"ดุสิตโพล" เผยผลสำรวจ ปชช.หนุนปลดล็อกพรรคการเมือง ไร้เงื่อนไข เหตุเป็นประชาธิปไตย มีความเท่าเทียม เชื่อเหตุรัฐดูดนักการเมืองร่วมก๊วน หวังสร้างแนวร่วม ผลประโยชน์การเมือง
เมื่อวันที่ 22 เม.ย.61 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เม.ย. ในหัวข้อ "ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ในทรรศนะประชาชน" จากความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง โดยเมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับ "กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง" ในขณะนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 50.42% ระบุว่า เป็นสิทธิของทุกคน สามารถแสดงความคิดเห็นได้ รองลงมา 33.89% ระบุว่า ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลหลากหลายแง่มุม ขณะที่ 29.69% ระบุว่า น่าเบื่อ เป็นเกมการเมือง ทะเลาะโจมตีกันไปมา และอีก 18.21% ระบุว่า อยากให้มีการเลือกตั้ง ปลดล็อกพรรคการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้ง นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ประชาชน 40.20% มองว่า รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงาน สร้างแนวร่วม และอีก 33.01% มองว่า เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมือง ขยายอำนาจ รวมถึงการแต่งตั้ง นายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชาชน 40.78% ระบุว่า ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และอีก 30.14% ระบุว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง นอกจากนี้ในการแต่งตั้ง นายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ประชาชนส่วนใหญ่ 35.85% ระบุว่า เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง เพราะมีความใกล้ชิดกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
...
สำหรับทิศทางการเมืองไทยกับการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น พบว่า ประชาชน 39.33% มองว่า มีพรรคการเมืองหลากหลาย มีการแข่งขันกันมากขึ้น รองลงมา 28.87% มองว่า อาจเกิดความเคลื่อนไหว ขัดแย้ง วุ่นวาย และอีก 21.34% มองว่า อยากให้มีนักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่คนกลุ่มเดิมๆ
สุดท้ายเมื่อถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้สมควรให้อิสระกับพรรคการเมือง (ปลดล็อก) แล้วหรือยัง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 44.47% ระบุว่า ควรปลดล็อกโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น รองลงมา 36.45% ระบุว่าควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย กำหนดขอบเขต บทลงโทษที่ชัดเจน ขณะที่ 19.08% ระบุว่า ไม่ควรปลดล็อก เพราะอาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก.