ปชป.สะดุ้งแรงดูด คสช. ดาหน้าถล่มตกเขียวพรรคพลังชล ตั้งสองพี่น้องตระกูลคุณปลื้มนั่งที่ปรึกษานายกฯ-ผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวฯ เสริมฐานเสียงสืบอำนาจ “ประมวล” อัดฉากบังหน้าช่วยดันอีอีซี แท้จริงต่อท่อย้อนยุคทักษิณ “นิพิฏฐ์” เหน็บชัดแล้ว “บิ๊กตู่” เข้าสู่การเมือง แช่งใครใช้ทำเนียบฯตั้งพรรคชะตากรรมซ้ำรอยอดีตผู้นำ “สมคิด” แจง “สนธยา” อาสามาช่วยงานเอง โบ้ยถาม “อุตตม” ขยับตั้งพรรคหนุน “ประยุทธ์” โฆษกพลังชลยันทำเพื่อส่วนรวม ไม่เกี่ยวดีลยุบรวมกับพรรคใด “หญิงหน่อย” เปิดบ้านรดน้ำสงกรานต์ ท้าผู้นำโชว์แมนอย่าลับลวงพรางใช้อำนาจกดหัวคนอื่น “สมชาย” นำทีมบิ๊ก พท.ดวลกอล์ฟยื้อตระกูล “สะสมทรัพย์” ล่มหัวจมท้ายต่อ “อนุชา” ปัดวุ่นไม่มีคุยการเมือง “ไชยยศ” พลิ้วการเมืองคืออนัตตา ไม่อยู่ใต้บังคับใคร แต่ต้องฟังเสียงประชาชน

จากกรณีนายสนธยา คุณปลื้ม เข้ามารับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองและนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายสนธยาอาสาเข้ามาช่วยงานโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาวิจารณ์ทันทีว่าเป็นการโชว์พลังดูด ตกเขียวอดีต ส.ส.เพื่อใช้เป็นฐานให้พรรคของ คสช.

“สมคิด” แจง “สนธยา” อาสามาเอง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 18 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 เม.ย. มีมติแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดยนายสนธยาระบุมาเป็นที่ปรึกษานายกฯด้านการเมือง เพื่อมาดูโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะนายสมคิดทาบทามมาว่า ตนกับนายสนธยารู้จักกันมานาน นายสนธยาได้อาสามาเพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพราะพื้นที่ของนายสนธยาเป็นจุดสำคัญอีอีซีที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการ และนายสนธยามีคณะทำงานอยู่ในพื้นที่ ไม่มีอะไรมากมาย

...

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ยอมรับมีแนวคิดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา โดยนายสมคิดกล่าวเพียงสั้นๆว่า ให้ไปถามนายอุตตมเอาเอง

ชี้ หน.พลังชลนั่งที่ปรึกษาไม่ขัด ก.ม.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติ ครม.แต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล มาเป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมืองว่า เท่าที่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะให้มาดูเรื่องอีอีซี ได้รับเงินเดือนประมาณ 6-7 หมื่นบาท ส่วนนายอิทธิพล คุณปลื้ม ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เงินเดือนประมาณ 5 หมื่นบาท เมื่อถามว่า การเป็นหัวหน้าพรรคพลังชลไม่ขัดต่อการรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ขัดกฎหมายอะไร สมัยก่อนก็มีแบบนี้ แต่ถ้าเป็น ส.ส.มาเป็นไม่ได้ เมื่อถามว่า ถ้าวันหนึ่งประกาศวันเลือกตั้ง นายสนธยาสามารถลาออกไปสมัคร ส.ส.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ถ้าจะลาออกก็ได้ เมื่อถามว่า สังคมมองว่าเป็นการหาแนวร่วมเพื่อสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้ง นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายกฯเอง ส่วนการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 หลังพรรคการเมืองเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพื่อปลดล็อกพรรคการเมืองทำกิจกรรมว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา

อนาคต“บิ๊กตู่” อยู่ที่ฝีมือ “สมคิด”

