กกต.เสนอคสช.แก้ล็อก!
เอฟเฟกต์คำสั่ง คสช. 53/2560 ไม่ขัด รธน. ทำพรรคการเมืองหวั่นไหว แต่งตัวเลือกตั้งไม่ทัน กกต.เผยชงแผนแก้ไขฉุกเฉินให้ คสช.แล้ว “สมชัย” หนักใจแทนพรรคการเมืองเจอด่านหิน ปชป.-พท.ประสานเสียงจี้ปลดล็อกคลายประกาศ-คำสั่งอุปสรรคขัดขวางหาสมาชิก-ทำไพรมารีโหวต นายกฯลั่นคลายล็อกทีละเปลาะ ปลดทีเดียวเสียวตีกันเละก่อนได้ประชาธิปไตย ยันไม่ง้อพรรคการเมือง อยากคุยก็มา ไม่มาก็อย่ามา “วิษณุ” ไม่เฟิร์มเลือกตั้งท้องถิ่นปีนี้ ยันไพรมารีโหวตเลิกไม่ได้ “บิ๊กตู่” ฉุนจ้องเสนอข่าวบิดเบือน ขยายความด้านลบกลบข่าวด้านดี ครวญก่นด่าตำแหน่งผู้นำจนไร้เกียรติ ย้ำไม่ได้อยากเป็นนายกฯหรือต่อสู้เพื่ออยู่นานๆ “ไก่อู” เฉ่งอาจารย์สั่งเด็กทำคลิปล้อเลียน
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแก่บุคคลนั้น ได้สร้างความหวั่นวิตกแก่บรรดาพรรคการเมืองว่าการดำเนินธุรกรรมต่างๆ ตามเงื่อนไขกฎหมายอาจทำไม่ทัน
กกต.เผยชงแนวทางแก้ไขให้ คสช.
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า พรรคการเมืองก็มีหน้าที่จัดหาสมาชิก ทุนประเดิมและทำสาขาพรรค แต่ยังทำไม่ได้ เพราะ คสช.ยังไม่ปลดล็อกคำสั่งที่ 57/2557 และคำสั่งที่ 3/2558 ในฐานะที่ตนเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายพรรคการเมืองได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา แต่จะแก้ไขหรือไม่เป็นดุลพินิจของ คสช. ส่วนกรณีที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. สนับสนุนให้ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้หลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ยังไม่เคยมีการเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณา และ กกต.ก็ยังไม่มีความคิดที่จะเสนอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้สั่งให้สำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศเตรียมการแบ่งเขตไว้แล้ว แต่ต้องดูจำนวนประชากรที่อาจเปลี่ยนแปลง และต้องมีการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมการไว้ก่อน หากทำในระยะกระชั้นชิดก็อาจไม่ทัน
“สมชัย” ชี้ด่านหินพรรคการเมือง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า แปลว่ายอมรับความชอบธรรมของกติกาว่าพรรคการเมืองเดิม จะมีสมาชิกตามที่มายืนยันตัวและจ่ายเงินค่าสมาชิกภายในวันที่ 1-30 เม.ย. หากวิเคราะห์โดยยึดเงื่อนไขคำสั่ง คสช.ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกครบ 5,000 คน ภายใน 1 ปี นับแต่ 1 เม.ย.2560 มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง แปลว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองเก่าที่สอบผ่านเกณฑ์เพียง 3 พรรค คือประชาธิปัตย์ เพื่อไทยและชาติพัฒนา โจทย์ของพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ภายใต้การคงคำสั่ง คสช.ที่ยังไม่ให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมือง ภายใต้คำสัญญาว่าจะเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 จึงเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายนัก ที่จะต้องหาสมาชิกก่อตั้งให้ครบ 500 คน ภายในปลายเดือน ก.ย. โจทย์จากนี้ไปต้องศึกษารายละเอียดของคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ให้ดีว่าจะต้องทำอะไรบ้างและทำตามให้ครบ แต่เห็นคนที่รู้บอกมาว่าภายใต้คำสั่งดังกล่าวยังมีส่วนที่เขียนขัดไปขัดมา ให้ทำสิ่งหนึ่งแต่ไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง พอไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่เขียนให้ทำก็ทำไม่ได้ ไม่รู้เจ้าของคอกไก่จะรู้หรือยัง นักกฎหมายเต็มคอกช่วยดูกันด้วย
