"นายกฯ" สักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา ขอประเทศไทยไม่เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นอีก ขอคนไม่ดีเปลี่ยนใจเป็นคนดี ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ...
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.61 สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจว่า ในโอกาสที่พบปะกับ นายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีศรีลังกา ได้หารือกันในหลายประเด็น ทั้งเรื่องความมั่นคง การค้าการลงทุน ความสำคัญทางวิชาการ ด้านสังคมและการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้เกิดแนวความคิดและแนวทางในการปฏิบัติหลายเรื่อง ได้ชี้แจงให้ศรีลังการับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของนักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในศรีลังกา ซึ่งศรีลังการับทุกเรื่องไปพิจารณา
"อย่างไรก็ตาม การลงทุนก็ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และประชาชนของศรีลังกา ตลอดจนสิทธิมนุษยชนในการประกอบธุรกิจด้วย แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ให้ไทยเสียประโยชน์ เนื่องจากส่วนใหญ่ไทยจะต้องลงทุนเองทั้งสิ้น เพราะไม่ต้องการให้ใครมีบทบาท หรืออำนาจเหนือทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" นายกรัฐมนตรีกล่าว
ส่วนการพบปะกับนายรานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีศรีลังกา เช้าวันนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างพอใจในการพบปะหารือ เนื่องจากไทยมีส่วนช่วยในการพัฒนาศรีลังกา ขณะที่ไทยก็จะมีตลาดใหม่และมีศูนย์การกระจายสินค้า แต่ยังต้องใช้เวลาในการหารือกันอีก
"การเดินทางมาเยือนศรีลังกาอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูงสุด เนื่องจากมีโอกาสเข้ากราบสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ซึ่งในรอบ 5 ปี จะเปิดหนึ่งครั้ง นับว่าเป็นมหามงคลสูงสุด โดยถือโอกาสนี้กราบสักการะแทนคนไทยทั้งประเทศ และขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องประเทศไทย หวังว่าสิ่งร้ายๆ จะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย และจะเกิดสิ่งดีๆ นับจากนี้เป็นต้นไป รวมทั้งขอให้คนไทยมีความสุข ขอให้คนที่มีรายได้น้อย ได้รับรายได้ที่สูงขึ้น ให้คนไม่ดีเปลี่ยนใจเป็นคนดี เลิกการทุจริตคอร์รัปชัน" นายกฯ กล่าว
...
ส่วนการพบปะผู้นำพรรคฝ่ายค้านของศรีลังกาว่า ได้พูดคุยถึงปัญหาความขัดแย้งในชาติศรีลังกา ซึ่งไม่สามารถก้าวล่วงได้มากนัก แต่ได้เล่าประสบการณ์ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลใช้การพัฒนา และใช้การเมืองนำการทหาร ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ทำให้เกิดความพึงพอใจ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและกลุ่มที่เห็นต่าง ตลอดจน ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ส่วนท้องถิ่น ต้องนึกถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย ไม่ใช่เพียงแค่การใช้กำลังอย่างเดียว
นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวถึงการสร้างเมืองใหม่ของศรีลังกาว่าเป็นการถมทะเลไม่ได้หมายความว่าตนจะนำไปดำเนินการในประเทศไทยหรือไม่ แต่ต้องการให้มองถึงวิวัฒนาการว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว แต่หากการดำเนินการเช่นนี้ ทำให้ระบบนิเวศเสียหาย ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ในประเทศไทย แค่อยากให้ลองคิดว่าสิ่งที่ศรีลังกาดำเนินการนั้นทำไปเพื่ออะไร ผมอยากสร้างมุมมองใหม่ ว่าเราจะทำอย่างไรกับพื้นดินของเรา ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย ในขณะที่จำนวนประชากรก็เพิ่มสูงขึ้น การลงทุนก็มากขึ้น หากไม่เตรียมการลงทุนเพื่อคนรุ่นใหม่แล้วจะอยู่ได้อย่างไร.