"บิ๊กตู่" ให้ดีเอสไอ สอบสวน "พิสิฐชัย" โพสต์แฉคดีเงินทอนวัด มีนัยแฝงหรือไม่ ชี้คดีที่เกี่ยวข้องกับพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอให้ทุกคนอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ ยัน พบผิดมีหลักฐานยืนยัน ก็ดำเนินคดี ขออย่าไปปลุกกระแส
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงคำสั่งให้ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษกองคดีภาษีอากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ไปช่วยการที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ จากการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะมีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด ว่า ทุกหน่วยมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทั้งนี้ ก็ให้ไปสอบสวนกันมา ถ้าพบว่าใครมีความผิดก็ต้องลงโทษตามคดีอาญา ส่วนการที่ นายพิสิฐชัยโพสต์เรื่องดังกล่าว จะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของดีเอสไอที่ต้องสอบสวนให้มีความชัดเจน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลที่ตอบโต้เกี่ยวกับการที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบดำเนินการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ว่า คดีที่เกี่ยวกับพระถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนจึงอยากขอให้ทุกคนอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องนี้ เพราะพระภิกษุสงฆ์ถือเป็นผู้ที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความนับถือ ดังนั้นเรื่องใดที่เป็นการกระทำความผิด โดยมีหลักฐานยืนยันได้ ก็ต้องมีการดำเนินคดี อย่าไปปลุกกระแส
"ขอถามว่าการที่มีพระบางรูปออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียนั้น มันสมควรหรือไม่ พระบางรูปออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องการเลือกตั้ง ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย พระสงฆ์มีหน้าที่ในการบ่มเพาะ สร้างความสุขสงบและความปรองดองในสังคม สอนหลักธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา แต่การที่พระมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากๆ มันใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ ผมขอฝากให้สังคมช่วยกันไปดูแล ไม่อาจไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หลายคนมาถามผมว่า เรื่องจะบานปลายหรือไม่ ผมคิดว่ามันอยู่ที่ท่านทั้งหลาย ทั้งประชาชน และสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ถ้าอยากให้เกิดความวุ่นวายบานปลาย ก็ให้ทำทุกอย่างตามแบบของตัวเองต่อไป ผมก็มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าเกิดความวุ่นวายเมื่อใดก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงก็ต้องเข้าไปดูแล" นายกฯ ระบุ
...