“องอาจ” กระตุก “บิ๊กตู่” คลายล็อก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์น้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้พรรคการเมืองต้องเตรียมจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบ 4 ภาค ให้มีตัวแทนพรรคภายใน 90 วัน หลังยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ถ้าดำเนินการไม่ทันตามระยะเวลา จะส่งผลให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพ ระหว่างที่พรรคการเมืองยังปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามกฎหมายจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ การปลดล็อกคำสั่งล่าช้า ไม่อยู่ในกรอบที่เหมาะสม จะกระทบต่อทุกพรรค ดังนั้นขอฝากถึงหัวหน้า คสช. ถ้าปลดล็อกล่าช้ามากจนพรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมายอย่างฉุกละหุก ก็อาจทำลวกๆ เพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย พิธีกรรม ไม่ได้ทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่อยากเห็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
พท.จี้ต้องยกเลิกประกาศ–คำสั่ง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคการเมืองแม้จะมีความยากลำบากในการถือปฏิบัติ แต่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับคำสั่ง จากนี้ไปถนนทุกสายจะมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ไม่มีอะไรมากระทบต่อโรดแม็ป คสช.ต้องผ่อนปรนให้เกิดบรรยากาศของการเตรียมการเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง คำสั่งหรือประกาศใดที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างบรรยากาศ การมีส่วนร่วมต้องเร่งยกเลิกโดยเร็ว เช่น คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ห้ามประชาชนชุมนุมทาง การเมืองเกิน 5 คน รวมถึงคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 เพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะห้ามพรรคการเมืองระดมสมอง ลงพื้นที่รับฟังชาวบ้าน นำมาจัดทำแนวนโยบายแก้ปัญหา คสช.มีหน้าที่ต้องนำประเทศกลับสู่สภาวะปกติสุข ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยการปิดกั้นการแสดงออกโดยเร็ว
มั่นใจไร้ปัญหาระดมสมาชิกพรรค
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้การเลือกตั้งเดินหน้าเร็วขึ้น แต่อยากให้ คสช.เร่งปลดล็อกให้พรรคการเมืองหาสมาชิกและพร้อมทำไพรมารีโหวต เพราะที่ผ่านมาสมาชิกแต่ละพรรคหายไปจำนวนมากเนื่องจากถูกบังคับให้มายืนยันการเป็นสมาชิกในเวลาที่จำกัด ซึ่งกระทบกับทุกพรรคการเมือง แต่มองว่าไม่เป็นปัญหา เพราะเมื่อ คสช.เปิดโอกาสให้มีการเปิดรับสมาชิกใหม่เชื่อว่าจะมีประชาชนทยอยมาสมัครอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องของสาขาพรรคนั้นมีผลกระทบ เพราะมีการยุบสาขาพรรคที่มีอยู่ เป็นปัญหาที่จะต้องตั้งสาขาพรรคใหม่ ต้องรอให้ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง