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีต รมว.กลาโหม กล่าวถึงความสนใจลงเล่นการเมืองว่า ก็ดูอยู่ เมื่อถามว่า แสดงว่าสนใจการเมือง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า “ก็ชีวิตเรามาแบบนี้แล้ว” เมื่อถามว่า หากอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ลงเล่นการเมืองพร้อมสนับสนุนหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ตอบว่า พร้อมช่วยอยู่แล้วเพราะเราเป็นพี่น้องกัน มีความหวังดีเป็นห่วงกัน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ให้เกียรติมาตลอด ที่สำคัญได้รับปากกับผู้ใหญ่ไว้แล้วว่าจะช่วย พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องช่วย เราทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. ส่วนตนเป็น รมว.กลาโหม สมัยนั้นเขาเป็นน้อง เราลงไปดูน้ำท่วมและลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยกัน ผูกพันกันตั้งแต่อยู่ในกองทัพแล้ว เมื่อถามว่า ส่วนตัวมอง พล.อ.ประยุทธ์ไหวหรือไม่ หากลงเล่นการเมือง พล.อ.ยุทธศักดิ์ตอบว่า ต้องดูท่านไปเรื่อยๆ ที่แน่ๆให้ไปดูฝีมือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ

“ประมวล” อัดอีอีซีแค่ตีปลาหน้าไซ

วันเดียวกัน นายประมวล เอมเปีย อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ต้องขอแสดงความยินดีกับนายสนธยาและนายอิทธิพล แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ระบุว่าจะให้นายสนธยาช่วยดูงานในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อยากฝากสะท้อนว่ามีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากสนใจลงทุน รัฐบาลตีปี๊บว่าจะลงทุนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับด้านต่างๆทุ่มงบประมาณถึง 1.5 ล้านล้านบาทเพื่อต่อยอด ให้เป็นเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพิเศษใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้สมกับยุค 4.0 แต่พอนักลงทุนจีนเข้ามาดูพื้นที่ หน่วยงานรัฐยังไม่รู้ว่าจุดไหนจะเป็นพื้นที่สีม่วง ทำนิคมอุตสาหกรรมหรือตั้งโรงงานได้ ถนนไม่มีการตัดหรือขยายหรือยกระดับวิ่งตรงสู่สนามบิน ท่าเรือ ถามอุตสาหกรรมบอกว่าต้องใช้เวลาอีกกว่า 2 ปี ส่วนท้องถิ่นบอกว่าอีก 3-4 ปี นักลงทุนหน้าไหนจะเอาเงินมาจมทิ้งไว้ 3-4 ปี สรุปเป็นแค่การตีปี๊บสร้างผลงานแบบตีปลาหน้าไซ ยังไม่มีอะไรชัดเจนจริง

เหน็บตกเขียวต่อท่อย้อนยุคทักษิณ

“ที่น่าแปลกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กลับให้สัมภาษณ์สื่อฯ ว่าให้นายสนธยามาเป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง คนละเรื่องกับที่นายสมคิด รองนายกฯบอก ตอบสังคมไปคนละทาง สื่อจึงวิเคราะห์ว่าเป็นการตกเขียว เพื่อมัดจำทางการเมืองของผู้มีอำนาจกับกลุ่มการเมืองอิทธิพลท้องถิ่น โดยใช้ตำแหน่งการเมืองในรัฐบาลมั่นหมาย ส่วนผลประโยชน์อื่นคงจะตามมาช่วงก่อนเลือกตั้ง และระหว่างเลือกตั้ง ไม่แปลกเพราะนายสมคิดเคยร่วมรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้แนวคิดรวมทุกพรรคเพื่ออยู่ต่อในอำนาจ นายสมคิดก็ยอมรับว่าวันนี้ให้ลูกน้องตั้งพรรคเพื่อดัน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯต่อเพื่อตัวเองจะได้บริหารอำนาจต่อ ไม่ต่างอะไรจากยุคทักษิณ ที่ผ่านมานายกฯ เคยด่าว่านักการเมืองทุจริต คอร์รัปชัน ชั่ว เลว แล้วทำไมวันนี้ต้องมาใช้วิธีตกเขียวนักการเมืองจากกลุ่มการเมืองเหล่านี้ไปร่วมรัฐบาล เพื่อให้เป็นนั่งร้านส่ง ตัวเองนั่งเก้าอี้สืบทอดอำนาจต่อ เปรียบไปแค่สินค้าเก่าในกล่องแปะฉลากใหม่ ขอให้สังคมไทยรู้เท่าทันว่า มันไม่ต่างกันเลย” นายประมวลกล่าว

