกแยก คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นคนกลุ่มไหน การที่จะไปสู่ประชาธิปไตย ต้องสร้างความรับรู้ ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบ แต่เราต้องยอมรับกติกา รัฐบาลต้องทำหน้าที่เพื่อทั้งเสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อย ไม่ว่าจะเป็นของพรรคใดก็ตาม จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านมีหน้าที่ดูแลทั้งสองฝ่าย

ยันต้องทำไพรมารีฯให้ได้ระดับหนึ่ง

เมื่อถามถึงการหารือระหว่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าหารือแนวทางการทำงานมาโดยตลอด สิ่งสำคัญต้องสอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาลและ คสช.ด้วย เรื่องการปลดล็อกและการทำตามกฎหมายการเลือกตั้งทั้งหมด เราบอกไปแล้วว่ามีกำหนดเวลาอยู่แล้ว หากเลยระยะเวลาตามที่ตนกำหนดไว้ จะทำอย่างไร ได้บอกไว้ว่าถ้าเป็นไปได้การเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นเดือน ก.พ.62 ส่วนการทำไพรมารีโหวตต้องทำให้ได้ เพราะเขียนไว้แล้วในกฎหมาย ปีแรกจะมีปัญหาหรือไม่ ต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร ต้องทำให้ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมาย วันหน้าควรจะทำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าวันนี้ไปทำอะไรมากๆ กลายเป็นทำไม่ได้ เลือกตั้งไม่ได้ตามเวลาจะกลับมาที่ตนอีก อยากให้ทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแม็ปเดือน ก.พ. 62 ถือว่าเหมาะสมแล้ว จริงๆเวลายังยืดไปอีก แต่ตนลดให้น้อยที่สุด

รอใช้อำนาจ ม.44 แก้ปัญหา

เมื่อถามว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขการทำไพรมารีโหวตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ก็นี่ไงที่กำลังจะแก้โดยใช้อำนาจผมไม่ใช่หรือ แล้วจะมาถามผมอีกทำไม อะไรที่มีปัญหาผมจะแก้ให้หมด นั่นแหละคือสิ่งที่ผมจะใช้อำนาจตรงนี้ แก้ให้สามารถทำงานได้ อย่างน้อยถ้าไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจะเอาแค่ไหนล่ะ 50, 60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของกฎหมาย นั่นแหละคือประโยชน์ของตรงนี้ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งอย่างที่ทุกคนต้องการ ให้เกิดความสงบสุข กฎหมายเขียนมาอย่างนี้ต้องปรับเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง ผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร อย่าเอารัฐบาล คสช.ไปตรงนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีคนอยู่ตรงกลางได้อย่างไร การเมืองยังไม่ได้เริ่ม ปี่กลองก็เริ่มประโคมกันแล้ว ยังไม่ถึงยก 3 เลย เมื่อถามย้ำว่าตกลงจะใช้มาตรา 44 เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เขายื่นมาเมื่อไหร่ ผมก็เซ็นให้”

“บิ๊กป้อม” ย้ำมีเวลาเหลือเฟือ

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งว่า จะเกิดขึ้นเร็วสุดคือวันที่ 24 ก.พ.2562 ว่าเคยบอกไว้หลายทีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาบอกว่าต้องเป็นเดือน ก.พ.2562 ส่วนที่พรรคการเมืองไม่เชื่อมั่นว่าเป็นไปตามนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเร็วที่สุดแล้ว ไม่เช่นนั้นจะล่าช้าไปอีก และเชื่อมั่นว่ามีเวลาทันเหลือเฟือในการให้แต่ละพรรคการเมืองจัดทำไพรมารีโหวต

แจงเสริมแกร่งทีมโทรโข่ง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแต่งตั้ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้ช่วยโฆษกประจำตัวรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์จะมาช่วยงานด้านความมั่นคงที่ พล.อ.ประวิตรมอบหมาย เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น ปัญหาหนี้นอกระบบ อาชญากรรมข้ามชาติ และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล พล.ต.ต.สุรเชษฐ์จะพูดในภาพรวมความคืบหน้าคดีต่างๆ ประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น จะประสานกับผู้ช่วยโฆษกประจำตัวรองนายกฯ ชี้แจงต่อประชาชนอย่างสม่ำเสมอและเป็นกรณีไป เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตว่าตำแหน่งผู้ช่วยโฆษกประจำตัวรองนายกฯไม่เคยมีมาก่อนนั้น ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่ ครม.เคยมีมติอนุมัติว่ารองนายกฯที่รับผิดชอบกลุ่มงานต่างๆ แต่งตั้งผู้ช่วยโฆษกประจำกลุ่มงานแต่ละฝ่ายได้ งานด้านความมั่นคงมีหลายมิติ จึงจำเป็นต้องให้ผู้มีความเข้าใจด้านกฎหมายมาช่วยอธิบาย