เผยคลายล็อกการเมืองทีละเปลาะ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมืองว่า การปลดล็อกหากจะปลดต้องปลดเป็นกิจกรรมๆ ไป ถ้าปลดล็อกทั้งหมดรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่มีปัญหา ต้องพิจารณาหารือกันว่าจะปลดล็อกอย่างไรบ้าง ไม่ใช่ให้อิสระเสรีแล้วใครจะรับรองกับตนได้มันจะไม่เกิดเหตุเดิมขึ้นอีก มันด่ากันตามถนน หนทางเดินกันทั่วไปหมด รับได้หรือไม่ ถ้าสื่อรับไม่ได้ก็ต้องช่วยให้ทุกคนออกมารับประกันว่า การหาเสียงจะต้องตรงตามกฎหมายกำหนด การหาเสียงจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดโดยต้องขออนุญาตเป็นครั้งๆ ไปแต่บางอย่างอาจไม่ต้องขอ การปลดล็อกมันต้องเป็นแบบนั้น บางอย่างต้องขอบางอย่างไม่ต้องขอ ซึ่งต้องหาวิธีในการกำหนดให้บ้านเมืองมันสงบเรียบร้อยไม่ใช่ก่อนจะไปถึงประชาธิปไตยตีกันเละ ตรงนี้จะมีใครรับรองกับตนได้บ้างสื่อถ้ารับรองไม่ได้ก็ต้องพูดออกไป ไม่ใช่มากดดันรัฐบาลอยู่แบบนี้
ไม่ง้อพรรคการเมืองอยากคุยก็มา
เมื่อถามว่า การนัดพูดคุยกับพรรคการเมืองจะต้องมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่มีเงื่อนไข อยากคุยก็มาคุย ทำไมต้องมีเงื่อนไข ไม่มาก็อย่ามา ไม่ได้ง้อให้ใครมา ถ้าไม่มาประชาชนและสื่อก็ตัดสินว่าทำไมไม่มา เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่มีเงื่อนไขว่าจะมาร่วมถ้าได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย นายกฯตอบว่า ขอดูความจริงใจก่อน เมื่อถามย้ำว่าในเดือน มิ.ย.นี้จะได้คุยหรือไม่ นายกฯตอบว่า “ก็ประมาณนั้น”
เบื่อวิธีหาเสียงด่าโจมตีกันไปมา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขั้นตอนแรกคือการเตรียมความพร้อมเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งจากนั้นเป็นเรื่องการปลดล็อกที่จะหาเสียงอะไรต่างๆ ที่ผ่านมาการหาเสียงในสิ่งที่ดีๆ หรือไม่ ด่ากันโจมตีกันไปมาถ้าเป็นแบบนี้มันไปไม่ได้จะกลายเป็นว่าเริ่มบรรทัดฐานตั้งแต่การเลือกตั้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเข้าไปเป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน บางอย่างมันต้องมีการร่วมมือกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด วันนี้รัฐบาลคิดงบประมาณจัดทำเฉลี่ยไปถึงภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัดรวมถึงชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้สอดประสานการทำงานแบบประชารัฐ ซึ่งเป็นคำที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำของตน เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนคือประชารัฐ ส่วนเรื่องไทยนิยมยั่งยืนคือการทำความดีของคนไทยในทุกโอกาส มันผิดตรงไหน
ร่าง ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่ถึงมือ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการนำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯว่า เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด หน้าที่นี้มีคนทำอยู่แล้ว สื่อมีหน้าที่สร้างการรับรู้เข้าใจ อย่าไปปลุกปั่นกันขึ้นมาอีกแค่นั้น มันมีเวลากำหนดว่ากี่วัน ถ้าทูลเกล้าฯขึ้นไปแล้วสมมติมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วอย่างไร จะมาบีบเร่งกันว่าลงมาแล้วต้องรีบทำ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า ก.พ.62 เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า ถ้า สนช.ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้รัฐบาล 2 วันก็สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ นายกฯตอบว่า “ยังไม่ถึงผมจะส่งได้อย่างไร ส่งมามันจะยากอะไร ผมก็เซ็นแล้วก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ”
