ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อย่าวางใจ “นักเลือกตั้ง”

    สายล่อฟ้า3 พ.ค. 2561 05:01 น.
    SHARE

    กติกาใหม่ ยาเริ่มออกฤทธิ์

    หลังเงื่อนเวลาผ่านพ้นไปจากวันที่ 30 เม.ย.61 ซึ่งเป็นเดดไลน์ให้สมาชิกพรรคการเมืองเก่าเข้ายืนยันความเป็นสมาชิกพร้อมกับจ่ายค่าบำรุงพรรคตามกติกาใหม่

    เมื่อนับจำนวนกันแล้วปรากฏเกือบทุกพรรคบรรดาสมาชิกที่เคยอวดตัวเลขกันโดยเฉพาะพรรคใหญ่

    ที่ระบุว่ามีจำนวนเป็นล้านๆ ปรากฏหายวับไปกับตา

    เพื่อไทยบอกว่ามีแค่หมื่นกว่าคน ประชาธิปัตย์เคยมี 2.5 ล้านคน เหลือไม่ถึงแสนคน ภูมิใจไทยเดิม 1.2 แสนคน เหลือแค่ 1,700 คน ชาติไทยพัฒนาจากเดิม 24,710 คน เหลือแค่ 2,500 คน

    นี่แค่เป็นตัวอย่างสำหรับพรรคการเมืองเก่าที่รู้จักชื่อกันดี

    แต่ละพรรคล้วนมีคำตอบเฉพาะตัวหลังเจอสถานการณ์ เช่นนี้ พรรคการเมืองใหญ่ดูเหมือนจะมีเหตุผลหลายประเด็นที่จะต้องฟ้องสังคม

    เพราะรู้สึกว่าจะเสียหน้าเสียเครดิตไปไม่น้อยไม่สมราคาคุย เพราะหากตัวเลขใกล้เคียงก็ยังพอทำเนา

    ประเด็นที่ย้ำชัดเจนก็คือการสร้างกฎกติกาใหม่นั่นแหละ...คือเหตุสำคัญอันไม่ต่างไปจากการ “วางยา” เอาไว้และก็ได้ผลทันตา

    เพื่อต้องการให้พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค เกิดผลกระทบในการได้รับการยอมรับ ทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการจัดการ การต้องจ่ายเงินบำรุงก็เป็นสาเหตุ การไม่ปลดล็อกการเมืองจนไม่สามารถกระจายข่าวกระจายการรับรู้ไปถึงสมาชิกพรรคได้

    ก็ว่ากันไปครับ...แล้วแต่จะหาเหตุผลมาอ้าง

    จากก้าวนี้ก็ไปอีกก้าวคือหลังจากที่มีการปลดล็อกการเมืองแล้วนั่นแหละ จึงสามารถดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองได้

    ที่แน่ๆย่อมมีผลกระทบต่อระบบการเมืองในกฎกติกาใหม่ โดยเฉพาะในระบบการเลือกตั้งขั้นต้น “ไพรมารีโหวต” ที่กำหนดให้ต้องใช้สมาชิกพรรคเป็นเกณฑ์กำหนด ตัวแทนจังหวัดและสาขาพรรค

    การหาสมาชิกพรรคให้เข้าหลักเกณฑ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ


    การทำไพรมารีโหวต พรรคหนึ่งต้องใช้สมาชิกพรรคทั่วประเทศอย่างน้อย 7,000 คน หรือใช้สมาชิกสาขาอย่างน้อยก็ต้อง 500 คนขึ้นไป ตัวแทนจังหวัดไม่น้อยกว่า 120 คน

    ไม่ว่าพรรคการเมืองเก่าหรือใหม่ ประเด็นนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อย เพราะอาจจะเกิดปัญหาได้

    แต่เอาเข้าจริงแล้วคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการตั้งพรรคการเมืองกับการหาสมาชิกพรรคนั้นน่าจะทำกันได้

    เพียงแต่จะต้องทำให้ถูกต้อง เพราะหากเกิดความผิดพลาดถูกจับได้ไล่ทันในลักษณะที่เคยทำกันมาคือ การ “ซื้อตัว” จะถูกตัดสิทธิถูกลงโทษหนักด้วย

    ปัญหานี้ดูว่าแต่ละพรรคไม่ค่อยกังวลเท่าใดนักนอกจากเสียฟอร์มที่เคยคุยโม้เอาไว้ ทว่าที่สำคัญและจับจ้องกันมากก็คือจะมีสมาชิกคนสำคัญหายไปหรือไม่

    ตรงนี้แหละสำคัญทีเดียว...

    “เพื่อไทย” นั้นหายไปพอสมควรอย่างที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้ โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองที่แบะท่าให้เห็นเอาไว้แล้วที่สุดก็ไปจริงๆ

    เว้นแต่ที่เหลืออยู่ทำยังไงให้ยืนยงคงกระพันกันต่อไป เนื่องจากระยะเวลายังยาวไกลกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

    อะไรต่อมิอะไรมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอยิ่งพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ซึ่งความแน่นอนภายในยังไม่มีความมั่นคงพอที่จะให้เกิดความเชื่อมั่นได้ ระวังเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน

    เพราะพวกเขาส่วนใหญ่คือ “นักเลือกตั้ง”.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    นักเลือกตั้งนักการเมืองเลือกตั้งกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้