“วิษณุ” ชง คสช.แก้ ก.ม.–คลายล็อก

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงแรมเดอะระวีกัลยาแบงค็อก เวลล์เนส คูซีน รีสอร์ท ถนนกรุงเกษม เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมเสนอทางออกการแก้ไขไพรมารีโหวตให้ คสช.พิจารณา ต้องรอ คสช.กำหนดวันประชุมอีกครั้ง แต่ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนคลายล็อกทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.ช่วง 90 วัน ระหว่างรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ หรือระหว่างเดือน ก.ย.-ธ.ค.จะเป็นการคลายล็อกบางประการ เช่น ให้พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่ได้ หาสมาชิกพรรคได้ ออกความเห็นเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้งได้ และทำไพรมารีโหวตได้ แต่ส่วนอื่นๆยังคงล็อกไว้ การปลดล็อกโดยสิ้นเชิงต้องรออีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้การแก้ไขระบบไพรมารีโหวตต้องแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

แค่ 1–2 วันจบ เตรียมไว้หมดแล้ว

“แนวทางที่จะเสนอให้ คสช.พิจารณา มีทั้งข้อเสนอเดิมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก่อนที่ สนช.จะเปลี่ยนมาเป็นไพรมารีโหวต รวมถึงการทำไพรมารีระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับ เขต ยืนยันไม่ว่า คสช.เลือกแนวทางใดจะใช้เวลาไม่นาน อาจใช้เวลาเพียง 1-2 วัน ในการแก้ไข เพราะเตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว ส่วนคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งที่จะไม่เกิดขึ้นก่อน วันที่ 24 ก.พ.2562 มีความชัดเจนแล้วไม่ต้องตีความ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช้าสุดคือวันที่ 5 พ.ค.2562” นายวิษณุกล่าว

“สุรชัย” เด้งรับเชียร์ใช้วิธีทางลัด

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีนายกฯและ กกต.พูดถึงการเลือกตั้งช่วงเดือน ก.พ.62 ว่า ทุกฝ่ายคาดการณ์ไว้ช่วงระยะเวลานั้น ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อม กฎหมายพรรคการเมืองผ่าน สนช.ไปแล้วเรื่องการทำไพรมารีโหวต แต่มีปัญหาว่าจะทำทันหรือไม่ ผู้มีหน้าที่โดยตรงต้องไปคิดหาทางออก ต้องทำให้ได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่หากทำไม่ได้จริงๆค่อยมาหาทางออกเชื่อว่ามีหลายทาง แต่ต้องไม่ทิ้งหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าการลดสัดส่วนเงื่อนไขการเป็นสาขาพรรค ลดสัดส่วนเงื่อนไขของตัวแทนพรรค เพื่อให้พรรคการเมืองส่งตัวแทนผู้สมัครทำไพรมารีโหวตได้ หรือวิธีขยายกรอบเวลาให้ยาวขึ้น จากรายเขตเป็นรายจังหวัด หรือรายภาค หากต้องแก้กฎหมายเสนอมายัง สนช. เรายินดีพิจารณาให้รวดเร็วด้วยการขอให้พิจารณา 3 วาระ โดยใช้กรรมาธิการเต็มสภา แต่ถ้าจะให้เร็วให้ใช้มาตรา 44

