รัฐบาล คสช.เมินครหาเดินสายดูด “ไก่อู” โต้ ครม.ในอดีตก็ทำกันลงพื้นที่ติดตามนโยบาย-แก้ปัญหา ตอกจับโยงการเมืองเป็นอุปสรรคพัฒนาประเทศ โบ้ยทริปสระแก้วอยู่นอกแผน ครม.สัญจร “บิ๊กตู่” ยกเลิกแล้วหลัง “ฮุน เซน” ติดภารกิจ “เต้น” เย้ยผิดคิวลงไปสุราษฎร์ฯแทน เชื่ออลังการไม่แพ้บุรีรัมย์ถิ่น “เนวิน” พท.มั่นใจไม่มีใครตีจาก “วิโรจน์” ปัดข่าวไม่จริง “ป๋าเหนาะ” ไหลตามแรงดูด “ภูมิธรรม” เฉ่ง “ไพศาล” กุข่าวสร้างราคาตัวเอง “โกศล” รับอดีต ส.ส.โคราชบางส่วนถูกทึ้ง แต่ยากจะไปหนุนพวกรัฐประหาร “อภิสิทธิ์” ก้าวข้ามพลังดูด ท่องคาถาเสียงประชาชนเท่านั้นจะตัดสิน “นิพิฏฐ์” น้ำท่วมปาก ส.ส.ภาคใต้โดนดึง แต่พูดไม่ได้ ท้า “บิ๊กตู่” เปิดหน้าตั้งพรรคลงเลือกตั้งดีกว่าแอบอยู่ข้างหลัง “ตือ” ดักคออย่าใช้ม็อบอยากเลือกตั้งยื้อโรดแม็ป
กรณีพรรคการเมืองรุมถล่มการเดินสายจัดประชุม ครม.สัญจรของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นการหาเสียงล่วงหน้า โดยทุ่มงบประมาณดูดอดีต ส.ส.มาร่วมสนับสนุนรัฐบาล โดยฝ่ายรัฐบาลยืนยันการลงพื้นที่เพื่อติดตามนโยบายปกติ และจะจัดต่อไปทุกเดือน แต่การลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ในวันที่ 18 พ.ค.ต้องยกเลิกไปก่อนเนื่องจากนายกฯของกัมพูชาติดภารกิจ
รัฐบาลเมินเสียงวิจารณ์เดินสายดูด
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออก มาตัดพ้อถูกโยงทุกเรื่องเป็นเรื่องการเมือง โดยลงพื้นที่หวังดูดอดีต ส.ส.ว่า นายกฯอยากให้เข้าใจว่าการลงพื้นที่ตั้งแต่ต้นปี 61 เป็นต้นมา เป็นการลงพื้นที่ตามปกติ รัฐบาลในอดีตก็ทำกัน เพื่อติดตามนโยบายและข้อติดขัด การมาโยงเป็นการเมืองไปหมดการพัฒนาประเทศติดขัด เมื่อถามว่าจะทำให้รัฐบาลเสียโอกาสในการทำงานหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญ ตอบว่า การทำงานคือการทำงาน จะไม่เอาเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาทำให้เสียโอกาส และยังจะไปทุกเดือนทั้งการประชุม ครม.สัญจร การลงพื้นที่ตรวจราชการ รวมถึงการพบผู้นำท้องถิ่นหรือนักการเมือง เพราะนายกฯถือว่าเป็นคนไทยด้วยกันทุกคน
“ฮุน เซน” ไม่ว่าง “บิ๊กตู่” ยกเลิกไปสระแก้ว
“ส่วนการไป จ.สระแก้ว ไม่ได้อยู่ในแผนการลงพื้นที่และไม่ใช่ไปดูด ส.ส.อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นเรื่องที่ทางจังหวัดทำหนังสือเชิญนายกฯและสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ร่วมเปิดด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ในวันที่ 18 พ.ค. แต่วันนั้นสมเด็จฮุน เซน ติดภารกิจ ทำให้ต้องยกเลิกกำหนดการวันนั้น และดูเวลาที่เหมาะสมต่อไป” พล.ท.สรรเสริญกล่าว
รัฐตีปี๊บจัดให้แหล่งทุนช่วยคนจน
พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาสภาพคล่องช่วงใกล้เปิดเทอมว่า รัฐบาลห่วงใยและมีทางเลือกในความจำเป็นใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล โดยไม่ต้องใช้บริการสินเชื่อนอกระบบ ทั้งโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน รายละไม่เกิน 50,000 บาท โครงการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) รายละไม่เกิน 50,000 บาท สถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลดภาระผู้ปกครอง ในวันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค.61 หากเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือน ส่วนเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท จะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน
ติง ปชช.เดือดร้อนอย่าโยงการเมือง
พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นายกฯยังให้ความสนใจข่าวที่เกษตรกรนำหัวรถไถไปจำนำที่โรงรับจำนำของเทศบาลเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์ และมีคนฉวยโอกาสนำไปอ้างรัฐบาลบริหารงานไม่ดี ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ โดยนายกฯไม่อยากให้นำความเดือดร้อนของประชาชนไปโยงการเมือง ขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง การนำทรัพย์สินไปจำนำถือเป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่ต้องการใช้เงินฉุกเฉินเกิดขึ้นมานานแล้ว และช่วงใกล้เปิดเทอมจะมีปริมาณการใช้บริการมาก ถือเป็นเรื่องปกติ หัวรถไถถูกนำไปจำนำที่นั่นเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากโรงรับจำนำของพื้นที่ใกล้เคียงใน อ.บางมูลนาก และ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ไม่ได้รับจำนำอุปกรณ์การเกษตรและพบว่าทอง นาก เพชร เครื่องรูปพรรณ เงินรูปพรรณ นาฬิกาข้อมือ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ นำไปจำนำมากที่สุด ส่วนเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรน้อยที่สุด และมีปริมาณการจำนำใกล้เคียงกับทุกปี
พท.จิตแข็งมั่นใจไร้คนตีจาก
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กระแสการดูดนักการเมืองไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า กระแสดังกล่าวจะไม่มีผลอะไรกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน ต่อให้ใครมาดูดมั่นใจว่าสมาชิกพรรคคงไม่มีใครไปอยู่ด้วย เพราะหลักการของพรรคชัดเจนไม่เอาเผด็จการและนายกฯคนนอก เรายึดแนวทางประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการทำงานได้ ยังมั่นใจว่าประชาชนยังคงสนับสนุนแนวทางนี้ ส่วน กระแสข่าวดูดนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย กลุ่มวังน้ำเย็นคงไม่ใช่ความจริง นายเสนาะเป็นผู้ใหญ่ของพรรคคงไม่ไป ยังคงอยู่กับพรรคแน่นอน
“โกศล” ชี้ ส.ส.โคราชถูกแซะแต่ยาก
นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พลังดูดนักการเมืองให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมานั้น ยอมรับว่าอาจมีการทาบทามอดีต ส.ส.ของพรรคในพื้นที่บางส่วนที่อุดมการณ์ไม่ชัดเจนไม่เข้มแข็งเพียงพอ เพื่อให้ไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่ในส่วนของอดีต ส.ส.นครราชสีมาของพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ยังคงศรัทธาแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่ยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน จะให้ไปสนับสนุนคนที่เข้ามาสู่อำนาจด้วยการรัฐประหารคงเป็นเรื่องยาก มั่นใจอดีต ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับพรรค นอกจาก ส.ส.เดิมของพรรคแล้วในการเลือกตั้งครั้งต่อไปยังมีนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่สนใจแนวทางของพรรค และจะเข้ามาช่วยทำงานเพิ่มขึ้นด้วย
แนะงัดผลงานสู้ดีกว่าตกปลาล่าเหยื่อ
นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการดูดนักการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งว่า วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชน นายกฯควรเอาเวลาระดมคนมาหาทางออกให้ประเทศจะดีกว่า ไม่ควรไปทำการเมืองแบบเก่าๆ ที่ท่านเคยโจมตี มันไม่มีประโยชน์ที่จะวิ่งไปตกปลาในอ่างคนอื่น เพื่อดึงคนนั้นมาคนนี้มาเพื่อสืบทอดอำนาจ สู้เอาเวลาไปแก้ปัญหาให้ประชาชนจะดีกว่า ถ้าผลงานดีเขาเลือกท่านเอง เอาผลงานมาสู้กันดีกว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรต้องกังวล คนของพรรคยังยึดกับประชาชน จะดูดอย่างไรก็ไม่สามารถดำเนินการได้
ฉะ “ไพศาล” ปั่นราคากุข่าวดูดวังน้ำเย็น
เมื่อถามถึงกระแสดูดกลุ่มนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทยกลุ่มวังน้ำเย็น นายภูมิธรรมตอบว่า นายเสนาะเป็นบุคลากรอาวุโสของพรรคเพื่อไทย ดูแลเอาใจใส่และให้คำแนะนำพรรคมาตลอด แต่มีใครบางคนอยากได้ประโยชน์ โดยสร้างความระแวงคลางแคลงใจภายในพรรค ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอะไรกับพรรคเพื่อไทย ลูกชายนายเสนาะทั้งสองคนยังคงทำงานการเมืองกับพรรค ในวันยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคนายเสนาะ แสดงออกชัดเจนว่ายังอยู่กับพรรค เป็นผู้ใหญ่ให้สมาชิกพรรครดน้ำขอพร จึงแปลกใจที่มีคนนอกทำให้เป็นประเด็น เมื่อถามว่า นายเสนาะสนิทกับทหารบูรพาพยัคฆ์ นายภูมิธรรม ตอบว่านายเสนาะยังไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาในเรื่องนี้ คงต้องไปตั้งคำถามกับคนปล่อยข่าวว่ามีความปรารถนาอะไร นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ทำงานให้ พล.อ.ประวิตร แสดงว่า พล.อ.ประวิตร กำลังทำงานให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจต่อหรือไม่ คงต้องไปถามทั้งคู่ว่าคิดอะไรอยู่ที่ทำเช่นนี้
ซัดไม่แฟร์ดูดหนำใจถึงให้เข้าคูหา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลงพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด จัดประชุม ครม.สัญจรเดือนละ 1 ครั้ง และลงพื้นที่ 1 ครั้ง แต่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองว่า การกระทำสำคัญกว่าคำพูด ประชาชนมีสิทธิตั้งคำถามว่าลงพื้นที่ถี่ยิบเดินสายหนักขนาดนี้ เพื่อรับฟังการแก้ไขปัญหาเท่านั้นจริงหรือ อยู่มา 4 ปีแทนที่จะกระจายอำนาจ ทำให้ ท้องถิ่นเข้มแข็ง กลับรวบอำนาจมาไว้หรือไม่ ทำไมเพิ่งคิดมาลงพื้นที่หนักตอนนี้ ถ้ามั่นใจในผลงานว่าสิ่งที่ทำมาประชาชนได้รับประโยชน์เลือกตั้งได้แล้ว ระยะเวลายาวนาน ไม่ใช่การการันตีว่าจะครองใจประชาชนได้ เห็นได้จากผลการเลือกตั้งของประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ วันนี้ประชาชนมีคำตอบในใจหมดแล้ว รอเพียงคูหาเลือกตั้งเปิดและไม่มีใครมาชัตดาวน์ล้มการเลือกตั้ง คำตอบของประชาชนจะปรากฏชัด แทนที่จะเอาเวลาไปทำอีเวนต์ทางการเมืองสิ้นเปลืองงบประมาณและเสียเวลาประเทศ เอาเวลามาเตรียมนำประเทศกลับสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยสากลที่สมบูรณ์ ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรม รับสมัครสมาชิกใหม่ จัดประชุมรับฟังความเห็นกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ตรงตามความ ต้องการของประชาชนจะดีกว่าหรือไม่ ฝ่ายการเมืองไม่ยอมให้ดูด คงประเมินแล้วว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ถ้ารอจนกว่าจะดูดให้หมดจนหนำใจแล้วค่อยเลือกตั้ง มันเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่
