นอกจากการพิพากษาอรรถคดีในลำดับสุดท้ายหรือชั้นสูงสุดแล้ว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรทุกฉบับยังได้กำหนดบทบาทของศาลฎีกาในเรื่องสำคัญรวมทั้งเป็นที่มาและทำหน้าที่สรรหาตัวบุคคลในองค์กรอื่นๆด้วยทั้งองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ปัจจุบัน ผู้บริหารศาลฎีกาประกอบด้วย นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย รองประธานศาลฎีกาคนที่ 1 นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง รองประธานศาลฎีกาคนที่ 2 นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกาคนที่ 3 นายโสภณ โรจน์อนนท์ รองประธานศาลฎีกาคนที่ 4 นายวิชัย เอื้ออังคณากุล รอง ประธานศาลฎีกาคนที่ 5 นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว รองประธานศาลฎีกาคนที่ 6
นอกจากนั้นในศาลฎีกายังมี ประธานแผนกคดี ต่างๆซึ่งมีสถานะเทียบเท่า รองประธานศาลฎีกา อีก 10 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา นายนิพนธ์ ใจสำราญ ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา นายสุนทร ทรงฤกษ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา นายสุรพันธุ์ ละอองมณี ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา นายทวี ประจวบลาภ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา นายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา นายธีระพงศ์ จิระภาค ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้มีการจัดตั้งแผนกคดีขึ้นใหม่อีก 1 แผนกคือ แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ซึ่ง คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. มีมติเห็นชอบกำหนดตำแหน่งและเทียบตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นดังต่อไปนี้ ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา เทียบกับตำแหน่ง รองประธานศาลฎีกา
...
พร้อมกันนั้นได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายประยูร ณ ระนอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาที่มีลำดับอาวุโสสูงสุด ขึ้นมาเป็น ประธานใหม่ คือ ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา แล้วขยับตำแหน่ง นายสุรทิน สาเรือง จากผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็น ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และให้ นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ รองประธานศาลอุทธรณ์ เข้ามาเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา
นอกจากนั้นในเวลาใกล้เคียงกันนี้ นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ได้ถึงแก่กรรมทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลงซึ่ง ก.ต.จะต้องพิจารณาหาตัวบุคคลมาลงในตำแหน่งดังกล่าวในไม่ช้านี้
เนื่องจากตำแหน่ง ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เป็นตำแหน่งสำคัญเทียบเท่ากับ รองประธานศาลฎีกา และเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
แนวทางการพิจารณานอกจากการขยับ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวโดยตรงแล้ว อาจจะมีการพิจารณาขยับ ประธานแผนกคดีหนึ่งคดีใดในศาลฎีกา ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้มาเป็น ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา แล้วค่อยหาคนแทนที่ตรงนั้นก็เป็นได้
อีกกระแสหนึ่งมีการกล่าวขวัญว่า ประธานศาลอุทธรณ์ภาค หรือ ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ก็อาจได้รับแต่งตั้งเป็นประธานแผนกคดีในศาลฎีกาได้ถ้ามีลำดับอาวุโสสูงกว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาในขณะนี้.
“ซี.12”