กกต.ปฏิเสธไม่ได้เสนอแก้ ก.ม.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีจะเปลี่ยนวิธีการไพรมารีโหวตว่า ยืนยันว่า กกต.ไม่เคยเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเปลี่ยนวิธีการทำไพรมารีโหวต เพราะได้เตรียมการทำไพรมารีโหวตตามกฎหมายพรรคการเมืองแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ขอให้คลายล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองหาสมาชิกให้ได้ 100 คน เพื่อทำกระบวนไพรมารีโหวตและแบ่งเขตเลือกตั้ง หลังจากที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยไม่ต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ดังนั้น หากเปลี่ยนวิธีทำไพรมารีโหวต ไม่ใช่ข้อเสนอของ กกต. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้นำแนวทางที่แก้ไขจากการทำไพรมารีโหวตแบบเดิมส่งให้ กกต.พิจารณา สำนักงาน กกต.ได้ให้ความเห็นข้อดีข้อเสียแต่ละแนวทางที่ส่งมาเท่านั้น ส่วนการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่จะทำให้ง่ายขึ้น สำหรับพรรคการเมืองหรือไม่ เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องเป็นผู้ตอบ หลายพรรคบอกว่าทำไพรมารีโหวตตามกฎหมายพรรคการเมืองได้

ปชป.ซัดผู้นำเลิกหลอก ปชช.ไปวันๆ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ยืนยันว่า จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 แต่มีเงื่อนไขว่า ถ้าไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้จะพิจารณาอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเป็นวันที่ 24 ก.พ. ตามที่ กกต.ชุดใหม่ระบุ แต่มีเงื่อนไขคือความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทั้งที่รัฐบาลมาจาก คสช.ทำรัฐประหารยึดอำนาจ เข้ามาบริหารเองกว่า 4 ปีแล้ว แต่หัวหน้า คสช.ที่เป็นนายกฯยังพูดถึงความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เท่ากับยอมรับว่า กว่า 4 ปี คสช.ยังไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยเช่นนั้นหรือ อยากบอกสังคมว่า อย่าเพิ่งตั้งความหวัง หรือเชื่อถือคำพูดไปทั้งหมด รัฐบาล คสช.จะจัดเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่อยากให้มาบอกล่วงหน้า แต่อ้างเงื่อนไขต่างๆนานา ที่เลื่อนออกไปได้อีก มันเหมือนกับการหลอกให้ความหวังประชาชนไปเรื่อยๆ หากจริงใจว่าจะพร้อมจัดเลือกตั้งเมื่อใด ขอให้ประกาศกำหนดวันให้ชัดเจน โดยไม่ติดโรคเลื่อน ไม่มีเงื่อนไขต่างๆจะดีกว่า ดีที่สุดคือรัฐบาล คสช.ต้องปลดล็อกพรรคการเมืองก่อน อย่ารอความพร้อมของพรรคการเมืองที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ให้กลับมาเป็น นายกหรือรัฐบาลต่อในอนาคต เพราะพรรคการเมืองส่วนใหญ่ขณะนี้ต่างพร้อมกันหมดแล้ว รอเพียงการปลดล็อกทางการ

อัดเลือกปฏิบัติซ้ำรอย “ทักษิณ”

นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลงพื้นที่ ครม.สัญจรที่ จ.ชุมพรและระนอง แต่ยังไม่อนุมัติหลักการแผนพัฒนาและโครงการที่ 11 ผวจ.ภาคใต้ร้องขอว่า แปลกใจเมื่อเทียบการประชุม ครม.สัญจรพื้นที่อื่น กลับอนุมัติในหลักการและงบประมาณโครงการที่กลุ่มการเมืองหรือ ผวจ.ร้องขอ เช่น จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก ทราบว่าโครงการ 11 ผวจ.ภาคใต้นำเสนอ รวมกว่า 200,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลไม่มีงบฯให้ ระบุว่ามีแผนจะอนุมัติให้ 40,000 ล้านบาท อ้างเพียงว่าขอรับไว้ศึกษาก่อน เปรียบไปแล้วไม่ต่างจากรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่เคยใช้นโยบายว่าจังหวัดไหนเลือกเราดูแลก่อน เลือกปฏิบัติหรือไม่ ทั้งที่จังหวัดภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศเป็นลำดับต้นๆ

