ติดชาร์ตกลุ่มการเมืองมีบทบาทระดับชาติมายาวนาน บ่มเพาะประสบการณ์ 33 ปีแห่งการหล่อหลอมจนตกผลึกถึงเวลา “กลุ่มวาดะห์” รีเทิร์นก่อตั้งพรรคใหม่ป้ายแดง ภายใต้ปีกที่มีอุดมการณ์จะเดินไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ แกนนำกลุ่มวาดะห์ เฉลยคำตอบผ่านการให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า กลุ่มนี้เริ่มบุกเบิกโดยนายเด่น โต๊ะมีนา มีเป้าหมายสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อเดินบนถนนประชาธิปไตย
โดยศึกษาการต่อสู้ของบรรพบุรุษ พบปัญหาการเมืองการปกครอง เห็นว่าประเทศไทยจะต้องสร้างประชาธิปไตยเป็นที่พึ่งพาของคนทุกชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) เป็นชาติพันธุ์หนึ่ง เพื่อให้คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆมีตัวตน
แต่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการต่อสู้โดยปลายกระบอกปืน เดิมต่อสู้อย่างสันติวิธี จนถึงยุคของ ฮัจยีสุหลง บิน อับดุลกอเดร์ ซึ่งเคลื่อนไหวเรียกร้องขอความเป็นธรรมในรูปแบบการเมืองการปกครองพิเศษ
(ฮัจยีสุหลงถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพี่น้องมลายูมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา 63 ปีแล้ว)
ปัจจุบันถ้ามองในแง่การเมืองการปกครอง คือ การปกครองพิเศษ หรือการปกครองตนเอง เป็นไปตามระบบประชาธิปไตยที่มั่นคงถาวร จะต้องกระจายอำนาจให้ประชาชนแต่ละพื้นที่จัดการตัวเองได้ ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมนี ล้วนมีเขตปกครองเฉพาะ
ฉะนั้นกลุ่มวาดะห์จะต้องสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ
ตามเป้าหมายเป็นสเต็ปบายสเต็ป จาก 3-4 จังหวัดขึ้นมาพื้นที่ใต้ตอนกลาง ตอนบน
ความจริงกลุ่มวาดะห์เป็นมุ้งเล็กในมุ้งใหญ่ พัฒนาตัวเองมาตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปัจจุบัน มีการพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน เป็นที่รู้จักแทบทุกคน ไม่มีจุดด่างพร้อย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นรัฐมนตรี
...
ช่วงหลังมีปัญหาขัดแย้งทางการเมือง ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เต็มที่ เมื่อทหารยึดอำนาจก็มองว่าถ้ารัฐธรรมนูญแบบเดิมแล้วตั้งพรรคก็หมิ่นเหม่ เกินกำลังของเรา แต่ในใจของกลุ่มวาดะห์ต้องการตั้งพรรค
เมื่อมีรัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดการเลือกตั้งแบบเขตรวมแบบปาร์ตี้ลิสต์ 7 หมื่นคะแนนต่อ ส.ส. 1 คน บนฐานข้อเท็จจริงเป้าหมายที่จะได้ ส.ส.หลายเขต ถ้าแพ้เลือกตั้งแบบเขต แต่ยังได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้น ถ้าได้ล้านเสียงจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 15 คน
ผนวกกับชาวบ้านเรียกร้องให้มีบ้านของตัวเอง อย่างน้อยจะได้มีส่วนร่วมแก้ปัญหา จชต. ก็นำสิ่งเหล่านี้มาหารือ ในที่สุดได้ตั้ง “พรรคประชาชาติ” เพื่อรวมคนที่มีอุดมการณ์ แก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหา จชต.
