king10
Thairath Logo
กีฬา

‘ตู่’ ยันทุกคนมีสิทธิคุย ปัดโยง พปชร. ป้อมเมิน พท. ร้องฟัน 3 มิตร

Share :
line-share-logo

“บิ๊กตู่” ข้องใจจับโยง “สามมิตร-พลังประชารัฐ” ชี้ ใครจะคุยกับใครก็ทำได้ วอนอย่ามองเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบ โบ้ยพลังประชารัฐยังไม่ตั้งไข่เลย มีแต่เสียงลือเล่าอ้างกันไปเรื่อย หวังการเมืองสามัคคีมีศรัทธาเหมือนหมูป่าอะคาเดมี “บิ๊กป้อม” เมิน พท.ร้องฟัน “สามมิตร-พลังประชารัฐ” อ้างยังไม่มีพรรคจะเอาผิดอะไร “อภิสิทธิ์” ร่วมด้วยช่วยจี้สอบกลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวเอิกเกริก “อิสสระ” แนะปลดล็อกเท่าเทียม เลี่ยงข้อครหาลำเอียง ป.ป.ช.ชงบิ๊กทหาร-ศาล-อัยการเปิดบัญชีทรัพย์สิน นายกฯติงอย่าขยายปมอดีตปลัดพม.ให้เสียหาย

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำกลุ่มการเมืองใหญ่ในพรรคไทยรักไทย ยามนี้คึกคักมีน้ำมีนวลกว่ากลุ่ม ก๊วน หรือพรรคการเมืองใด ส่งผลให้พรรคการเมืองต่างๆไม่พอใจ จี้ให้ คสช.ใช้มาตรฐานกำกับดูแลเหมือนกับพรรคการเมืองอื่น ขณะที่พรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบกลุ่มสามมิตร รวมไปถึงพรรคพลังประชารัฐ

“บิ๊กตู่” ลั่นทุกคนมีสิทธิพูดคุยกันได้

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักการเมืองออกมาโจมตีและร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบรองนายกรัฐมนตรีที่เคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มสามมิตรที่ประกาศสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐว่า จะโจมตีตนเรื่องอะไรในเมื่อพรรคพลังประชารัฐยังไม่ประกาศออกมาเลย เป็นเพียงการจองชื่อไว้เฉยๆ ไม่ว่าใครก็ตามก็มีการพูดคุยกันตลอดจะให้แต่นักการเมืองคุยกันข้างเดียวหรือ ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิ ประชาชนอยากพูดก็พูดมา อะไรที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เราก็ผ่อนผันให้อยู่แล้ว อย่ามองว่าได้เปรียบเสียเปรียบอะไร เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสิน หลายคนบอกว่าโครงการไทยนิยม โครงการประชารัฐได้เปรียบ ทั้งที่โครงการนี้เกิดมานานแล้วไม่ใช่เป็นโครงการหรือการทำงานที่จะมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง แต่ต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทั้งจังหวัด อำเภอ ตำบล ซึ่งให้งบประมาณไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีและปีนี้ก็ต้องลงอีกครั้งในส่วนของหมู่บ้านโดยประชาชนเป็นผู้กำหนดว่าจะทำอะไร ไม่ใช่ว่ารัฐบาลเอาไปให้ เพื่อให้เขารักตนมันไม่ใช่ แต่เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่เพื่อลดความเดือดร้อน มีรายได้เพิ่มขึ้น

