เขี้ยวเล็บทัพฟ้า!! "บิ๊กจอม" นำ บิ๊ก ทอ. ร่วมพิธีเกียรติยศ ครบรอบ 40 ปี การบรรจุเครื่องบิน F-5 E/F เข้าประจำการ กองทัพอากาศ พร้อมเปิดตัวเครื่องบิน F-5F ต้นแบบ โครงการปรับปรุงความสามารถ F-5 SUPER TIGRIS ณ กองบิน 21 

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ที่กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเกียรติยศ 40 ปี เครื่องบินขับไล่ แบบที่ 18 ข/ค หรือ F-5 E/F และพิธีส่งมอบเครื่องบินขับไล่ แบบที่ 18 ค หรือ F-5E ต้นแบบ (ROLL OUT CEREMONY) ตามโครงการปรับปรุงความสามารถเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ข/ค (F-5 SUPER TIGRIS)


โดยพล.อ.อ.จอม ได้ประกอบพิธีเกียรติยศ 40 ปี เครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ข/ค หรือ F-5E/F ด้วยพิธีสงฆ์ เจิมเครื่องบินและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนที่ จะคล้องพวงมาลัยให้กับเครื่องบิน และมอบของที่ระลึกให้แก่ อดีตผู้บังคับฝูงบินที่มีเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F เข้าประจำการ ในโอกาส 40 ปี แห่งความสำเร็จของเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 E/F

...



สำหรับเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F เข้าประจำการในกองทัพอากาศครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2521 โดยกองทัพอากาศได้จัดหาเขี้ยวเล็บที่ทรงนภานุภาพในขณะนั้น คือ เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียวแบบ F-5E จำนวน 17 เครื่อง และสองที่นั่งแบบ F-5F จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งเป็นรุ่นหัวกลมมาตรฐาน (Conical Nose) ได้รับการกำหนดให้เป็นเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ข และ ค โดยบรรจุเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 102 กองบิน 1 นครราชสีมา

ต่อมาภายหลัง ได้ย้ายไปประจำการ ณ ฝูงบิน 711 กองบิน 71 สุราษฎร์ธานี (กองบิน 7 ในปัจจุบัน) ในปี พ.ศ.2524 กองทัพอากาศได้จัดหา F-5E/F รุ่นหัวแบนหรือปากฉลาม (Shark Nose) ที่มีการเสริมชายหน้าปีก เพื่อเพิ่มแรงยกและเสถียรภาพในการบินที่ความเร็วต่ำ บรรจุประจำการ ณ ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี จำนวน 20 เครื่อง ก่อนย้ายไปประจำการ ณ ฝูงบิน 211 กองบิน 21 อุบลราชธานี ในปี พ.ศ.2537



ในปี พ.ศ.2530 กองทัพอากาศได้จัดซื้อ F-5E อีกจำนวน 10 เครื่อง โดยในรุ่นที่จัดซื้อนี้เป็นเครื่องบินรุ่นหัวกลมมาตรฐาน ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจากกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาที่ประจำการอยู่ ณ ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ 26 (Aggressor) ฐานทัพอากาศคล้าก ประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากผ่านการตรวจสภาพแล้ว ได้บรรจุเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 231 กองบิน 23 อุดรธานี จำนวน 6 เครื่อง ร่วมกับ F-5A/B และ RF-5A และในปี พ.ศ.2539 เครื่องบินทั้งหมดได้ย้ายไปประจำการ ณ ฝูงบิน 711 กองบิน 71 ซึ่งต่อมาได้รับการปรับโครงสร้างเป็น ฝูงบิน 701 กองบิน 7 ต่อมาในปี พ.ศ.2555 ได้มีการปรับย้าย F-5E จากฝูงบิน 701 กองบิน 7 ทั้งหมด 11 เครื่อง ไปประจำการ ณ ฝูงบิน 211 กองบิน 21 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน

ซึ่งตลอดระยะเวลา 40 ปี ของการบรรจุเข้าประจำการนั้น F-5E/F เป็นเครื่องบินรบที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามภายนอกประเทศ และผ่านสมรภูมิที่สำคัญ อาทิ การรบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และกรณีพิพาทบ้านร่มเกล้า เป็นต้น กองทัพอากาศได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญ ตลอดจนเกียรติประวัติของเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F จึงได้จัดพิธี “เกียรติยศ 40 ปี เครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ข/ค” ขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่เครื่องบิน ผู้บังคับบัญชา นักบิน และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบินที่เคยปฏิบัติงานกับเครื่องบินดังกล่าว รวมถึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนพิธีส่งมอบเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ค ต้นแบบ (ROLL OUT CEREMONY) ตามโครงการปรับปรุงขีดความสามารถ F-5 SUPER TIGRIS
เนื่องด้วยเครื่องบินขับไล่ในยุคปัจจุบันนั้นมีราคาที่สูงมาก ประกอบกับสถานภาพงบประมาณของกองทัพอากาศที่มีอย่างจำกัด ดังนั้นการปรับปรุงขีดความสามารถของเครื่องบินที่มีใช้งานอยู่ให้มีสมรรถนะสูงขึ้นจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของกองทัพอากาศในการดำรงขีดความสามารถในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ตามโครงสร้างกำลังรบ เครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F เป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่ที่กองทัพอากาศเล็งเห็นถึงศักยภาพที่จะนำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ เพื่อให้เครื่องบินมีความทันสมัย สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต



กองทัพอากาศจึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ข/ค หรือ F-5E/F (F-5 SUPER TIGRIS) จำนวน 14 เครื่อง แบ่งออกเป็น ระยะที่ 1 จำนวน 10 เครื่อง และระยะที่ 2 จำนวน 4 เครื่อง โดยปรับปรุงขีดความสามารถให้สามารถใช้งานระบบอาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง มีระยะยิงไกล รวมทั้งติดตั้งระบบเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเป้าหมายเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ และเตรียมการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) เพื่อใช้งานร่วมกับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์สมรรถนะสูงแบบอื่นๆ ของกองทัพอากาศ และระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องคำนึงถึงการส่งกำลังและซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งานของเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงดังกล่าว หรืออย่างน้อย 15 ปี

หลังการปรับปรุงแล้วเสร็จ นอกจากขีดความสามารถของเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นแล้ว โครงการนี้ยังดำเนินการบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง โดยใช้บุคลากรของกองทัพอากาศในการดำเนินการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคลากรให้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สามารถนำวิทยาการมาประยุกต์สำหรับการดูแลบำรุงรักษายุทโธปกรณ์ สามารถพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของกำลังทางอากาศ ระบบอาวุธ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม หรือระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้กองทัพอากาศมีขีดความสามารถสูงขึ้นในการป้องกันประเทศ และเผชิญภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพึ่งพาและพัฒนาตนเองตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ



สำหรับความคืบหน้าของการดำเนินโครงการขณะนี้ เครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ค หรือ F-5F ต้นแบบ ได้ดำเนินการปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในโอกาสนี้ บริษัท ELBIS SYSTEM ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ จึงได้ทำการส่งมอบเครื่องบิน F-5F ต้นแบบดังกล่าวให้กับกองทัพอากาศ โดยมี พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.เป็นผู้รับมอบ