“เต้น” แนะผิดคิวไปสุราษฎร์แทน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การประชุม ครม.สัญจรที่ถูกมองว่าเดินสายดูดนักการเมืองนั้น ถ้าจะดูดกันจริงต้องรู้เห็นเป็นใจกันทั้งฝ่ายดูดและฝ่ายถูกดูด ตกลงกันที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไล่ทำให้เอิกเกริกเป็นรายจังหวัด เว้นแต่เป็นเจตนาทางการเมือง เช่น ฝ่ายดูดต้องการให้เห็นว่าประชาชนชื่นชอบมาต้อนรับล้นหลาม ส่วนอีกฝ่ายมีพื้นที่แสดงพลังทางการเมือง สร้างน้ำหนักก่อนเห็นผลเลือกตั้ง โปรแกรมต่อไปถ้าไม่สะดวกที่ จ.สระแก้ว เพราะคนในฝ่ายรัฐบาลจุดพลุผิดคิว โพสต์ข้อความเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้คิดตรงกัน ขอเสนอให้นายกฯนำคณะลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ดูแลปัญหาพื้นที่ภาคใต้ เชื่อว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ นักการเมืองคนสำคัญของจังหวัดซึ่งประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก่อนใคร น่าจะจัดการได้ไม่น้อยหน้านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.บุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม ไม่เคยเชื่อว่าแผนสืบทอดอำนาจจะสำเร็จได้ด้วยการดูด เพราะจะสำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่มืออีกข้างคือมือประชาชน
“มาร์ค” ไม่สนพลังดูด
ที่สถาบันพระปกเกล้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวการดูดกลุ่มนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น เข้าร่วมงานกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใครจะทำอะไรประชาชนมองอยู่ พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจเดินหน้าในงานของพรรคที่ให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้คือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในเรื่องนโยบายที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในอนาคต โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจที่ล้ำสมัยและสังคมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น พรรคจะเดินหน้าทำงานและหวังว่าจะมีผู้สนับสนุน ส่วนวันข้างหน้าหลังการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ต้องไปดูว่าผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร และยืนยันว่าไม่มีความกังวล เราเดินไปในทางนี้ มั่นใจว่าคนที่สนับสนุนแนวทางนี้มีเยอะ คนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญของเรา ขณะนี้มองไปมากกว่าการมีการเลือกตั้ง หวังว่ามีการเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้า หากกลับไปสู่ผลแบบวันเก่าๆ ในเรื่องผลประโยชน์และอำนาจต่อรอง ประชาชนจะไม่ได้อะไร
ท่องคาถาเสียงชาวบ้านตัวตัดสิน
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการดูดสมาชิกของแต่ละพรรคการเมืองไปแล้ว จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คนที่มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นประชาชน และมองว่าประชาชนมีความหวังว่าหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง การเมืองต้องเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้นใครที่อยู่ในกรอบของแนวความคิดเก่าๆ เอาผลประโยชน์มาต่อรองกัน ประชาชนคงไม่ให้การสนับสนุน ยังดีใจที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยังมีความหนักแน่นในเรื่องอุดมการณ์ จุดยืน ขณะนี้มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่อยากเข้ามาร่วมงานและสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่กังวลว่าสมาชิกพรรคจะถูกดูดไปที่อื่นและหลังการเลือกตั้งแล้วการเมืองจะกลับเข้าสู่วังวนเดิมหรือไม่ เพราะยังเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ
“นิพิฏฐ์” รับ ส.ส.ใต้ถูกดึงแต่พูดไม่ได้
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดูดอดีต ส.ส.ของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตอนนี้ยังไม่ชัด จึงไม่แน่ใจว่าจะมีการดูดหรือไม่ ถ้าเป็นผู้มีอำนาจจะมีโอกาสน้อยมากที่จะดูด ส.ส.ในเขตภาคใต้ เพราะพื้นที่ภาคใต้กับภาคอีสานมีลักษณะคล้ายกัน คือท้องถิ่นนิยม ภาคใต้ประชาชนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ ภาคอีสานประชาชนนิยมพรรคเพื่อไทย ฉะนั้นหากใครลงสมัครเลือกตั้งภาคใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากกว่าลงสมัครพรรคอื่น แต่เราไม่ประมาท เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงได้เสมอ กระแสพรรคมีทั้งขึ้นมีลง ทั้งนี้ การดูด ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ แม้ตนรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ในฐานะที่พูดไม่ได้
ท้า “บิ๊กตู่” เปิดหน้าตั้งพรรค
นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวถึงการเดินสายประชุม ครม.สัญจรของรัฐบาลว่า มองได้ว่าเป็นการไปหาเสียงและไปดูด ส.ส.ให้มาเข้าพรรคที่จะตั้งหรือเป็นแนวร่วม ประชาชนเขาคิดกันแบบนี้ เพราะตามระบบปกติรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย กฎหมายจะห้ามทำเรื่องเหล่านี้ เช่น ตอนท้ายๆรัฐบาลช่วงรักษาการ จะห้ามอนุมัติงบประมาณ ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เป็นต้น แต่ยุคนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จทำได้หมด คิดว่านายกฯจะยังไม่ประกาศตัวว่าจะลงสนามการเลือกตั้ง หรือไม่ให้คลุมเครือแทงกั๊กตรงนี้ไว้ก่อน แต่ชาวบ้านปัจจุบันฉลาดติดตามข่าวสาร ฉะนั้นหากใครจะมุ่งงานการเมืองควรทำอย่างตรงไปตรงมาจะดีกว่า ขอเรียกร้องให้ประกาศเปิดตัวอย่างเปิดเผยว่าจะตั้งพรรคการเมือง ถ้าตั้งพรรคควรลงรับเลือกตั้งในระบบดีกว่าอยู่ข้างหลัง
“วิรัตน์” โอ่พรรคปราบโกงชนะท่วม
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งของมาเลเซียสะท้อนมาถึงการเลือกตั้งของไทยในอนาคต ทำให้เห็นว่าคนมาเลเซียปฏิเสธการโกงทั้งโคตรหรือโคตรโกง ปฏิเสธการทุจริตเชิงนโยบาย และการใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบคู่แข่งพรรคอื่น การเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าพรรคใดแสดงให้เห็นว่าไม่ได้โกงทั้งโคตรหรือโคตรโกง ใช้นโยบายประชานิยมที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายหรือใช้อำนาจเอาเปรียบคู่แข่งขัน ประชาชนจะเทคะแนนให้อย่างท่วมท้น พรรคการเมืองจะต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าจะปราบการโกงได้ด้วยวิธีใด และไม่มีคนโกงร่วมอยู่ในคณะของพรรคนั้นอย่างไร เพราะเชื่อว่าการเมืองการเลือกตั้งที่จะถึง จะทำให้พรรคที่มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่โกงทั้งโคตร จะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนถล่มทลาย