“วิษณุ” ไม่คอนเฟิร์ม ลต.ท้องถิ่นปีนี้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ ว่า ยังไม่แล้วเสร็จ ตอนนี้คืบหน้าไปกว่า 90% มีการแก้ไขในสาระจำนวนมาก อาทิเรื่องคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นปีหรือไม่นั้น ตอบไม่ถูก แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาที่ ครม.ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนเดือน ก.ค.-ก.ย. อยู่ในชั้นการพิจารณาของ สนช. จากนั้นเป็นขั้นตอนของการนำขึ้นทูลเกล้าฯ จะเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนระดับชาติหรือไม่นั้นไม่ทราบ เราคงคิดในใจได้ แต่จะไปอธิบายก่อนให้คนสับสนไม่ได้ ขณะที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เกิดก่อนหรือไม่นั้นก็ไม่ทราบ แต่อะไรที่ง่ายจะเปิดให้ทำก่อน
โบ้ยอีกพรรคการเมืองไม่อยากคุย
เมื่อถามว่า ขณะนี้กฎหมายใกล้แล้วเสร็จแต่ยังไม่มีการปลดล็อก การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีปัญหาหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า จะต้องปลดล็อกเป็นเรื่องๆไป เพราะการสมัครเป็นสมาชิกท้องถิ่นไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ถ้าจะทำกิจกรรมทาง การเมืองจะทำเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ทำเป็นพรรค ไม่ต้องมีการประชุมพรรค และไม่มีขั้นตอนของพรรค เมื่อถามอีกว่า จะมีการปลดล็อกใหญ่ให้พรรคการเมืองหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ก็เรียกให้มาคุยกันในเดือน มิ.ย. แต่ในเมื่อไม่อยากคุยหรือยังไม่พร้อม สามารถเลื่อนไปอีกได้ เพราะไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายว่าจะต้องจัดเมื่อไร
“วิษณุ” ลั่นเลิกไพรมารีโหวตไม่ได้
นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองร้องเรียนถึงปัญหาการจัดทำไพรมารีโหวตไปยัง คสช. แต่เป็นพรรคใดนั้นตนไม่ทราบ จากนี้ คสช.อาจจะส่งเรื่องมาให้ตนเพื่อหาทางออก ถึงวันนั้นอาจต้องเรียก กกต. และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาหาทางออกร่วมกัน ทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น ถ้าพูดคุยกับฝ่ายต่างๆแล้วอาจเห็นปัญหา แต่เรื่องที่พรรคเล็กสมาชิกน้อย ตนมองว่าไม่เป็นปัญหา เพราะยังหาสมาชิกได้อยู่ แต่เลิกระบบไพรมารีโหวตนั้นยาก ส่วนจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่นั้น ไม่อยากพูด มันจะมีวิธีอื่นหรือไม่โดยไม่ต้องใช้มาตรา 44 เริ่มต้นทุกเรื่องต้องถามก่อนมีวิธีอื่นหรือไม่ เมื่อถามว่า คิดว่าเมื่อรัฐบาลปลดล็อกแล้ว พรรคการเมืองจะสามารถจัดทำไพรมารีโหวตทันหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าปลดล็อกเขาก็เดินหน้าหาสมาชิก ซึ่งอาจจะทำทันก็ได้ วันนี้เขามีสมาชิกน้อยแต่ยังหาได้อยู่
