พรรครวมพลังประชาชาติไทย มีมติเลือก “จัตุมงคล” เป็นหัวหน้าพรรค ขณะ “สุเทพ” ย้ำ ไม่รับตำแหน่งใดๆ มั่นใจพรรคได้เป็นรัฐบาลแน่...

พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรค เพื่อกำหนดชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายพรรค คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง นโยบายและข้อบังคับพรรค พร้อมทั้งเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งพรรคลงทะเบียนยืนยันตัวในการประชุมครั้งนี้ 339 คน

ที่ประชุมมีมติเลือก หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค ส่วน นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เป็นเลขาธิการพรรค นางสาวจุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์ เป็นเหรัญญิก ร้อยตำรวจเอกจอมเดช ตรีเมฆ เป็นนายทะเบียนพรรค พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ นายวีระชัย คล้ายทอง นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ เป็นกรรมการบริหารพรรค โดยทั้ง 7 คน ได้รับการเสนอชื่อจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ทั้งนี้ สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้เสนอชื่อ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ขึ้นมาแข่งขันในตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ นายเอนก ปฏิเสธและขอสละสิทธิ์ พร้อมให้เหตุผลว่า หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล เป็นผู้ที่เหมาะสมและมีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับในทุกๆ ด้าน จึงเห็นว่าควรเป็นหัวหน้าพรรค 

ขณะที่ นายสุเทพ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคระบุว่า หัวใจสำคัญของพรรคคือประชาชนที่เป็นเจ้าของพรรค จะเป็นผู้กำหนดนโยบาย แนวทางของพรรค และจะเลือกกรรมการบริหารพรรคเอง และประชาชนจะเป็นผู้กำกับควบคุมผู้ดำรงตำแหน่งของพรรคให้ปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบแบบแผน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ทางการเมือง เพราะฉะนั้น เป้าหมายใหญ่ของพรรคคือการประชาสัมพันธ์ พูดคุยกับประชาชนทุกภาค เพื่อให้มาร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ของประเทศ

ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้มอบหมายให้ตนไปเดินสายพบประชาชนทุกจังหวัด มีการสร้างรถทัวร์ รถนอน รถน้ำ รถเวทีปราศรัยเคลื่อนที่แล้วเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเดินสายพบประชาชนทุกจังหวัด จนครบ 77 จังหวัด เป็นแบบคาราวานทัวร์ค่ำไหนนอนนั่น เมื่อได้สมาชิกจนครบ 77 จังหวัดแล้ว จะจัดประชุมสมัชชาพรรค แต่เมื่อทาง คสช. ยังไม่อนุญาต ก็ต้องรอปลดล็อกทางการเมืองก่อน จึงจะเดินหน้าตามเป้าหายที่ตั้งไว้ ว่าจะหาสมาชิกให้ได้มากกว่า 1 แสนคน 

...

นายสุเทพ ระบุอีกว่า ระหว่างที่ยังไม่สามารถจัดประชุมสมัชชาได้ ก็ยังเป็นพรรคที่ไม่สมบูรณ์ ประกอบกับระยะเวลาเลือกตั้งก็ใกล้เข้ามาทุกที จึงต้องมีการจัดประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดก่อตั้งขึ้นก่อน เพื่อให้สามารถจัดผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อให้ทัน และให้เป็นพรรคที่สมบูรณ์ 

“ยังภาคภูมิใจที่ได้ทำงานรับใช้ประชาชน ขอย้ำว่าจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมืองนี้ เพราะตั้งใจจะเป็นผู้รับใช้ประชาชน และจะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้ง ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต แต่จะใช้สิทธิขึ้นเวทีปราศรัยช่วยพรรคทุกเวที เชื่อมั่นว่าพรรคจะเป็นรัฐบาล เพราะหลังการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีใครได้เสียงแบบเด็ดขาด เมื่อถึงวันนั้น เตรียมรอรับขันหมากได้เลย และไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลหน้าที่จะเกิดขึ้น โดยตัวเองจะทำหน้าที่เป็นโค้ช เป็นพี่เลี้ยงแทน เป็นการตอกย้ำว่ายังรักษาคำพูดที่เคยระบุว่าจะไม่เข้าไปรับตำแหน่งใดๆ”