เย้ยทำไปทำมาเพิ่มอิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อ
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่า ยังไม่ทำการเมือง แต่ขอทำเรื่องการบ้านให้สำเร็จก่อนการเลือกตั้งว่า ทั้งการบ้านและการเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน ครม.สัญจรของรัฐบาล คสช.ไม่แตกต่างอะไรกับ ครม.สัญจรของรัฐบาลทักษิณ มีการทุ่มงบประมาณลงในพื้นที่ต่างๆ แล้วจะแตกต่างกับการซื้อเสียงล่วงหน้าตรงไหน ส่วนใครที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ดูดนักการเมืองเจ้าพ่อเป็นมุ้งๆ อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ได้ เพราะแท้ที่จริงนักการเมืองพันธุ์เก่าเก่งกว่าสามารถดูดเอาหัวหน้าคณะรัฐประหารและนายกฯเข้าเป็นพวกได้สำเร็จ ทำให้อำนาจบารมีและอิทธิพลของเจ้าพ่อจังหวัดต่างๆสั่งข้าราชการในท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น ทั้งเรื่องกำลังพล โยกย้ายข้าราชการ งบประมาณโครงการต่างๆ ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ มองตาค้างไปตามๆกัน แล้วย้อนนึกวันประกาศการยึดอำนาจของคณะ คสช. มันกลับตาลปัตรไปเสียแล้ว
ยอมเป็นหุ่นเชิดเพื่อสืบทอดอำนาจ
“ผมเห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ที่มาเป็นนายกฯ ให้เพื่อนเชิดเป็นหุ่นมา 4 ปี พอจะต่อท่ออำนาจเพื่อเป็นนายกฯต่อ กลับต้องยอมให้นักการเมืองที่ท่าน ด่ามาตลอดมาร่วมเชิดท่านอีก ไม่งั้นจะสืบทอดอำนาจไม่ได้ แล้วเจตจำนงความมุ่งหวังปณิธานในการปฏิรูปประเทศที่ตั้งเอาไว้ตอนยึดอำนาจใหม่ๆ มันหล่นหายไปเสียที่ไหน อย่าอ้างว่าต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อน ยังไม่ทำการเมือง เพราะสิ่งที่ท่านกำลังทำล้วนเป็นการเมืองยิ่งกว่านักการเมืองทำเสียอีก และเป็นการเมืองรูปแบบเก่าที่ไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองที่เคยประกาศ ท่านต้องพึงระวังว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำ บางประการนั้น อาจนำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติในอนาคตอันใกล้หรือไม่” นายวัชระกล่าว
“รัชดา” โวยถูกตัดต่อรับได้ รธน.
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีการใช้สื่อโซเชียลบิดเบือนคำพูดในวงเสวนา “อภิวัฒน์สยาม 2562 : ความหวังและอนาคตประเทศไทย” เนื่องในวันปรีดี พนม–ยงค์ ประจำปี 2561 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า อาจฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ตีความแบบจำขี้ปากคนอื่น แต่ไม่ได้ฟังเนื้อหาทั้งหมด และใช้สื่อโซเชียลลงข้อความสั้นๆถึงการพูดในวงเสวนาว่า “ท๊อป ชาติไทยพัฒนา เดียร์ เพื่อไทย เอก อนาคตใหม่ บอกว่าถ้าได้เป็นนายกฯวันเดียวสิ่งแรกที่จะทำการแก้ไข ยกเลิก ร่างใหม่รัฐธรรมนูญ ส่วน ดร.รัชดา ประชาธิปัตย์ บอกถ้าเป็นได้วันเดียวสามารถทนอยู่กับรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้” เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ได้ระบุถึงบริบทอื่นเพราะได้ตอบว่า เลือกที่จะปฏิรูป 3 ด้าน กระจายอำนาจ 3 ด้านก่อน ขณะที่อีก 3 ท่านจะเลือกแก้รัฐธรรมนูญก่อน แต่กลับถูกทีมงานของสถานีโทรทัศน์บางช่องที่เป็นคณะทำงานของบางคนและบางพรรคการเมืองได้นำคำตอบไปตัดต่อตัดทอนสาระสำคัญสรุปเป็นไฮไลต์เผยแพร่ในสื่อโซเชียล ทำให้สังคมเข้าใจผิด เพื่อขยายผลทางการเมือง ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่รณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยซ้ำ