ยุตั้งเพิ่มที่ปรึกษาฝ่ายจริยธรรม

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มติ ครม.ดังกล่าวไม่อยู่เหนือความคาดหมาย แต่ที่นายกฯระบุว่าเหตุเพราะไม่ประสีประสาทางการเมือง ทั้งที่รัฐบาลนี้ทำงานจะครบ 4 ปี ตำหนินักการเมืองแบบเหมารวมทุกครั้งที่มีโอกาส คงลืมไปว่าที่ปรึกษาของท่านเป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่ไหนๆก็ตั้งแล้ว ควรตั้งที่ปรึกษาเพิ่มอีก 2 ฝ่ายคือ 1.ที่ปรึกษาฝ่ายประชาชนเพื่อให้ได้รู้ว่าประชาชนเดือดร้อนอะไร ต้องการให้รัฐบาลทำหรือไม่ทำอะไร แปลกที่รัฐบาลนี้บริหารเกือบ 4 ปี แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงเข้าถึงประชาชนได้ เพราะรอฟังแต่รายงานจากคนรอบข้างที่ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนที่แท้จริง หลายเรื่องจึงแก้ไม่ตก แก้ไม่ได้ ซ้ำเติมประชาชนหนักกว่าเดิม 2.ที่ปใรึกษาฝ่ายจริยธรรม หลายกรณีที่พฤติกรรมของคนในรัฐบาลทำร้ายความรู้สึกของคนในชาติ อาทิ นาฬิกาเรือนล้าน เตรียมการตั้งพรรค ตั้งบริษัทในค่ายทหาร ถ้านายกฯ มีที่ปรึกษาฝ่ายจริยธรรมให้คำปรึกษาจะดีไม่น้อย

แช่งตั้งพรรคในทำเนียบฯ มีอันเป็นไป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่แปลกใจมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารทุกครั้ง เพียงแต่คนไทยไม่จำเอง มีนักการเมืองที่ไปร่วมกับคณะรัฐประหารทุกครั้ง นักการเมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่พฤติกรรมจะค้านสายตาประชาชน แต่ในตลาดนัดการเมืองมันหาง่ายราคาไม่สูงเกินไป ต่อรองกันได้จะซื้อรายตัวหรือยกเข่งแล้วแต่ต่อรองกัน ต่อไปนี้จะมีเรื่องทำนองนี้ให้เห็นมากขึ้นอย่าตกใจหรือแปลกใจอะไร นี่ยุครัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เรียกว่ายุคปฏิรูป มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำการปฏิรูปเองหวังว่าจะเห็นการปฏิรูปดีๆ เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง เพียงแต่ขอแช่งไว้ว่าใครก็ตามใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำการพรรค ขอให้ประสบชะตากรรมเหมือนผู้นำในอดีต ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องใช้แก้ความทุกข์ให้ประชาชน ไม่ใช่สนองตัณหาของตัวเอง ที่พูดนี้ไม่ได้ระบุชื่อใคร และใครไม่ทำก็อย่าร้อนตัว

เหน็บภาพชัดตกปลาในบ่อคนอื่น

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า มันชัดอยู่แล้วว่าเป็นการดูดนักการเมือง เพราะนายกฯ บอกว่าให้มาเป็นที่ปรึกษาทางการเมือง ทำไมเพิ่งมาคิดมีเอาปีสุดท้ายนี้ ทำให้เห็นว่านายกฯ กำลังจะเข้าสู่การเมือง เดิมไม่ได้สร้างบ่อปลาไว้ก็ไปตกของคนอื่น เพื่อจะยุบรวม เป็นบ่อเดียวกัน แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าการปฏิรูปการเมืองไม่ง่าย เพราะความจริงยังเป็นน้ำเน่า ภาค ปฏิบัติยังแย่ล้าหลัง ไม่แปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่อยากเตือนประชาชนที่กำลังผิดหวังอยู่ว่าต้องทำใจ เราอาจได้เห็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายกว่านี้ก็ได้ นักการเมืองประเภทหนึ่งที่ยอมให้เขาดูดมีประจำ แต่นักการเมืองอีกประเภทไม่ยอมให้ดูด ต้องดูว่าใครเข้มแข็งมีอุดมการณ์มากกว่ากัน ชัดอยู่แล้วว่า คสช.ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคก็ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องรับมืออะไร อดีต ส.ส.ของพรรคเข้มแข็งและมีอุดมการณ์ในตัวทุกคน คงจะไม่ถูกดูดไปได้ คนที่ถูกดูดมีรังสีอยู่แล้ว ดูหน้าผากก็รู้ว่าใครถูกดูดบ้างหรือไม่