“บิ๊กตู่” วอนหยุดเสนอข่าวบิดเบือน
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด “ประชารัฐร่วมใจต้านภัยค้ามนุษย์” และมอบรางวัลแก่หน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงผู้ชนะเลิศการประกวดภาพวาด ออกแบบสติกเกอร์ในแอปพลิเคชันไลน์ และคำขวัญรณรงค์การต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เอกอัครราชทูตและผู้แทนสถานทูตต่างๆ องค์การระหว่างประเทศกว่า 500 คนเข้าร่วม โดยก่อนเปิดงานนายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมลงนาม “ขอให้สำเร็จ ยั่งยืน เป็นกำลังใจให้ทุกคน” และระหว่างชมการออกแบบสติกเกอร์ไลน์คำว่า “หยุดล่อลวงเพื่อนมนุษย์” นายกฯได้บอกให้ออกแบบคำว่า “หยุดเสนอข่าวบิดเบือน หยุดมโน” ด้วย
ขยายความด้านลบมีแต่เสียกับเสีย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า จะเห็นได้ว่า 4 ปีได้มีความก้าวหน้าทำครบทุกมิติ โดยเฉพาะแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นมีผลงานเป็นรูปธรรม ยอมรับว่าประเทศไทยยังมีปัญหาค้ามนุษย์ จึงขอให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปราบปราม คำนึงหลักสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต่อมานายกฯให้สัมภาษณ์ว่า เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดการต้านทานที่ดี รัฐบาลพยายามให้วัคซีนในทุกเรื่อง ไม่อยากให้ทุกคนนำหลายๆเรื่องที่ยังแก้ไขไม่ได้ หรือแก้ไขไม่เสร็จไปขยายความ เพราะจะทำให้สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นด้อยความสำคัญลงไป ประเทศก็ไม่ได้อะไร มีแต่เสียกับเสีย รัฐบาลไม่ได้ต้องการปิดบังอะไร แต่อยากให้ความสำคัญ กับข่าวที่ออกมาในช่วงนี้ เรากำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ถ้าสิ่งดีๆที่ทำมาทั้งหมด 4 ปี ไม่ได้สร้างการรับรู้ วันหน้าเราจะเอาอะไรมาเป็นบรรทัดฐานในการทำงาน
อัดอั้นห่วงพิษร้ายโซเชียลระบาด
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้อยากบอกสื่อ ประชาชน บรรดานักการเมือง กลุ่มต่างๆ นักวิชาการ เด็ก นิสิต นักศึกษา เราควรต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยสร้างสิ่งที่ดีออกมาให้คนอื่นได้รับรู้มากกว่าจะไปทำสิ่งที่ไม่ดีผิดกฎหมาย ให้เกิดความรู้สึกว่าประเทศเราไม่มีเสถียรภาพ วันนี้บ้านเมืองไม่มีการปั่นป่วน ไม่มีการปิดถนน แต่สิ่งที่เจออยู่ในขณะนี้ก็คือการใช้โซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศ แต่ยอมรับว่าเรื่องเหล่านี้อาจสร้างกระแสความนิยมในการบริโภคได้ แต่ประเทศไทยเสียหาย ตนก็พูดได้เพียงเท่านี้ไม่ได้ไปบังคับอะไรใคร
จวกด่าตำแหน่งผู้นำจนไร้เกียรติ
“4 ปีที่ผ่านมาพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญ มีเกียรติทรงคุณค่า ผมบอกเสมอว่าตัวเองก็มีความเป็นมนุษย์ ความผิดของผมมีเพียงอย่างเดียวที่ผมรู้คือความเป็นมนุษย์จะต้องมีความผิดพลาด โมโห โกรธ ดังนั้นในการเป็นนายกฯมีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมติออกมา ผมเป็นมนุษย์ เป็นคน และทำงานเพื่อประเทศไทยเพื่อคนไทยก็ต้องเป็นของผมแบบนี้ แต่ผมทำหน้าที่ตรงนี้มีเกียรติมีศักดิ์ศรีสำหรับประเทศและต่างประเทศ ก็ไม่เข้าใจว่าหลายคนพยายามที่จะทำลายเกียรติยศของนายกฯซึ่งไม่ใช่ผมเพราะนี่คือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เทียบง่ายๆนี่คือผู้นำในการบริหารประเทศ แล้วพวกสื่อก็เขียนกันไปกันมาจนตำแหน่งนี้เฟลไปทั้งหมด พวกคุณทำกันไปเพื่ออะไร แล้ววันข้างหน้าคุณคิดกันว่านายกฯประเทศไทยต้องถูกด่าถูกว่าให้ร้ายใช้คำผรุสวาทตามโซเชียลมีเดียอย่างนี้หรือ สื่อต้องแก้ไข ไม่เช่นนั้น พอคนเข้ามาก็เป็นแบบเดิมก็ไม่รู้จะทำกันไปทำไม แล้วถ้ามันดีแต่ดีไม่ได้ดี พอทำไม่ดีก็ไม่ดี แล้วแต่พวกแล้วแต่ชอบ ผมคิดว่าเป็นแบบนี้ประเทศไทยไปไม่ได้” นายกฯกล่าว
ไม่ได้อยากเป็นนายกฯ-อยู่นาน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าตนมีความผิด คือ การมีความเป็นมนุษย์สูง ได้นั่งทบทวน 4 ปีที่ผ่านมากำลังทำอะไรอยู่ ข้อเท็จจริงคือทำหน้าที่ของตน แต่ก็กำลังนึกว่าแล้วกำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ ต่อสู้เพื่อจะไปสู่ตำแหน่งที่ตนไม่อยากเป็นมาก่อนเพื่อจะรักษาอำนาจผลประโยชน์ของตนยืนยันว่าไม่ใช่ ไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องต่อสู้เพื่อให้ได้อยู่ได้นาน ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่ประชาชนจะเห็นว่าวันนี้อะไรดีขึ้น อะไรที่มันแย่ลง มันมีปัญหาเยอะเราอาจจะแก้ได้สัก 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้แก้เลยไม่ใช่หรือ ทั้งค้ามนุษย์ แก้ไขกฎหมาย ดังนั้นขอให้สื่อทุกคน ขอให้ช่วยกันด้วย ตนไม่ได้รังเกียจสื่อไม่ได้เอาใจสื่อ แต่เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นคนไทยจะต้องไม่ทำลายประเทศไทยของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ การบิดเบือน การใช้ความรู้สึกในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครอยากทำงานให้ท่านหรอก จะมีแค่บางพวกเท่านั้นที่อยากทำให้ เอาใจคนเป็นกลุ่มๆไป แต่ตนทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะหน้าที่ของนายกฯตรงนี้เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติคือดูแลประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะพรรคไหน จะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
ผลงานเยอะแยะไม่มีสูญเปล่า
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นายกฯต้องอยู่ตรงกลางเพื่อจะบังคับวิถีให้ทุกอย่างลงไปสู่ทุกจังหวัดถึงทุกคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ซึ่งมันไม่ง่ายนัก แต่ถ้าสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และวางพื้นฐานที่ดีไว้ให้ ก็น่าจะดีกว่าที่ไม่มีอะไรเลย มันจะกลายเป็นอย่างที่ทุกคนพูดว่ามันสูญเปล่า ตนไม่เห็นมันจะสูญเปล่าตรงไหน เพราะผลงานก็ปรากฏออกมาเยอะแยะไปหมดเป็นร้อยเป็นพัน แต่ท่านก็มาบอกว่าสูญเปล่า บอกว่าลงจากหลังเสือ ตนไม่ได้คิดว่าขึ้นเสือตรงไหนหรือเป็นเสือที่ไหน วันนี้ขอพูดเปิดใจหน่อยก็แล้วกัน แล้วจะดูต่อไปแล้วกันว่าจะได้รับความร่วมมือแค่ไหน อย่างไร เพราะถ้ามันพูดกันไม่รู้เรื่องวันหน้าก็ไม่พูดกันก็แค่นั้น เมื่อถามว่า นายกฯไปอารมณ์เสียคอลัมน์ไหนมา นายกฯตอบว่า “ไม่ได้อารมณ์เสียอะไร ก็อารมณ์แบบนี้ ความเป็นมนุษย์ไง ก็ต้องให้รู้ว่านี่คือความเป็นมนุษย์ของผมเอง นายกฯไม่ใช่เทพเทวดา มนุษย์จะเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเป็นเทวดามันไม่รู้หรอก พอแล้ว เบื่อ”
เฉ่งอาจารย์สั่งเด็กทำคลิปล้อ รบ.