“ตือ” หยันบริสุทธ์ใจไม่ต้องระแวง
ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และอดีตรองประธานสภาฯกล่าวถึงเสียงวิจารณ์นายกฯนำ ครม.ลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร ใช้งบฯสิ้นเปลืองและมีวาระการเมืองซ่อนเร้นว่า ไทม์มิ่งไม่เหมาะสม ปี่กลองเลือกตั้งกำลังจะเริ่มดัง นายกฯออกพื้นที่เช่นนี้ทำให้คนมองเป็นประเด็นการเมือง อดคิดไม่ได้ว่า ครม. คสช.ทำถูกต้องหรือไม่ เท่ากับเอางบฯแผ่นดินมาหาเสียง และยังมีข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯกับพวกกำลังจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา จึงถูกมองว่าเกี่ยวพันกับรัฐบาล หากนายกฯบริสุทธิ์ใจต้องอดทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เว้นแต่มีเจตนาเคลือบแฝง อาจทำให้หวาดระแวงว่ามีคนรู้เท่าทัน นายกฯตัดพ้อว่ามองอะไรเป็นการเมืองไปหมดนั้น ขอให้ทำใจให้หนักแน่น การโดนวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย หากเจตนาสุจริตหนักแน่นไม่เห็นต้องหวั่นไหวอะไร พลังดูดจะไม่มีความหมายเลยหากคนมีอุดมการณ์ ถ้านักการเมืองยอมขายตัว ละทิ้งอุดมการณ์ปล่อยให้ดูดไป ประชาชนไม่วิจารณ์แต่จะไปตัดสินในคูหาเลือกตั้ง
ดักอย่าใช้ม็อบตั้งเงื่อนไขยื้อโรดแม็ป
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า วันที่ 22 พ.ค.จะครบรอบ 4 ปี คสช. อยากเห็นรัฐบาลใจกว้าง การชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อย่าหยิบมาเป็นประเด็นใหญ่สร้างเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การดีเลย์การเลือกตั้ง เพราะใช้รัฐธรรมนูญมากว่า 1 ปี ประชาชนและประชาคมชาวโลกต้องการเห็นว่าบ้านเมืองควรอบอวลไปด้วยบรรยากาศประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกต่อรัฐบาลต้องถูกเปิดกว้าง รัฐบาลต้องยอมรับอย่าไปคิดว่ามีมาตรา 44 ที่ยิ่งใหญ่กว่ารัฐ– ธรรมนูญ จะทำให้มองทุกอย่างเป็นศัตรูไปหมด ถ้าไปใส่ใจผู้มาเรียกร้องทุกเรื่องแล้วตอบโต้หรือจำกัดสิทธิ จะยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้น หากยิ่งไปหวั่นไหวกับกลุ่มอยากเลือกตั้งและกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องต่างๆ จะยิ่งทำให้คนมองว่ารัฐบาลมีเจตนาซ่อนเร้นจะหวั่นไหวจิตตกไปเสียเปล่าๆ อยากให้มองว่าคนหนุ่มสาวที่เข้ามาทำกิจกรรมการเมืองขณะนี้ถือเป็นการสร้างสรรค์สังคม พวกเขากำลังสนับสนุนสัญญาประชาคมของนายกฯ ที่ได้สัญญาต่อประชาคมโลก ที่ประกาศไว้ในหลายเวที ไม่ต้องการให้นายกฯเป็นบุคคลล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ
ชพน.ยันสมาชิกยังอยู่กันครบ
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงกระแสการดูด ส.ส.ว่า ในอดีตเคยเกิดขึ้น แต่ปัจจุบันใครถูกดูดอย่างไรไม่ทราบรายละเอียด เห็นแค่จากข่าว เพราะบางคนที่เป็นข่าวออกมาปฏิเสธ จึงวิพากษ์วิจารณ์อะไรไม่ได้ ส่วนพรรคชาติพัฒนาเองยังดีอยู่ ยังไม่มีใครแสดงอาการจะย้ายไปอยู่พรรคอื่น ยืนยันอยู่กับพรรคครบหมด และในอนาคตเมื่อปลดล็อกเชื่อว่าจะมีผู้มาสมัครทั้งหน้าใหม่และในอดีตมาร่วมอีก พรรคเราเป็นพรรคขนาดกลางอาจได้รับผลกระทบจากกระแสถูกดูดน้อย เมื่อถามว่า จ.นครราชสีมา ถือเป็นสนามใหญ่การเลือกตั้งเกรงหรือไม่จะถูกเจาะ นพ.วรรณรัตน์กล่าวว่า เป็นธรรมดาของการต่อสู้ทางการเมือง แต่ละพรรคพยายามทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้มีที่นั่งในสภาฯให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ มองว่าเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง
“วันชัย” ชี้จับตาสูตรใหม่ รบ.หลังเลือกตั้ง
นายวันชัย สอนศิริ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า เชื่อว่าหลังเลือกตั้งสิ่งที่ไม่คาดคิดและไม่เคยเห็นจะได้เห็น เพราะการเมืองยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก การเมืองแบบเก่านำคนมาชุมนุมประท้วงแบบเดิมคงทำไม่ได้อีก เพราะประชาชนเบื่อหน่ายกับการทะเลาะเบาะแว้ง ทุกคนรู้ว่าในทางการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร นักการเมือง ทุกคนอยากเป็นรัฐบาลทั้งนั้น ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน ถ้าดูจากข้อเท็จจริงและรัฐธรรมนูญ พอรู้อยู่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกที่โจมตีอยู่คอยดูหลังเลือกตั้งอาจมาเป็นรัฐบาลร่วมกับเขา จึงบอกว่าสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดอาจเกิดขึ้นได้หลังเลือกตั้ง เพราะคนที่จะมาเป็นรัฐบาลต้องเกิดขึ้นจาก 3 ส่วน คือ 1.จากการเลือกตั้ง 2.จากการทหาร 3.จากอำนาจพิเศษที่มาจากการเห็นพ้องต้องกันของประชาชน ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นตัวกำหนดรัฐบาล โดยเฉพาะอำนาจพิเศษมีส่วนสำคัญอย่างมาก
แย้มพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินกว่ามาเลย์
“คอยดูจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ที่มองว่าใช่อาจไม่ใช่ สิ่งที่ว่าไม่ใช่อาจจะใช่ก็ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วว่าการเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นการประนอมอำนาจกันของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร จึงต้องร่วมกันประคับประคองในระยะเปลี่ยนผ่าน จะดึงดันสุดโต่งเกินไปไม่ได้ ต้องร่วมมือกันให้บ้านเมืองเดินต่อไป จึงฟันธงว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ไม่เหมือนเก่าแน่นอน จะผสมผสานกันอย่างลงตัว เผลอๆอาจพลิกฟ้าพลิก แผ่นดินยิ่งกว่ามาเลเซียเสียอีก” นายวันชัยกล่าว
“ทักษิณ” ยินดี “ทรัมป์-คิม” ถกที่สิงคโปร์
สำหรับความเคลื่อนไหวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังปักหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทยอยเดินทางไปพบอย่างคึกคัก จนถูก คสช.จับตามอง และ กกต.ระบุอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมืองถึงขั้นยุบพรรคนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายทักษิณได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมพบกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย.ว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศสิงคโปร์ในฐานะเพื่อนสนิทอาเซียน ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จากการดำเนินการและบทบาทที่สำคัญในฐานะสมาชิกอาเซียนในด้านความมั่นคงและสันติภาพของภูมิภาค ประเทศสิงคโปร์มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติในการมีบทบาทที่สำคัญในครั้งนี้ ขอให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จและนำไปสู่โอกาสที่จะสร้างสันติภาพของโลก”