“สาธิต” จวกแผนต่อเก้าอี้นายกฯ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องคิดว่านายกฯ ทำเพื่อแก้ไขปัญหาตัวเองไม่ได้แก้ไขปัญหาประชาชน จะไปโทษตระกูลคุณปลื้มไม่ได้ ต้องโทษคนตั้งที่มีเป้าหมายเพื่อฐานการเมืองของตัวเองกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ พล.อ.ประยุทธ์กำลังหาทางทำอย่างไรก็ได้เพื่อเป็นนายกฯอีก จึงต้องมีฐานเสียงสนับสนุน ทำให้เกิดวิกฤติความน่าเชื่อถือของผู้นำ ทั้งที่เคยด่านักการเมือง แยกตัวเองว่าไม่ใช่นักการเมือง แต่วันนี้เอาคนกลุ่มที่ตัวเองเคยด่าไปเป็นที่ปรึกษาพูดกลับไปกลับมา ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลงในการใช้อำนาจรัฐ มีผลกระทบต่อพรรคอยู่แล้ว คิดว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำถ้ามีความชัดเจนว่าจะมีพรรค การเมืองใดสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่สำหรับตนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขปัญหาของประชาชนไม่ได้

“หญิงหน่อย” เปิดบ้านรดน้ำกลุ่ม กทม.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บ้านลาดปลาเค้า 60 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดบ้านให้อดีต ส.ส.และสมาชิกพรรครดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดยอดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยมาร่วมงานกันครบ อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ นายสุรชาติ เทียนทอง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายการุณ โหสกุล นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต นายอุดมเดช รัตนเสถียร น.ส.ภูวนิดา คุณผลิน ส่วนกลุ่ม ส.ส.อีสาน มีนายไพจิต ศรีวรขาน นายขจิต ชัยนิคม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ์ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น กลุ่ม นปช.คือนายก่อแก้ว พิกุลทอง นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นอกจากนี้มีนายวัฒนา เมืองสุข และ ส.ก. ส.ข.เขตต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอวยพรว่า ขอให้มีความสุข ทำสิ่งใดขอให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงขอให้คนรักและเป็นที่นิยม ลงเลือกตั้งขอให้เป็น ส.ส.และเป็นถึงรัฐมนตรี

ไม่แย่งถือธงนำ-จ่อสมัครสมาชิก

คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า การจัดงานเปิดบ้าน ในวันเดียวกันกับที่แกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไป จ.นครปฐม เพื่อพบกับนักการเมืองตระกูลสะสมทรัพย์ ไม่มีนัยใดทั้งสิ้น อดีต ส.ส.และคนของพรรคที่ร่วมกิจกรรมเปิดบ้าน หลังเสร็จกิจกรรมจะเดินทางไปสมทบ และร่วมตีกอล์ฟด้วยเช่นกัน รวมถึงการจัดงานดังกล่าวไม่ใช่การเช็กชื่ออดีต ส.ส. เพราะทุกปีมีการจัดงาน คนที่ร่วมทำงานด้วยกันได้เดินทางมาเป็นปกติ ส่วนการหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และมีชื่อของตนเป็นแคนดิเดต ยืนยันว่าไม่มีความคิดจะแย่งตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคยังเข้มแข็ง ในภาวะยากลำบากและเหนื่อยภายใต้กติกาที่ คสช.กำหนดขึ้นต้องยกย่อง ส่วนตัวมองว่าไม่ควรต้องปรับหรือเปลี่ยนตัวบุคคล ส่วนการทำงานของตนภายใต้พรรคเพื่อไทยจะขอปฏิบัติตามขั้นตอน คือเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค ร่วมทำงานในฐานะฟันเฟืองของพรรคทำงานเพื่อประชาชนให้สำเร็จ หานโยบายแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปากท้อง และใช้อำนาจที่มีอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการประกอบอาชีพ ดังนั้นจะมองการทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าการแย่งอำนาจ