“เทพไท” สับเกาไม่ถูกที่คัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าจากการศึกษาและติดตามผลการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ จ. นครศรีธรรมราชไม่ได้รับการอนุมัติแผนงานหรือโครงการพัฒนาตามที่ประชาชนต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการขยายถนนสี่เลนจากทางหลวง 41 แยกหนองดี ไปตลาดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ที่เกิดอุบัติเหตุเกือบทุกวัน แต่รัฐบาล คสช.ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา ทั้งที่เป็นถนนสายสำคัญเชื่อมผ่าน จ.กระบี่ พังงาและภูเก็ต กลับไปให้ความสำคัญเรื่องอื่น แก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คัน เพราะรัฐบาลไม่มีตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะนำเสนอข้อมูลความต้องการที่ประชาชนต้องการที่แท้จริง

พท.ปูดเจอแบ่งเขตเตะตัดขา

ด้านนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เจ้าของฉายา (หัวเขียง) กล่าวถึงการดูดอดีต ส.ส.ภาคอีสาน ไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯอีกครั้งว่า ผู้สมัครที่เขาได้ไปส่วนใหญ่เป็นพวกแถวสองแถวสามไม่เคยเป็น ส.ส. ส่วนอดีต ส.ส.ที่เข้าร่วมแม้เคยเป็นพวกแถวหนึ่ง แต่ขณะนี้เป็นยาหมดอายุ ใช้การไม่ได้แล้ว ที่คุยว่าจะชนะเลือกตั้งเท่านั้นเท่านี้เป็นเพียงราคาคุย เพื่อหวังปั่นหุ้นและกลุ่มการเมืองที่ออกตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ส่งซิกไปยังผู้มีอำนาจเกี่ยวกับการจัดเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ประโยชน์ จนการแบ่งเขตบิดเบี้ยวไปหมดจากที่ควรแบ่งเขตเป็นวงกลม หรือสี่เหลี่ยมเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ กลับแบ่งเขตเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว หัวเขตท้ายเขตห่างกันถึง 100 กิโลเมตรก็มี ทั้งยังพยายามสร้างความขัดแย้งให้เกิดกับพรรคเพื่อไทย เช่น บางจังหวัดที่เรามีอดีต ส.ส.หลายเขต จะนำเขตมารวมกันให้ต้องเลือกว่าใครจะได้ลงสมัคร ส.ส.สร้างปัญหาให้เราต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่เราบริหารจัดการภายในพรรคได้ ไม่ส่งผลกระทบกับการจัดตัวผู้สมัคร

บี้ ป.ป.ช.เอาจริงอย่า 2 มาตรฐาน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่าในฐานะอดีตกรรมาธิการงบประมาณพิจารณาโครงการก่อสร้าง 396 โรงพักและติดตามการตรวจสอบการทุจริตโครงการ บรรยากาศในการพิจารณาทุกพรรคการเมืองเห็นชอบโครงการนี้ ด้วยความเห็นใจข้าราชการตำรวจที่ต้องทำงานในโรงพักที่เก่าแก่ และเห็นใจประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการ ไม่อยากให้ ป.ป.ช.และสังคมหลงประเด็นการตรวจสอบการทุจริต เพราะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการทุจริต ภาพการก่อสร้างโรงพักที่ไม่เสร็จตามสัญญา เป็นอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศประจานอยู่ ไม่น่าจะยากเกินกำลัง ป.ป.ช.ตรวจสอบหาผู้ทุจริต ถ้าจะเอาจริงไม่สองมาตรฐาน

“อนุทิน” ลั่นไม่ได้ใช้กึ๋นเป็นฝ่ายค้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยผ่านรายการริงไซด์การเมือง ถึงแนวทางในการทำงานของพรรคในอนาคต ว่า แม้สำนักข่าวจะมองตรงกันว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้ร่วมรัฐบาล 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้รัฐบาลมีจำนวนตัวเลขในสภาที่เข้มแข็ง แต่ในยุคตน การร่วมรัฐบาลไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่หมายถึงพรรคต้องได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการพัฒนาประเทศ หรือได้ทำนโยบายที่หาเสียงไว้ ตรงนี้ สำคัญที่สุด หากผิดไปจากนี้ เราขอทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไปตรวจสอบรัฐบาลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติดีกว่า

