"นิพิฏฐ์" ขอฟังเสียงประชาชนวิจารณ์ สนช.หลับกลางวงประชุมงบ ปี 62 ปกติ ชี้ สนช.อวย คสช.หวังมีตำแหน่ง-อำนาจต่อ ขอนายกฯ แจงให้ชัดปลดล็อกเป็นสเตป

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.61 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ระบุถึงกรณี สนช.หลับกลางห้องประชุมระหว่างการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ว่า ใครที่หลับคราวหน้าไม่ต้องเป็นอะไรแล้ว ดูไว้หมดแล้ว ไปนอนที่บ้านว่า กรณีนี้ตนอยากฟังเสียงวิจารณ์ของประชาชนมากกว่า เพราะสภาฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อตอนที่มีภาพหลับออกสู่สังคมในการประชุมก็ถูกโจมตีมาก แต่ข้อเท็จจริงเป็นการหลับในการประชุมสภาฯ ที่ยาวนานติดต่อหลายวัน และประชุมต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน 3-4 วัน ที่สำคัญเป็นการหลับตอนตีสอง ตีสาม แต่กรณี สนช.นี้เป็นการหลับระหว่างการประชุมกลางวัน และประชุมเพียงแค่วันเดียว มีความต่างกัน จึงขอรอฟังเสียงประชาชนว่า เขาหวงแหนสิทธิเสรีและประชาธิปไตยของตัวเองมากน้อยเพียงใด เนื่องจากหลักการสำคัญในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีของระบอบประชาธิปไตยมีอยู่ว่า ประชาชนจะไม่ยอมจ่ายภาษีของเขา เว้นแต่ตัวแทนที่เขาเลือกไปจะยินยอมด้วย ซึ่งถ้าประชาชนคิดว่า สนช. พิจารณางบฯ รายจ่ายประจำปี ไม่รอบคอบ ไม่ใส่ใจก็แสดงว่า ประชาชนตื่นรู้ หวงแหนสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยของตัวเองแล้ว แต่ถ้าประชาชนเห็นแล้วยังไม่รู้สึกอะไร ก็แสดงว่าระบบประชาธิปไตยยังไม่ได้หยั่งรากฝังลึกในประเทศไทย เสียงของประชาชนจึงสำคัญมากกว่า

ส่วนกรณีที่มี สนช.บางคนออกมาโทษสื่อมวลชนว่าเผยแพร่ภาพ สนช.เพื่อหวังบิดเบือนทำลายภาพลักษณ์นั้น ก็พอเข้าใจว่าการพูดของคนเดี๋ยวนี้ พูดเพื่อให้ได้แต้ม หรือเพื่อให้เข้าตาผู้มีอำนาจเพราะแม่น้ำห้าสายใครพูดเอาใจผู้มีอำนาจ โดยอาจคิดว่าจะได้รับตำแหน่ง หรือได้มีอำนาจต่อหลังจากนี้ ประชาชนเจ้าของประเทศจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า คนเหล่านี้เป็นเช่นไร พูดเพื่ออะไร

...

นอกจากนี้ นายนิพิฏฐ์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุว่าจะปลดล็อกการเมืองเป็นเรื่องๆ และการหาเสียงต้องขออนุญาตเป็นกรณีๆ ไป ว่า ส่วนตัวยังไม่เข้าใจความหมายที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดมา อยากให้ชี้แจงให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะการหาเสียงเลือกตั้งหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปประกาศบังคับใช้แล้วก็สามารถหาเสียงได้ตามปกติทุกพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร ถือเป็นหลักการหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตยสากลที่ปฏิบัติกัน ฉะนั้น ถ้าการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองจะต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราว หรือเป็นรายกรณีไปนั้น ตนเข้าใจว่า คงจะเป็นเรื่องยากที่จะหาเสียงเลือกตั้งได้ และอาจมีปัญหาตามมา ซึ่งหากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใดหาเสียงและใช้คำพูดถ้อยคำก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกที่จะนำไปสู่ความวุ่นวาย ก็ขอให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจพิจารณาร่วมมือกัน อย่าเลือกพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนนั้นๆ ที่จะสร้างความขัดแย้งเพราะประชาชนทุกคนร่วมเป็นเจ้าของประเทศ จำเป็นต้องแสดงออกจุดยืนและใช้ดุลพินิจในการเลือกนักการเมืองเข้าสู่อำนาจ ตนไม่ได้มองว่าความพยายามที่จะปิดกั้นการหาเสียงระหว่างการเลือกตั้งเป็นเพราะรัฐบาล คสช.พยายามควบคุม หรือเกรงกลัวการถูกโจมตี