สับผู้นำลับลวงพรางกดหัวคนอื่น

คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีมติให้หัวหน้าพรรคพลังชลร่วมเป็นที่ปรึกษานายกฯว่า เป็นความชัดเจนที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเข้าสู่การเมืองและปรารถนาอยากเป็นนายกฯต่อเพื่อสืบทอดอำนาจให้ยาวนานที่สุด ทั้งการเลื่อนเลือกตั้ง แต่หากเลื่อนเลือกตั้งไม่ได้ จะหาวิธีเพื่อให้ได้เปรียบในการเลือกตั้งมากที่สุด คสช.มีอำนาจทำได้ทุกอย่าง แต่ ทำให้กติกาบิดเบี้ยว และบิดเบือนกลไกประชาธิปไตย หากผู้มีอำนาจที่อยากกลับเข้าสู่การเมือง เชื่อว่าทุกพรรคยินดี หากแสดงตัวให้ชัดเจน และใช้วิธีที่ตรงไปตรงมา ดังนั้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามา ขอให้แสดงตัวว่าจะตรงไหน เพื่อความสง่างามผ่านการตัดสินใจเลือกของประชาชน ควรเปิดเผยความตั้งใจ วิธีการ ว่าจะอยู่พรรคไหน ทำด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ควรเลือกใช้วิธีแอบซ่อนหรือลับ ลวง พราง ใช้อำนาจกดหัวคนอื่น และสร้างเงื่อนไขเอาเปรียบ เพื่อสร้างประโยชน์ให้ตัวเองฝ่ายเดียว จะถือว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลทำ ทั้งการจัดงบประมาณ และใช้อำนาจทางกฎหมาย ถูกใช้เพื่อปูฐานเสียง เพื่อเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่

เชื่อเด็กในคาถาร่วมอุดมการณ์เดิม

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสการดึงอดีต ส.ส.ย้ายสังกัดใหม่นั้นตนตัดสินใจหรือตอบแทนอดีต ส.ส.ไม่ได้ แต่เท่าที่ตนพูดคุย ได้รับคำตอบที่มั่นใจได้ว่า คนที่ร่วมทำงานในกลุ่มคือ ผู้มีอุดมการณ์และเป้าหมายการทำงานเพื่อประชาชนจึงเลือกอยู่พรรคเพื่อไทย เมื่อถามถึงความมั่นใจการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. ปี 2562 คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า “ไม่คิดว่าจะเลือกตั้งเร็ว เพราะดูวิธีปฏิบัติของเขาแล้ว เขาไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว”

“วัฒนา” เฉ่งอีแอบขี้ขลาดไม่กล้าลง ลต.

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คสช.ไม่ได้เข้ามาปฏิรูปอะไรทั้งสิ้น เป็นการแสวงหาอำนาจของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ต้องการเข้าสู่อำนาจโดยผ่านประชาชน และหาข้ออ้างสารพัด เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่กล้าลงเลือกตั้งเพราะขี้ขลาด แต่จะใช้วิธีอีแอบให้คนมาสนับสนุนเป็นนายกฯคนนอก ทั้งนี้ มนุษย์ต่างจากสัตว์ตรงที่มีสิ่งที่เรียกว่ารักษาคำพูด เราพูดอะไรไว้ต้องจำแม่นๆ เพราะโลกทุกวันนี้ทันสมัยบันทึกได้หมด จึงไม่ให้ราคากับ พล.อ.ประยุทธ์ บางคนมีปากไว้พ่น มีหัวไว้คั่นหูเท่านั้นเอง อยากทำอะไรก็ทำไปประชาชนจะเป็นคนตัดสิน สภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ประชาชนรู้ได้ด้วยตนเอง คนกลุ่มนี้ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าอยากมีอำนาจ แต่ไม่เคยดูสารรูปทางสติปัญญาของตัวเอง เป็นบทพิสูจน์ว่าคนไทยมีความอดทนมากเป็นพิเศษ ทนได้ก็ทนกันต่อไป

ลั่นไม่สังฆกรรมพวกนิยมเผด็จการ

นายวัฒนากล่าวด้วยว่า กรณีพรรคพลังชลถูกดึงไปร่วมงานรัฐบาล ไม่มีผลกระทบใดต่อพรรคเพื่อไทยเพราะคนละฐานเสียงคนละพื้นที่ แต่ขอประกาศวันนี้ว่า หากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและได้เสียงข้างมาก แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะไม่ได้เสียงจากพวกที่ได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายเผด็จการ เราพร้อมเป็นฝ่ายค้าน พรรคการเมืองที่เป็นพรรคขนาดเล็กและเป็นพรรคภายในจังหวัด มองการเมืองและเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์และธุรกิจ เชื่อว่าจะเสื่อมศรัทธาและจะไม่เติบโต เราจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับเผด็จการเด็ดขาด เราไม่เอารวมถึงพรรคการเมืองที่ไปร่วมกับรัฐบาลเผด็จการด้วย ขอแยกพวกชัดเจน เราไม่ร่วมมือ และขอให้ประชาชนเลือกข้างได้เลยว่าใครนิยมเผด็จการให้ไปเลือกพวกนั้น ใครรักประชาธิปไตยเลือกพวกตน