อย่าโยงพลังประชารัฐยังไม่เกิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ถูกระบุในเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คงไม่ต้องพูดอะไร ยังไม่รู้เลยว่า พรรคไหนเป็นอย่างไร รู้แต่เพียงว่ามี 79 พรรคและ กกต.ก็ยังไม่ได้รับรองทั้งหมด เพียงแต่เป็นการจองชื่อ ยื่นหนังสือขอจดทะเบียนเฉยๆ รอให้เขาประกาศมาก่อน วันข้างหน้ายังอีกยาวไกลหลายเดือนค่อยมาว่ากัน ขณะนี้ยังทำงานอยู่ เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์ วิจารณ์ว่ารัฐบาลเข้าข้างพรรคพลังประชารัฐ นายกฯ ตอบว่า พรรคพลังประชารัฐเขาคลอดมาหรือยัง ตอนนี้ยังมีแต่ชื่อและตนไปเกี่ยวอะไรกับเขา สื่อไปเอาสิ่งที่เขาอ้างมาถามตน แล้วจะตอบอะไรได้ ต้องไปถามคนอ้างโน่น เขาสามารถพูดคุยกันได้ ตนเจอนักการเมืองก็พูดคุยกับเขาได้ แล้วจะผิดตรงไหน ก็คุยกับทุกพรรค เจอก็ทักทายตนก็ยกมือไหว้ อดีตรัฐมนตรีตนก็ยกมือไหว้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เมื่อรู้จักกันก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันบ้าง ต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้บ้านเมืองถึงจะสงบเรียบร้อย

หวังศรัทธาเหมือนหมูป่าอะคาเดมี

เมื่อถามว่า คาดหวังอะไรกับปรากฏการณ์ความสามัคคีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง นายกฯตอบว่า ก็หวังว่าจะดีขึ้น ทุกคนต้องตั้งความหวัง แต่ทุกอย่างอยู่ที่ความศรัทธาของพวกเรา ถ้าเราเชื่อมั่น สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ร่วมมือกับรัฐบาลในวันนี้ ก็จะนำไปสู่รัฐบาลที่ดีในวันหน้าไม่ใช่หรือ ดังนั้น ตนถึงบอกว่าการไปช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมี อยู่ที่แรงศรัทธาของพวกเรา ถ้าเรามั่นใจว่าเขาปลอดภัย เขาก็ต้องปลอดภัย เราเชื่อมั่นว่าคนของเราจะช่วยเขาได้ มันก็ต้องช่วยได้

อยากเห็นนักการเมืองร่วมมือกัน

“คิดว่าการเมืองก็เหมือนกัน ถ้าทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองเก่าหรือใหม่มาร่วมมือกัน ไม่ว่าพรรคอะไรจะเกิดขึ้น มันอยู่ที่ประชาชนจะเลือกมาและหลายคนก็มีสิทธิที่จะได้รับการเลือกตั้งมา ตราบใดที่เขายังไม่ได้กระทำผิดกฎหมายหรือติดคดีใดๆ เขาก็มีสิทธิที่จะได้รับการเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้งมาแล้ว เขาตั้งใจจะร่วมพัฒนาบ้านเมืองใหม่หรือไม่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ไว้วางใจหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ เขาก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอยู่ดี ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม ถือว่าเท่ากันหมด และวันนี้หลายพรรคก็พูดกันขรมไปหมดทุกวัน ผมก็ฟังทุกวัน อย่าไปจับกันไปมา ผมต้องอยู่ตรงกลางให้ชัดเจน” นายกฯกล่าว

“บิ๊กป้อม” เมิน พท.ร้องฟันสามมิตร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปลดล็อกพรรคการเมืองว่า คลายล็อกไปแล้ว ส่วนปลดล็อกบอกไปแล้วว่าเดือน ก.ย.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พบพรรคการเมืองก่อน หลังจากนั้นถึงจะทราบ เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย ร้อง กกต.เอาผิดพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า พรรคยังไม่มีแล้วจะโยงมาเรื่องอะไร ดำเนินตามกฎหมายเรื่องอะไร ตนยังไม่ได้ทำอะไรเลย ก็ไม่เห็นมีอะไร จะให้ทำอย่างไร จะร้องก็ร้องไป เพราะไม่ได้ทำอะไร