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีการแชร์คลิปวิดีโอล้อเลียนการทำงานของรัฐบาล ประกอบเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ของนิสิตคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในโลกออนไลน์ว่า นายกฯไม่ติดใจอะไรกับนิสิตที่ต้องทำตามคำสั่งของอาจารย์ แต่รู้สึกเป็นห่วงที่เด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่ที่ไม่หวังดี นำเรื่องการทำงานเพื่อประเทศชาติมาล้อเล่นอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งนิสิตที่ทำออกมาขอโทษสังคมแล้ว เจตนาเพียงแค่ต้องการทำงานส่งอาจารย์เท่านั้น และอยากให้ผู้ที่แชร์ช่วยลบคลิปดังกล่าว ไม่อยากให้กลายเป็นประเด็นดังในสังคม ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังคุกรุ่น ขณะที่สังคมควรตั้งคำถามกับอาจารย์วิชาการเมืองการปกครองที่มอบหมายให้เด็กทำคลิปมากกว่า ทำไมจึงใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทั้งที่ต้องมีจรรยาบรรณที่ดีปลูกฝังสิ่งดีลูกศิษย์ ไม่ยุยง ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง
“บิ๊กตู่” จอง 2 ชม. เเจงงบฯ 3 ล้านล้าน
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. กล่าวว่า ในวันที่ 7 มิ.ย. ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท วาระแรกที่เสนอโดยรัฐบาล ขณะนี้มีสมาชิก สนช.ประสงค์อภิปรายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน จะกำหนดเวลาให้สมาชิกอภิปรายได้คนละ 8 นาที ได้รับการประสานมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะมาชี้แจงต่อ สนช. 2 ชั่วโมง ต้องรอฟัง พล.อ.ประยุทธ์จะได้ชี้แจงว่า การทำงบประมาณได้ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างไร เช่น การจัดสรรงบลงทุนมาต่ำกว่าร้อยละ 20 รัฐบาลได้ทำตามหรือยัง ส่วนช่วงบ่ายจะเปิดให้สมาชิกอภิปราย และให้รัฐมนตรีชี้แจง คาดว่าจะประชุมเสร็จในช่วงค่ำวันเดียวกัน
หั่นงบไอซีทีสภาฯใหม่เหลือ 3 พันล้าน
นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาขอปรับลดงบประมาณระบบสารสนเทศและสาธารณูปโภค (ไอซีที) การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า เบื้องต้นวางกรอบปรับลดงบประมาณระบบสารสนเทศเหลือ 3,000 ล้านบาท และระบบสาธารณูปโภค 587 ล้านบาท ตามกรอบประมูลการก่อสร้างครั้งแรก จะเคาะตัวเลขให้ได้ข้อสรุปภายในวันนี้ 6 มิ.ย.คาดว่า จะเสนอขออนุมัติงบดังกล่าวจาก ครม.ในวันที่ 19 มิ.ย. และจะทำเรื่องดังกล่าวให้จบในเดือน มิ.ย. ยอมรับว่ายังจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากกว่านี้ เพื่อเร่งรัดการก่อสร้าง แต่จะทยอยขออนุมัติในปีถัดไป ส่วนการจัดซื้อไมโครโฟนและโทรทัศน์นั้น เบื้องต้นจะลดการจัดซื้อ เพราะจะนำไมโครโฟน และโทรทัศน์ตามห้องกรรมาธิการต่างๆ จากอาคารรัฐสภาเดิมที่มีอยู่ ไปใช้ที่รัฐสภาแห่งใหม่ แต่ระบบลงคะแนนในห้องประชุมใหญ่ไม่สามารถนำไปด้วยได้ เมื่อมีการรื้อถอนระบบจะเสียหายทันที
เร่งยกร่างคำร้องปมถือหุ้น “ดอน”
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ มีปัญหาขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 187 เนื่องจากถือหุ้นเกินร้อยละ 5 และไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายในเวลาที่กำหนดว่า อยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง เมื่อแล้วเสร็จก็ต้องนำกลับเข้าสู่ที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้ง โดยจะพยายามส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร็วที่สุด
คนอยากเลือกตั้งบุกโวยผู้ตรวจฯ
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมคณะเข้ายื่นคำร้องถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตอบโต้ต่อหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการฯ กรณีที่ให้พิจารณาคำร้องเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ผู้ตรวจฯกลับไม่ส่งตีความโดยวินิจฉัยเองว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญตามมาตรา 279 น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ต้องการร้องเรียนบทบาทของผู้ตรวจฯไม่ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับวินิจฉัยเสียเอง ขอยืนยันให้ผู้ตรวจการแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย คือพิจารณาคำร้อง และส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความตามหน้าที่ และยื่นหนังสือผ่านผู้ตรวจฯ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 279 ที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนั้นขัดต่อหลักนิติธรรมในการตรากฎหมาย ทำให้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไร้ความหมาย มีศักดิ์ต่ำกว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.