บิ๊ก พท.ตีกอล์ฟยื้อ “สะสมทรัพย์”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สนามกอล์ฟนิกันติ จ.นครปฐม แกนนำพรรคเพื่อไทยกว่า 20 คน นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคฯ นายชัยเกษม นิติสิริ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวราเทพ รัตนากร นายชูศักดิ์ ศิรินิล น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ออกรอบตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟนิกันติของตระกูล “สะสมทรัพย์” มีนายไชยยศ อดีต รมช.คลัง และนายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีต ส.ส.นครปฐม ให้การต้อนรับ โดยนายไชยยศ ได้เอ่ยปากขอร้องผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ห้ามพูดเรื่องการเมืองเด็ดขาด การมาลงก๊วนตีกอล์ฟครั้งนี้ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่สนามกอล์ฟว่าจะมีแขกวีไอพีมาลงสนามจึงมาต้อนรับ เพราะนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงต่างอยากจะมาที่นี่ เนื่องจากเป็นสนามสวยระดับโลก ต้องจองกันนานนับเดือน จึงขอร้องไม่อยากให้เสียบรรยากาศ ส่วนที่ครอบครัวมาต้อนรับไม่พร้อมหน้า เนื่องจากนายไชยา สะสมทรัพย์ อดีต รมว.สาธารณสุข ป่วยอยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน เดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ ระหว่างการต้อนรับนายสมชายและนายภูมิธรรม ได้เอ่ยปากชวนนายไชยยศ ให้ไปอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยกัน ซึ่งนายไชยยศได้แต่หัวเราะโดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

“อนุชา” ปัดไม่คุยเรื่องการเมือง

ด้านนายอนุชา ระบุว่าสนามกอล์ฟนี้เปิดรับทุกคน เราไม่รู้ล่วงหน้าว่าใครจะเดินทางมา แต่ในฐานะเจ้าของสนาม เมื่อรู้ว่ามีผู้ใหญ่มาจะมาต้อนรับทุกคน เช่นเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกฯ เดินทางมาก่อนหน้านี้ วันนี้จะไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมือง พร้อมกับพยายามส่งสัญญาณให้แกนนำพรรคเพื่อไทย ไม่ให้พูดเรื่องการเมือง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการยืนยันสมาชิกภาพพรรคเพื่อไทยของคนในตระกูลสะสมทรัพย์ นายอนุชาระบุเพียงว่า “เมื่อชาติต้องการ”

นายภูมิธรรมกล่าวว่า จะไม่สอบถามเรื่องการเป็นสมาชิกภาพกับอดีต ส.ส.ในตระกูลสะสมทรัพย์ เพราะถือว่ามาพบปะเพื่อออกกำลังกายและพูดคุยเรื่องทั่วไป พรรคยังมีเวลายืนยันสมาชิกภาพจนถึงวันที่ 30 เม.ย. เราเคารพการตัดสินใจของอดีต ส.ส.ทุกคน

