ประธานกกต. แจงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.แค่กรอบตามปฏิทินงาน ชี้รัฐบาล-พรรคการเมืองเคยหารือกรอบนี้แล้ว ขณะที่ "องอาจ" ฝาก กกต.ใหม่ ทำหน้าที่อย่าให้ผู้มีอำนาจแทรกแซง ย้ำขอยึดหลักเป็นกลาง สุจริต เที่ยงธรรม แนะดู กกต.อดีตติดคุก...



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค.61 ที่โรงแรมพินนาเคิล พัทยา นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงแผนปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.ของ กกต.ที่กำหนดวันที่ 24 ก.พ. 2562 ว่า เป็นการเตรียมความพร้อมสำนักงานที่ได้กำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ทำงานไปตามแผน โดยวันดังกล่าว กกต.ไม่ได้กำหนดเร็วหรือช้าไป แต่เป็นที่รัฐบาลและพรรคการเมืองเคยหารือและกำหนดกันไว้ ว่าถ้า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ใช้บังคับจะต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน วันที่จะจัดการเลือกตั้งเร็วที่สุดคือ 24 ก.พ. และช้าสุดคือ 5 พ.ค. ซึ่งเราพร้อมตั้งแต่กำหนดแรกอยู่แล้ว ส่วนจะมีปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นที่ กกต.จะไปพิจารณา สำหรับแผนปฏิบัติการที่สำนักงานฯ กำลังดำเนินการยกร่างฯ ในขณะนี้ทางสำนักงานฯ จะเร่งสรุปและเสนอให้ กกต.เห็นชอบโดยเร็ว น่าจะลงนามก่อนกฎหมายลูก 2 ฉบับมีผลบังคับใช้สำหรับการสรรหา ส.ว. ว่าไม่ได้ดำเนินการ 3 วัน อย่างที่สังคมอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่เนื่องจาก ส.ว.จะมีต้องการสรรหาในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งในแต่ละระดับจะทำพร้อมกันวันเดียวกันทั้งประเทศ รวมแล้วจะทำไม่เกิน 3 ครั้ง ไม่ใช่ทำ 3 วัน และจากแผนงานเชื่อว่าสามารถดำเนินการได้ทันแล้วเสร็จตามกฎหมายกำหนด คือ ก่อนเลือกตั้ง ส.ส.15 วัน 


ขณะที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งของ กกต.ชุดใหม่ว่า การทำงานของ กกต.ชุดใหม่ คงได้รับการจับตามองจากสังคมมากเป็นพิเศษ เพราะ กกต.เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการจัด หรือดำเนินการให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. การเลือก ส.ว. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และรัฐธรรมนูญยังให้ กกต.มีอำนาจหน้าที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมโดยมุ่งหวังว่า กกต.จะใช้อำนาจหน้าที่ที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้นการทำงานของ กกต.จะได้รับการยอมรับจากสังคมหรือไม่ก็อยู่ที่ กกต.จะทำให้สังคมยอมรับผลการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าการทำงานของ กกต.ไม่ใช่เรื่องง่าย ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้มีอำนาจมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร และมีแนวโน้มว่าผู้มีอำนาจประสงค์จะอยู่ในอำนาจต่อไปตามกระบวนการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กกต.จึงต้องพึงระวังไม่กระทำการใดๆ ให้เกิดการเคลือบแคลงสงสัยว่าอยู่ภายใต้การแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ

...

"การที่ประธาน กกต. คนใหม่ประกาศคาถาในการทำงานว่า ต้องเป็นกลาง มีความกล้าหาญตัดสินใจ ไม่ถูกครอบงำจากอำนาจใดๆ นับเป็นการเริ่มต้นแสดงจุดยืนที่ดีที่อยากเอาใจช่วยให้ กกต.ท่องคาถานี้ให้ขึ้นใจ และนำมาใช้ในการทำงานอย่างจริงจังจะช่วยทำให้การทำงานของ กกต.ได้รับการยอมรับจากสังคม ผมขอฝากให้ กกต.ดูการทำงานของ กกต.คณะต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นบทเรียน เพราะมีทั้ง กกต.ที่ทำงานรับใช้ผู้มีอำนาจโดยมิชอบจน กกต.ต้องติดคุกติดตะรางไปหลายคน ขณะที่ กกต.บางคณะก็ทำงานจนได้รับการยอมรับพอสมควรจากสังคม และหวังว่า กกต.ชุดใหม่จะทำงานด้วยความเป็นอิสระให้สมกับเป็นองค์กรอิสระที่สำคัญและยึดมั่นในการทำงานตามอำนาจหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมอย่างจริงจังตลอดไป" นายองอาจกล่าว.