เลื่อนคดีบ้านเอื้ออาทรไป 18 มิ.ย.
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดฟังคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้อง คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และแกนนำพรรคเพื่อไทยกับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ โดยนัดนี้องค์คณะผู้พิพากษาติดภารกิจเร่งด่วน จึงนัดฟังคำสั่งคดีว่าจะรับหรือไม่รับฟ้องอีกครั้ง ในวันที่ 18 มิ.ย.เวลา 13.00 น.
รับฟ้อง “ทักษิณ” ตั้ง รมต.ล้วง “ทีพีไอ”
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกาฯ ผู้พิพากษาองค์คณะ 9 คน นัดฟังคำสั่งประทับรับฟ้อง คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามมาตรา 157 กรณีนายทักษิณให้ความเห็นชอบ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีต รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ก่อนพิจารณาคำฟ้อง วันนี้องค์คณะฯเห็นว่า แม้การฟ้องไม่มีตัวจำเลย แต่จำเลยคดีนี้ก็ถูกยื่นฟ้องในคดีของศาลฎีกาฯนี้ ซึ่งได้ออกหมายจับไว้แล้ว ขณะที่คำฟ้องคดีถูกต้องตามกฎหมาย ศาลมีคำสั่งให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป หรือพิจารณาลับหลัง โดยองค์คณะฯ กำหนดนัดพิจารณาครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 08.30 น.
นายกฯชี้ซื้อดาวเทียมยังอีกนาน
อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมเตรียมจัดซื้อดาวเทียมทหาร มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาทว่า ยังไม่มีท่าทีอะไร เป็นเพียงการ พูดคุยหารือเฉยๆ เท่าที่ทราบดาวเทียมที่ใช้อยู่ใกล้หมดอายุการให้การบริการ แค่หารือกันว่าควรมีหรือไม่มี เอางบประมาณจากที่ไหน ราคาถูกๆ หรืออย่างไร จะคุ้มค่าหรือเปล่า เรื่องอีกตั้งนาน วันนี้ยังไม่มีเสนอเรื่องขึ้นมา ต้องขออนุมัติ ครม.และ ครม.ต้องตรวจสอบก่อน รวมถึงเรื่องของกฎหมายต้องให้ สนช.พิจารณาด้วย ต้องคำนึงถึงประชาชนว่ายินยอมและตอบรับหรือเปล่า
“บิ๊กป้อม” ปัดจัดซื้อในนามทหาร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ทำอะไร เพียงศึกษาดูร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาอยู่ เขาอยากให้เราร่วมศึกษาวิจัยและเป็นสมาชิกแต่ไทยยังไม่ตอบตกลงกลับไป ส่วนเรื่องงบประมาณยังไม่มีความชัดเจนถ้าจะทำจริงต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นในนามของรัฐบาล ไม่ใช่ในนามทหาร คนที่จะดำเนินการเป็นประเทศสหรัฐฯที่เป็นคนยิงดาวเทียมทั่วโลกออกไปในระยะ 50 กิโลเมตร ตามแนวชายแดนเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ใช้ดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ ส่วนหนังสือแสดงเจตจำนงในการร่วมดำเนินโครงการ (แอลโอไอ) ที่ไปเซ็นก็เพื่อรับรู้รับทราบและเป็นเรื่องของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศจะเป็นผู้ร่วมดำเนินการ ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแต่ไปร่วมเซ็นเท่านั้น เมื่อถามว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุการจัดซื้อดาวเทียมไธอาของสหรัฐฯ เป็นดาวเทียมจารกรรม สามารถตรวจจับเก็บภาพทุกสิ่ง ไม่ว่าคนไทยจะทำอะไรแม้แต่กดเบอร์โทรศัพท์ดาวเทียมดังกล่าวก็สามารถตรวจจับและบันทึกได้ รองนายกฯตอบว่า เป็นดาวเทียมใช้ทั่วไป ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเมื่อใด