มทภ.2 ปัดไฟเขียวสามมิตรเดินสาย

ที่โรงแรมนภาลัย จ.อุดรธานี พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ความได้เปรียบทางการเมือง หลังกลุ่มสามมิตรอ้างชื่อแม่ทัพภาคที่ 2 ไฟเขียวให้เคลื่อนไหวทางการเมืองได้ ว่า ไม่มีไฟเขียว เขาดำเนินการในส่วนของเขา ถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลในการไปมาหาสู่ การพบปะตามปกติ ยืนยันว่าหากกลุ่มสามมิตรทำผิดต้องถูกจัดการ ต้องดูที่เจตนาการปฏิบัติ เรามีเจ้าหน้าที่ติดตามกลุ่มการเมืองอยู่ ส่วนที่ตนถูกอ้างชื่อนั้นได้แจ้งหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ไปแล้ว สำหรับกระแสข่าวมีนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 พูดคุยกับนักการเมืองให้สนับสนุนรัฐบาล คสช.เป็นเรื่องส่วนตัวอาจรู้จักกันอยู่ เป็นทำนองนั้นมากกว่า

ใส่ร้ายผ่านโซเชียลเจอโทษอาญา

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยกร่างระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีตัวแทน กสทช. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วม เพื่อกำหนดกรอบการควบคุมการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย โดยช่วงต้นนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมด้วย ภายหลังการประชุมเกือบ 3 ชั่วโมง พ.ต.อ.จรุงวิทย์เปิดเผยว่าหลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้จะออกระเบียบรองรับได้ทันที เนื้อหาจะกำหนดขอบเขตการหาเสียงของพรรคการเมือง ผู้สมัครหรือผู้ใดทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าจะดำเนินการในลักษณะใดได้บ้าง โดยต้องแจ้งต่อ กกต.ล่วงหน้า และต้องรับผิดชอบเนื้อหาไม่ให้ใส่ร้าย ที่จะเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษค่อนข้างรุนแรง ผู้เสียหายร้องเรียนมายัง กกต.ได้ กกต.จะแจ้งให้ลบภายใน 1 วัน หากไม่ปฏิบัติตาม กกต.จะลบข้อความเอง ไม่ได้หมายความว่าความผิดจะหายไปด้วย ต้องรับผิดทางอาญา หากมีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จนการเลือกตั้งต้องเสียไป ต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย

กกต.ตั้งวอร์รูมพิเศษมอนิเตอร์

เลขาธิการ กกต.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ประธาน กกต.เป็นห่วงว่าในอนาคตการหาเสียงผ่านโซเชียล มีเดียจะมีบทบาทมากขึ้น จึงหวังให้คณะกรรมการชุดนี้ดูแลเต็มที่ ช่วงที่การเลือกตั้ง จะตั้งวอร์รูมพิเศษ กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวแทนมาคอยมอนิเตอร์เหตุการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

นายกฯจีบฝรั่งเศสร่วมเวทีอาเซียน

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยนายกฯขอบคุณหนังสือจากนายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ยินดีกับความสำเร็จในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี รวมถึงขอบคุณที่เสนอความช่วยเหลือ และยินดีกับทีมชาติฝรั่งเศสที่คว้าชัยชนะในศึกฟุตบอลโลก ไทยประสงค์ให้ฝรั่งเศสร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาภายใต้นโยบายไทยแลนด์บวกหนึ่งและยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา (แอกเมกส์) ขณะที่ปี 62 ไทยจะเป็นประธานประชุมอาเซียน พร้อมต้อนรับหากประธานาธิบดีฝรั่งเศสเดินทางมาเยือนไทย และเพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซียนด้วย

ฝากเยาวชนไปเลือกตั้งกันให้ดี

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้การต้อนรับและให้โอวาทแก่นักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย Thai Youth Choir (TYC) 36 คน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลกครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 8-16 ก.ค.2561 ณ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ส่งผลให้คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทยคว้า 2 เหรียญทอง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าว แสดงความยินดีและชื่นชมว่า ขอแสดงความยินดีแทนคนไทยทั้งชาติที่ทำให้คนไทยมีความสุข นำชื่อเสียงมาให้ประเทศ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะระดับกระทรวง หรือระดับโรงเรียนรวมกันส่งเสริมดูแลต่อไป ท้ายนี้ขอยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำ ตลอดจนการพยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย แต่ทำเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ แต่หวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าให้เด็กรุ่นนี้ไปเลือกให้ดีๆแล้วกัน