นัดหารืออดีต ส.ส.โคราชเจาะพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ในพื้นที่ภาคอีสานเดินสายติดต่ออดีต ส.ส.ในพื้นที่จ.นครราชสีมาจากพรรคต่างๆ เพื่อชักชวนเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดยยื่นข้อเสนอการช่วยเหลือเรื่องต่างๆเพื่อให้ชนะการเลือกที่จะมีขึ้นต้นปี 2562 ใครที่ยินยอมรับข้อเสนอจะให้เดินทางมาพูดคุยกับแกนนำ คสช. เพื่อยื่นข้อเสนอว่าต้องการอะไร โดยการพูดคุยดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ใน กทม. ทั้งนี้เหตุที่พรรคพลังประชารัฐต้องการเจาะพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นเพราะเป็นจังหวัดใหญ่ มีจำนวน ส.ส. มากที่สุดของประเทศรองลงมาจากกรุงเทพมหานคร โดยวิธีการหนึ่งคือการจัดเขตเลือกตั้งใหม่ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งจะมีการลดจำนวนเขตเลือกตั้งลงจากเดิมจาก 16 เขต ให้เหลือเพียง 14 เขตด้วย

จี้ กกต.สอบสามมิตรเดินสายดูด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯว่า จะสนับสนุนใครเป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องตรวจสอบพฤติกรรมว่าผิดกฎหมายหรือไม่อย่างอิสระ ถ้าไม่มีความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระก็กระทบต่อการเมืองในอนาคต ผู้มีอำนาจต้องสนับสนุนความเป็นอิสระขององค์กร ส่วนปฏิทินเลือกตั้งคือเดือน ก.พ.ถึงต้นเดือน พ.ค. แต่ คสช.ยังไม่ปลดล็อกนั้น ถ้าตามกรอบนี้ต้องปลดล็อกพรรคการเมืองก่อน คสช.บอกจะปลดล็อกหลังเดือน ก.ย.คือ 90 วันโดยประมาณ ในช่วงที่ทูลเกล้าฯ กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ จะไม่ทำอะไร ทั้งที่ความจริงไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่จะทูลเกล้าฯ การปลดล็อกก็เพื่อช่วยให้พรรคการเมืองหาสมาชิกมากขึ้น เป็นผลดีต่อการปฏิรูป ลดอิทธิพลจากผู้ครอบงำพรรค และลดกิจกรรมทางการเมืองในช่วงที่มีพระราชพิธีสำคัญ จะเป็นผลดีมากกว่า ทั้งหมดอยู่ที่ คสช.ตัดสินใจ ไม่ว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไรก็ทำได้ แต่ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่พิธีกรรม

แนะปลดล็อกเลี่ยงครหาลำเอียง

นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย ร้อง กกต.เอาผิดพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองว่า พลังดูดขณะนี้จะเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่เห็นในข่าวระบุมี การทาบทามชักชวนคนนั้นคนนี้ ถ้าเป็นจริง อยากถามผู้มีอำนาจว่า การพบปะดังกล่าวเรียกว่าการชุมนุมเกิน 5 คนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรบอกไม่รู้ก็ไม่เป็นไร คนทั่วไปรู้ เพราะแถลงข่าวในทำนองจะตั้งพรรคเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองชัดๆ จึงอยากแนะนำ เพื่อไม่ให้คนครหาว่ารัฐบาลทำลับๆล่อๆ กระทำลำเอียง ก็ปลดล็อกไปเลย ทุกฝ่ายจะได้ทำงานการเมืองอย่างสบายใจ ปลดล็อกท่านก็คุมได้เหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นอาจถูกกล่าวหาทำเหมือนปากว่าตาขยิบ

เร่งแก้ ก.ม.ท้องถิ่นส่ง สนช.ทัน ส.ค.

