เพื่อไทย ฉะโชว์ดูดให้สุด เผยจุดยืนชัดแต่ละพรรค แนะนายกฯ สำรวจตลาดแบบไม่ผักชีโรยหน้า เย้ย รบ.ไร้น้ำยา เกาะกระแส "แจ๊ค หม่า-ดารา" หากิน จี้ ป.ป.ช.แจงคดีโรงพักร้างไม่คืบ

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 61 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสช.อย่างต่อเนื่องว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือน ก.พ. 62 แต่มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้น ระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่ง ตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูดแม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใดอยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย เพราะทำให้เกิดความชัดเจนว่า แต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร พรรคการเมืองจะได้แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจ กับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตย ต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค มีนโยบายที่นำพาประเทศชาติ และประชาชนให้หลุดพ้นจากกับดักความยากจน รัฐบาล คสช.อยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด หยิบตรงไหนเจอตรงนั้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ โชคดี ที่คนไทยมีความอดทนสูง ลูกจะเปิดเทอม ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย

นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า ดีใจที่ แจ๊ค หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสช.ทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย เกาะกระแสละคร เกาะดารา เกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหา ทางที่ดี พล.อ.ประยุทธ์ ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉาก หรือไม่มีผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี แล้วรัฐบาลเอามาโหนนั้น มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสช.และแม่น้ำ 5 สายไม่เดือดร้อน เพราะมีตำแหน่งมีรายได้กินกัน 2-3 ทาง ใช้มหัศจรรย์ทางกฎหมายยื้อการเลือกตั้ง เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน รัฐบาล คสช.ควรออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพที่ชัดเจน ไม่ใช่มุ่งแก้แต่ปัญหาตัวเองแล้วละทิ้งประชาชน

นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีมหากาพย์ 5 ปี โรงพักร้าง ที่หลักฐานชัดแต่คดีไม่คืบหน้า ว่า ประชาชนและตำรวจทั้งประเทศต่างจับตาดูการดำเนินคดีโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง ที่สร้างไม่เสร็จ เพราะมีผู้รับเหมาเพียงรายเดียวทั่วประเทศ หลังจาก ครม.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติเห็นชอบให้สร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง จำนวน 5,848 ล้านบาท โดยให้ สตช.จัดจ้างเป็นรายภาค (ภาค 1-9) ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และต้องรื้ออาคารเดิม ตามความเห็นคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการแทน ผบ.ตร.เสนอเปลี่ยนแปลงการจัดจ้างเป็นแบบรวมกันที่ส่วนกลางในครั้งเดียวทั้งประเทศ ทำให้ได้ผู้รับเหมารายเดียว คดีนี้ดีเอสไอรับเรื่องร้องเรียน ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนทั่วประเทศ สรุปผลดำเนินคดีต่อผู้อนุมัติฯ ขัดมติ ครม.ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ตั้งแต่ ปี 2556 อนุกรรมการไต่สวนฯ ป.ป.ช.โดย นายวิชา มหาคุณ ประธานไต่สวนฯ แถลง มีมติแจ้งข้อหาว่ารู้ทั้งรู้แต่กลับเปลี่ยนแปลงการจัดจ้าง จึงขัดมติ ครม.ต้องดำเนินการคดีอาญา ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ตอนนี้ 5 ปีผ่านไป คดีไม่คืบหน้า หาใครรับผิดชอบไม่ได้ และส่อเค้าว่า จะหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษไม่ได้ เข้าทำนองให้ช่วยกันลดราวาศอกหรือไม่ ทั้งที่อดีตนายตำรวจใหญ่มานั่งเป็นประธาน ป.ป.ช. และต่ออายุมาเพื่อการดำเนินคดีที่ต่อเนื่องหรือเพื่อช่วยปกป้องพรรคพวกตัวเองหรือไม่ ป.ป.ช.ต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่า การดำเนินการเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนใด อย่าให้ประชาชนต้องตั้งคำถามว่าเรื่องของฝ่ายการเมืองตรงข้าม เร่งได้เร่งเอา เร่งรัดเต็มสูบ แต่เรื่องที่เป็นความทุกข์ร้อนของตำรวจและประชาชนทั่วทั้งประเทศและอาจพัวพันกลับกลุ่มผู้มีอิทธิพล และกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์จากนโยบายทางการเมือง ดึงได้ดึง ยื้อได้ยื้อหรือไม่