“สมชาย” มั่นใจทุกคนมีวุฒิภาวะ

นายสมชายให้สัมภาษณ์ว่ามาตีกอล์ฟจริงๆ สมาชิกพรรคหลายคนชอบตีกอล์ฟ จะวนไปสนามต่างๆ วันนี้เรามาที่สนามนิกันติ เจ้าของสนามมาต้อนรับ เพราะเคยทำงานการเมืองกันมา แต่ไม่ได้คุยการเมืองเพราะการเมืองจะคุยที่ไหนก็ได้ ยืนยันว่าไม่ได้มาจีบตระกูลสะสมทรัพย์ เพราะทุกคนมีวุฒิภาวะ มี วิจารณญาณว่าจะทำงานการเมืองกันอย่างไร ไม่ขอก้าวก่ายและไม่เกี่ยวข้องกับการยืนยันสมาชิก เพราะยังมีเวลาถึงวันที่ 30 เม.ย. คนที่ยังไม่ยืนยันสามารถสมัครใหม่ได้ ส่วนคนที่ยืนยันแล้วสามารถลาออกไปพรรคอื่นได้ จนกว่าจะถึงการเลือกตั้ง ส่วนที่นายกฯบอกว่าอย่าเคลื่อนไหวทำอะไรผิดกฎหมายนั้น เราไม่จำเป็นต้องสื่อสารอะไร ไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องแก้ตัว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล รับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ นายสมชาย ตอบว่า ถ้าคิดเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองไม่เสียหายไม่ขอวิจารณ์อยู่ที่ดุลพินิจ ถ้าคิดว่าทำดีเราก็สนับสนุน ส่วนพรรคเพื่อไทยกับพลังชลจะร่วมงานการเมืองกันในอนาคตได้หรือไม่นั้น ตอนนี้เป็นอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เพราะยังไม่เปิดให้เคลื่อนไหว แต่ต้องไปถามนายสนธยาด้วยจะว่าอย่างไร อย่าเพิ่งตื่นเต้น ก.พ.62 จะมีเลือกตั้งหรือไม่ยังไม่รู้เลย

“ไชยยศ” พลิ้วการเมืองคืออนัตตา

ขณะที่นายไชยยศ กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองของตระกูลสะสมทรัพย์ว่า ประหลาดใจว่าทำไมถึงมองการเมืองเป็นยาพิษ ถ้ามองอย่างนั้นอย่ามีการเลือกตั้ง คิดว่าการเมืองเป็นสิ่งที่งดงามไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ส่วนจุดยืนตระกูลสะสมทรัพย์ พวกเราเป็นผู้อาสามาบริหารประเทศเพื่อประชาชน ประชาชนจับตาดูพวกเราอยู่จะต้องถามประชาชนว่าจะให้เราไปอยู่ที่ไหน ที่ผ่านมาจากการฟังเสียงประชาชนก็มีทั้งสองทางคือให้อยู่ทั้งกับ คสช. และอยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่สุดท้ายการเมืองคืออนัตตา ไม่อยู่ภายใต้การบังคับของใคร แต่ต้องฟังเสียงประชาชนด้วย เมื่อถามว่านายกฯได้มาทาบทามตระกูลสะสมทรัพย์ไปเป็นที่ปรึกษาเหมือนตระกูลคุณปลื้มหรือไม่ นายไชยยศ กล่าวว่า เขาก็ได้แล้วและนายกฯก็ไม่ได้หารือ หรือคุยกับตระกูลสะสมทรัพย์ ขอให้ท่านติดต่อก่อนแล้วเราจะบอก ยืนยันว่าตระกูลสะสมทรัพย์ไม่เคยมืดมนทางการเมือง เราชัดเจนตลอด ส่วนการยืนยันสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น ตนเคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปก่อนหน้านี้ และยังไม่ได้สมัครสมาชิกพรรคใด ถึงวันที่เปิดรับสมัครจะได้รู้ว่าจะไปหรือไม่ ตอนนี้ขออยู่กับตัวเองก่อน

“พลังชล” ยันช่วยงานไร้ดีลการเมือง

วันเดียวกัน นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า การที่นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล รับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ อย่าเชื่อมโยงมองว่าเป็นการดีลอนาคตทางการเมืองของพรรคพลังชลหลังการเลือกตั้งเป็นการทำเพื่อส่วนรวมไม่มีเงื่อนไขหรือนัยใดๆทั้งสิ้น พรรคพลังชลยังเดินหน้าทางการเมืองในนามพรรคต่อไป ไม่ไปรวมกับพรรคใดหรือรวมกับกลุ่มใด และนายสนธยาเป็นผู้นำพรรคเช่นเดิม ส่วนหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรขอให้ถึงวันนั้นก่อน เพราะเราต้องรับฟังเสียงของประชาชน

“แจ็คหม่า” พบนายกฯลงทุนในไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 19 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำนายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป และคณะเข้าเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นช่วงบ่ายนายสมคิดและนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม จะร่วมพิธีลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับอาลีบาบา กรุ๊ป ในด้านการส่งเสริมการลงทุน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างสำนักงานอีอีซีกับบริษัทอาลีบาบา 2.ความร่วมมือด้านการลงทุนสมาร์ท ดิจิทัล ฮับ 3.ความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัลและการส่งเสริมธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซ และ 4.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านดิจิทัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อจัดทำ Thailand Tourism Platform