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ระหว่างการพิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ.เทศบาล ถือเป็นฉบับที่ 3 แล้ว ต่อจากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ละฉบับเมื่อแก้ไขแล้ว จะส่งให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่ส่งเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว ทั้งนี้จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จเพื่อส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาได้ทันในเดือน ส.ค.ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุ

ป.ป.ช.ชง “บิ๊กทหาร” เปิดบัญชีทรัพย์สิน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นแนวทางบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในส่วนที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน และหนี้สินโดยนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานว่า ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ ปัจจุบันผ่านการเห็นชอบจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว อยู่ระหว่างการประกาศบังคับใช้ เมื่อกฎหมายประกาศแล้ว ป.ป.ช. ต้องออกบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย เพราะกฎหมายฉบับนี้อาจมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกเช่น การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินอาจเปลี่ยนแปลงไป การกำหนดลักษณะผู้มีหน้าที่ยื่นทรัพย์สิน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยาโดยไม่จดทะเบียนสมรสต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินภรรยาด้วย นอกจากนี้ ยังให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเจ้าหน้าที่รัฐด้วย จากเดิมเปิดเผยแค่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างจัดทำประกาศ ป.ป.ช. เพื่อกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติม เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหม และทหารด้วย

พ่วงบิ๊กศาล-อัยการโชว์กรุสมบัติด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในส่วนการตรวจสอบ และแสดงบัญชี พบว่าได้เพิ่มเติมตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐได้แก่ ข้าราชการตุลาการระดับอธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไป ข้าราชการตุลาการศาลปกครองระดับอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไป ข้าราชการอัยการระดับอธิบดีอัยการขึ้นไป ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ จากเดิมให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินแต่ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน รวมถึงการให้คู่สมรสที่มิได้จดทะเบียน แต่อยู่กินฉันสามีภริยาก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีกำหนดใหม่ไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดทางทะเบียนทรัพย์สินและภาพถ่ายทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูลได้ จากเดิมที่ต้องเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบ

ก.ม.ปฏิรูป ตร.คืบแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปตำรวจว่า ร่างกฎหมายลงรายมาตราคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ถึงในส่วนของบทเฉพาะกาล โดยจะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของตำรวจ เพราะมีการปรับเปลี่ยนบทบาท ก.ตร. และยกเลิก กตช. จึงต้องวางแนวทางการย้ายอำนาจให้เป็นไปตามที่เปลี่ยนไป เนื้อหาของกฎหมายจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ตำรวจและพนักงานสอบสวน ซึ่งจะเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความสะดวกมากขึ้น โดยคาดว่าจะร่างกฎหมายเสร็จภายในเดือน ก.ค.แล้วส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

นายกฯชวนคนไทยเลิกเหล้า

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุม คสช. และประธานการประชุม ครม.ก่อนการประชุม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ร่วมกับผู้จัดการสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะเข้าพบ เพื่อจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี 2561” พร้อมร่วมกิจกรรม “นำค่าเหล้า เอามาออมเถ๊อะ” โดยนายกฯได้ดึงกระดาษที่ทำเลียนแบบธนบัตรมูลค่า 1,000 บาท ที่ติดบนขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่ในกรงมาหยอดกระปุกออมสินแล้วปิดประตูกรง พร้อมกล่าวว่า เราต้องป้องกันคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ถ้าคนเลิกเหล้าครอบครัวจะเป็นสุข ประเทศชาติเป็นสุข สังคมก็จะปลอดภัย ผู้ที่ลด ละ เลิกได้จะดีสำหรับทุกคน เกิดประโยชน์ต่อครอบครัวและสังคม บางคนมีหนี้สินมาก พอเลิกดื่มสุราจะได้เงินกลับมาประหยัดได้เยอะ หลายคนพูดว่ามีปัญหาเยอะ ก็ต้องดื่มเหล้าหน่อยจะได้ลืมๆ ปัญหา เคยบอกแล้วพอดื่มกลางคืนหลับก็หลับเพราะเหล้า พอตื่นเช้ามาปัญหายังอยู่เหมือนเดิม และบวกไปเป็น 2 เท่า เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเหล้าที่ดื่มเข้าไป ดังนั้นต้องคิดให้มีระบบ เรื่องนี้อยู่ที่คนดื่มและคนเสพ ส่วนเรื่องค้าขายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลจะดูแลภาพรวมให้ได้

ย้ำอย่ามองไทยนิยมเป็นการเมือง

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะเข้าพบเพื่อจัดแสดงนิทรรศการการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ ในโครงการ “ขุนหาญเมืองสะอาด สมาร์ทซิตี้” ของ จ.ศรีสะเกษ ที่เป็นชุมชน ต้นแบบเพื่อทำโครงการต่างๆ อาทิ การกำจัดขยะจากวันละ 12 ตันเหลือ 5 ตันต่อวัน และร้านค้า 0 บาท ที่เปิดให้นำขยะมาแลกสินค้า การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่มีจิตอาสาหมู่บ้านดูแล และแผนงาน “หนองแขม โมเดล” ขณะที่นายกฯกล่าวว่า การทำงานนโยบายต่างๆต้องทำให้ได้หมด มีแผนแม่บทตามยุทธศาสตร์ชาติ และก็อย่าลืมขับเคลื่อนไทยนิยมของตนด้วย แต่ไม่ใช่นโยบายการเมือง เป็นการไปดูแลประชาชน ทุกชุมชน ทุกอำเภอ อย่าไปมองว่าอะไรก็ตามเป็นการเมืองไปหมด มันไม่ใช่ ไทยนิยมก็เหมือนมีคนเข้าไปดูแลในพื้นที่

ปัด ครม.สัญจรโหนกระแส “หมูป่า”

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่า ครม.กำลังพิจารณาให้ความเห็นชอบจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะไปควบรวมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศด้านการผลิตกำลังคนสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถ ในส่วนการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.เชียงราย-พะเยาในปลายเดือน ก.ค.นี้ จะเป็นเรื่องของหลายส่วนงานไม่ใช่เฉพาะกรณีทีมหมูป่าฯอย่างเดียว แต่เป็นการขับเคลื่อนพัฒนากลุ่มจังหวัดซึ่งไม่ใช่เฉพาะเชียงราย-พะเยาเพราะเวลา ครม.ไปประชุมจังหวัดไหนอยู่กลุ่มไหนก็ต้องมาทั้งหมด บางครั้งก็นำ 2 กลุ่มจังหวัดมาหารือด้วยกัน ร่วมทั้งภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมมาเสนอปัญหาข้อขัดข้อง รัฐบาลก็จะจัดโครงการลงไปตามที่ต้องการและตามความเป็นไปได้ ทั้งนี้ รัฐบาลก็ทำมาตลอดเวลา 4 ปี ไม่ใช่มาทำตอนนี้

ครม.สัญจรเปลี่ยนเป็นน่าน-ลำปาง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากก่อนหน้านี้รัฐบาลเตรียมลงพื้นที่ จ.พะเยา และประชุม ครม.สัญจร จ.เชียงราย พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ในช่วงปลายเดือน ก.ค. ล่าสุด ได้เปลี่ยนแผนเป็นประชุม ครม.จ.น่าน ส่วนการลงพื้นที่กำลังพิจารณาคัดเลือก อาจเป็นที่ จ.ลำปาง เนื่องจากนายกฯ ต้องการให้ จ.เชียงรายมีเวลาบริหารจัดการฟื้นฟูพื้นที่ให้เสร็จสมบูรณ์ นำ 13 คนทีมฟุตบอลหมูป่าออกจากถ้ำให้เรียบร้อยและปลอดภัย จะได้ไม่ต้องมาเตรียมการรับ ครม.แต่อย่างใด และเลี่ยงครหารัฐบาลโหนกระแส โดยจะให้หน่วยล่วงหน้าไปสำรวจพื้นที่ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...
กลุ่มสามมิตรพลังประชารัฐเลือกตั้งสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจข่าวหน้า1