“ยิ่งลักษณ์” หิ้วกระเป๋ารูปปูท้าไล่ล่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างการร่วมกิจกรรมปล่อยลูกปูคืนสู่ทะเลที่ จ.ระนองว่าขอเป็นพ่อปู เพราะแม่ปูเดินเลี้ยวไปเลี้ยวมา จนถูกมองว่าส่อเป็นการเปรียบเปรยพาดพิงไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศนั้น เมื่อวันที่ 21 ส.ค. เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์ลงอินสตาแกรม เป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์สะพายกระเป๋าเป็นตัวปู พร้อมข้อความว่า “ปูของแท้ ใครจะตามก็มาทางนี้นะคะ” โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาคอมเมนต์ว่า “วัยรุ่นจังเลย กระเป๋านั่นตัวผู้ตัวเมียครับ?”

“เรืองไกร” ร้อง “ประยุทธ์” คืนเงินให้

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เพื่อขอให้ตรวจสอบสั่งการให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 และคืนทรัพย์สินให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. อธิบดีกรมบัญชีกลางชี้แจงตอนหนึ่งว่าโครงการรับจำนำข้าวใช้เงินของ ธ.ก.ส. แล้วรัฐบาลจึงตั้งงบฯชดใช้คืนรายปีจนกว่าจะครบวงเงิน ธ.ก.ส.จึงเป็นผู้ทำบัญชีโครงการนี้ เพื่อแสดงต่อรัฐบาลประกอบการขอตั้งงบฯ ธ.ก.ส.จึงไม่ต้องส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่ต้องนำมาทำบัญชีในชุดรัฐบาล จึงไม่มีหรือไม่สามารถมีรายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง 536,908.30 ล้านบาท

อ้างไร้หลักฐานขาดทุนจำนำข้าว

นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า จากคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 กับคำอธิบายของอธิบดีกรมบัญชีกลาง เรื่องการทำบัญชีจึงไม่สอดคล้องกัน ถ้างบการเงินแผ่นดินไม่มีการจัดทำ แล้วกระทรวงการคลังเอาตัวเลขใดมาใช้คิดค่าเสียหาย การอ้างตัวเลขผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวและนำมาคิดค่าเสียหาย น่าจะเลื่อนลอยไร้พยานเอกสารหลักฐาน เพราะไม่ปรากฏตัวเลขความเสียหายที่อ้างถึง ทั้งตัวเลข 286,639,648,201.45 บาท หรือตัวเลข 178,586,365,141.17 บาท ในงบการเงินแผ่นดิน สิ่งที่รัฐบาลทำกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นไปโดยปราศจากหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี มีผลทำให้ปัจจุบันตัวเลขที่อ้างเป็นความเสียหายแล้วออกคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหม 35,717,273,028.23 บาท จะยิ่งคงค้างและติดพันต่อไปจนไม่อาจแก้ไขได้ เป็นความเสียหายที่น่าจะขัดแย้งกับคำพิพากษาดังกล่าวด้วย

“วรงค์” อัดไขสือตีรวนปั่นผลงาน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่านายเรืองไกรไปยื่นหนังสือถึงนายกฯให้ยกเลิกคำสั่งยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อ้างว่ารายงานการเงินแผ่นดินไม่แสดงตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว ทั้งที่กรมบัญชีกลางชี้แจงแล้วว่าตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว เขาไม่รายงานในรายงานการเงินแผ่นดิน แต่รายงานไว้ในการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว นายเรืองไกรยังทำไขสือ ตีรวนแบบแกล้งไม่เข้าใจ ที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ใช้สิทธิผ่านศาลปกครอง ขอให้ยกเลิกคำสั่งยึดทรัพย์ดังกล่าว สุดท้ายอยู่ที่คำวินิจฉัยของศาล

อบต.เชียงใหม่ร้องถูกฟันฮั้วประมูล

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยและคณะยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาข้าราชการท้องถิ่น 15 อบต. และเทศบาลรวม 79 ราย ใน จ.เชียงใหม่ ข้อหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือความผิดฮั้วประมูล โครงการก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ สนามสตรีทซอคเกอร์ จากงบอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในปีงบฯ 2556

นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการนี้สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะนั้นนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย อดีต ส.ส.เชียงใหม่เชิญนายกเทศมนตรี นายก อบต.เขต อ.ฝางและ อ.แม่อายไปพบที่สำนักงาน และแจกเอกสารสรุปผลการประเมินก่อสร้าง รวมค่าก่อสร้าง 1,999,000 บาท ต่อมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบระบุว่าใช้จ่ายงบฯสูงเกินจริง สตง.ประเมินอยู่ที่ 9 แสนบาท หลัง สตง.ตรวจสอบไม่ถึง 2 เดือน ป.ป.ช.ได้รีบเร่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนพวกตน ให้เวลาชี้แจงเพียง 7-15 วัน ทั้งที่เป็นข้อหาความผิดร้ายแรง บางราย ป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงภายในวันเดียวกัน แต่นายประสิทธิ์ที่ก่อเรื่อง กลับไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา

“ธนาธร” ไลฟ์สดดับข่าวลือโดนยิง

เมื่อเวลา 12.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพจ Thanathorn Juangroongruangkit ถึง กรณีที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่าถูกยิงว่าตนยังสบายดี ปลอดภัยและไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้ถูกยิงตามที่เป็นข่าวลือ วันที่ 22 ส.ค. ตนยังทำกิจกรรมตามปกติ และได้เดินทางไป จ.สมุทรสาคร ที่เป็นจังหวัดที่ 41 ในการลงพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหา ของพี่น้องชาวประมงรวมทั้งปัญหาของอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยความรู้และข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด ตนจะนำไปปรับเพื่อเป็นนโยบายของพรรคต่อไป

“เอกชัย” แจ้งจับ 2 ชายฉกรรจ์รุมยำ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ การรัตน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายนายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ในซอยลาดพร้าว 109 ถนนลาดพร้าว เขตบางกะปิ กทม. โดยนายเอกชัยบาดเจ็บที่แขนทั้งสองข้างและที่ลำคอ และเก็บไม้ที่คนร้ายใช้ฟาดที่หัก เหลือประมาณ 20 ซม. มาเป็นหลักฐาน นายเอกชัยให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ส.ค. ได้ไปที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถามกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าพบจึงเดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงซอยลาดพร้าว 109 มีชายฉกรรจ์ 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ จำสี ทะเบียนและยี่ห้อไม่ได้ พยายามจะชนแต่ตนหลบได้ ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อกได้ลงจากรถเข้ามาใช้ไม้รุมตีตนจนบาดเจ็บและหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องและพาตัวนายเอกชัยส่งโรงพยาบาลก่อนจะสอบปากคำเพิ่มเติม

21 ก.พ.สืบพยาน นปช.ชุมนุมปี 53

เมื่อเวลา 09.00น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบ พยานจำเลยในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และนายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) แกนนำกลุ่ม นปช.กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และข้อหาอื่นๆ กรณีกลุ่มนปช.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553 โดยขาดเพียง นพ.เหวงที่ป่วยปอดอักเสบ อยู่ระหว่างการรักษาตัวไม่ได้เดินทางมา ศาลนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 21 ก.พ. 2562 และจะนัดสืบพยานจำเลยให้เสร็จสิ้นเพื่อจะพิพากษาภายในเดือน ก.ย.2562

เลื่อนไต่สวน สนช.ฟ้อง “วัชระ”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคดีที่นายชัชวาล อภิบาลศรี สมาชิก สนช.ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและเรียกค่าสินไหมทดแทน 100 ล้านบาท กรณีนายวัชระให้ข่าวเรื่องการเสนอใช้งบประมาณสร้างรัฐสภาใหม่ พาดพิงนายชัชวาลทำนองว่าเป็นขาใหญ่ใน สนช.ผลักดันงบฯไอทีจาก 3,000 ล้านบาท ไปเป็น 8,000 ล้านบาท นายวัชระแถลงต่อศาลว่า มีเอกสารหลายรายการที่ยื่นขอจากหน่วยงานต่างๆแต่ยังไม่ได้รับ ขอให้เลื่อนการไต่สวนออกไปก่อน นายชัชวาลไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนนัดใหม่ไปเป็นวันที่ 24 ก.ย. เวลา 09.00 น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาวิษณุ เครืองามประวิตร วงษ์สุวรรณยิ่งลักษณ์ ชินวัตรข่าวหน้า 1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 14:10 น.