ไม่มีกั๊ก ไส้ช้างเดินหน้า

รัฐบาล คสช.ส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่าพร้อมจะให้มีการเลือกตั้ง ระบุว่าจะให้เคาะวันเลือกตั้งก่อนที่จะถึงเดือน มิ.ย.61
ซึ่งเป็นหมายกำหนดเดิม

นั่นเป็นเครื่องบ่งบอกว่าเมื่อพรรคการเมืองต่างๆพร้อม รัฐบาลก็พร้อมที่จะให้ไปสู่จุดนั้นด้วยเหมือนกัน

ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเคลื่อนไหวเรียกร้องกันอีกแล้ว

ความชัดเจนอย่างนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้ไม่ต้องเกิดความขัดแย้งวุ่นวายกันอีก ทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้นเป็นลำดับ

พรรคการเมือง นักการเมืองก็เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งต่อไป ใครจะอยู่พรรคไหน มีนโยบายอย่างไรก็ว่ากันไป

สำคัญว่าพรรคใหญ่ 2 พรรคไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ก็ไปจัดการกับปัญหาภายในให้ดีก็แล้วกันเพื่อให้ความลงตัว

เก้าอี้หัวหน้าพรรคก็เอาให้ชัด

เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาก็ต้องโทษตัวเองแล้ว ไม่สามารถโทษคนอื่น โทษ คสช. เพราะเป็นเรื่องภายในที่จะต้องรับผิดชอบกันเอง

สัญญาณสำคัญที่รัฐบาล คสช. แสดงออกว่าพร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้งนั้น เหตุผลก็คือความชัดเจนทางการเมือง

เมื่อแต่ละพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคใหญ่นั้น แสดงจุดยืนทางการเมืองจนมองเห็นทิศทางแล้วว่าพรรคไหนจะยืนอยู่ขั้วไหนอย่างไร

เอาคร่าวๆในขณะนี้ที่ปรากฏชัดเจนก็คือ 3 ขั้วการเมืองใหญ่ แยกเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และประชารัฐของ คสช.
ส่วนพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก และกลุ่มการเมืองอย่าง กปปส. ซึ่งน่าจะพร้อมเปิดตัวพรรคการเมืองอีกไม่นานนี้

พรรคการเมืองเหล่านี้แม้บางพรรคจะแสดงตัวหนุน “บิ๊กตู่” บางส่วน แต่อีกหลายส่วนยังไม่ชี้จุดยืนที่ชัดเจน

เพราะเมื่อยังไม่รู้ผลเลือกตั้ง “ก็แทงกั๊ก” เอาไว้ก่อนดีกว่า

ความชัดเจนของฝ่าย คสช. ซึ่งต้องการหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเสนอชื่อโดยพรรคการเมือง หรือในฐานะคนนอก

...

เมื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแม่ทัพสำคัญของรัฐบาล คสช. ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนทางการเมือง

ล่าสุดก็ประกาศจุดยืนทางการเมืองชัดเจนว่า ต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหลังเลือกตั้งด้วยเหตุผลสำคัญ

“คนดีมีคุณธรรม”...ทำให้บ้านเมืองสงบ

แต่เรื่องพรรคการเมืองนั้นยังไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ให้ถามนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
ทั้ง 2 คนนี้จากข่าวระบุว่า คนแรกจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ คนต่อมาจะเป็นเลขาธิการพรรค

ซึ่งทั้ง 3 คนคือ “สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์” กำลังปั้นผลงาน “ประชารัฐ” ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบเศรษฐกิจประเทศใหม่ทั้งหมด แก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำตัวชูโรงก็คือ อีอีซี

นี่คือ “จุดขาย” ทางตลาดการเมืองของพรรคการเมืองใหม่นี้ ที่เชื่อว่าจะได้รับการต้อนรับจากประชาชนที่แปะชื่อ “บิ๊กตู่” เป็นหัวขบวน

ตบท้ายด้วยคำถามว่า “คุณอยากให้บ้านเมืองกลับไปเป็นอย่างเก่าหรือ?”.

“สายล่อฟ้า”