พร้อมเชิญชวนคนรุ่นใหม่ รุ่นใหญ่ คละเคล้าเข้ามาเสริม คนรุ่นใหม่ซึ่งมีความตั้งใจ ไม่ทะเลาะเอาเป็นเอาตาย ไม่แบ่งสี
มีชื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะเข้าร่วมอุดมการณ์ด้วย นายอารีเพ็ญ บอกว่า คนที่เข้าร่วมทำงานกับเราต้องคลีน เข้าใจคนไทยทุกชาติพันธุ์ ไม่ลำเอียง
ใครก็ตามที่เป็นที่ชอบของประชาชนจะเข้าไปทาบทาม ไม่เจาะจงเฉพาะคนไทยมุสลิม ต้องมีทุกศาสนา เข้าใจวัฒนธรรมและบริบทสังคมไทย ไม่สุดโต่งหรือตกขอบ อยู่กลางๆ และเน้นสร้างดาวฤกษ์มีแสงในตัวเอง
ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ในพื้นที่ จชต.จะต่อกรพรรคใหญ่ได้อย่างไร นายอารีเพ็ญบอกว่า เราเล่นการเมืองมานาน ต้องยอมรับว่ากลุ่มเราอยู่ในกระดูกของชาวบ้าน เป็นดาวฤกษ์ แต่ช่วงหลังๆถูกมรสุมการเมือง เลยขับเคลื่อนทางการเมืองไม่สะดวก
เมื่อมีพรรคประชาชาติ ซึ่งไม่ใช่เป็นพรรคเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นพรรคของคนทั้งประเทศไทย มุ่งเน้นสร้างเอกภาพของชาติ ท่ามกลางความหลากหลายของชาติพันธุ์ด้วยความเข้าใจ เห็นใจ ให้เกียรติต่อกัน รู้รักสามัคคี
สร้างสรรค์ มิตรภาพในสังคมประชาคมอาเซียน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทางด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง เนื่องจากประชาคมอาเซียนมีประชากรประมาณ 600 ล้านคน ครึ่งหนึ่งเป็นชาติพันธุ์มลายูและมีคนชาติพันธุ์มลายูอาศัยอยู่อีก 20 กว่าประเทศ เรามีกลยุทธ์ให้ จชต.เป็นประตูสู่โลกมลายู
ทีมข่าวการเมือง ถามว่า พรรคประชาชาติถูกมอง เป็นพรรคนอมินี นายอารีเพ็ญบอกว่า ไม่ใช่ เพราะไม่อยากเป็นนอมินีของใคร เรามองการเมืองไปข้างหน้า ยืนหยัดบนถนนประชาธิปไตย เช่น ถ้าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จะต้องใช้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ไม่ควรมีการฉีกรัฐธรรมนูญอีกต่อไปแล้ว
ขณะที่นโยบายของพรรค ขอจัดตั้งพรรคให้เรียบร้อยก่อน จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศนโยบายพรรค ถ้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกการเมืองเมื่อไหร่ จะดำเนินการทันที
เช่น นโยบายสำคัญๆในความเห็นส่วนตัวที่เตรียมนำเสนอต่อพรรค ถึงการแก้ปัญหา จชต. ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศ
เท่าที่ได้สอบถามความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความเป็นธรรม การรักษาวิถีชีวิตคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และศาสนาให้มั่นคง คุณภาพชีวิตที่ดี ครอบครัวสันติสุข
หลักการใหญ่ๆถ้ากำหนดเป็นนโยบายโดยยึดตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปิดกว้างและต้องการให้การปกครองเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน เราต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน
ตอนนี้ชาวบ้านกลัวทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ก่อเหตุ อยากได้คนในพื้นที่มาดูแลกันเอง วิธีแก้ปัญหา เช่น ตอนนี้มีทหาร 4 หมื่นนาย รายได้เฉลี่ยเดือนละ 1.5 หมื่นบาทต่อหัว รายได้ตรงนี้ส่วนใหญ่โอนกลับบ้านของตัวเอง
เราควรเพิ่มอาสาสมัครพิทักษ์หมู่บ้านตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน ให้ดูแลหมู่บ้านตัวเอง และให้เงินเดือนเดือนละ 1.5 หมื่นบาท เงินก้อนนี้จะหมุนเวียนในพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจ ได้สองเด้งทั้งรักษาความปลอดภัย 2 พันหมู่บ้านและกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนการดูแลความสงบในพื้นที่ต้องให้เป็นภารกิจของกองทัพภาคที่ 4 เท่านั้น
เราอย่าไปสร้างสถานการณ์สู้รบ การใช้ทหาร กฎอัยการศึกต้องเป็นสถานการณ์สู้รบ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสู้รบ เป็นการก่อเหตุ คนในพื้นที่อยู่ปกติ แต่คนนอกพื้นที่ไม่กล้าเข้ามา ถ้าเหตุการณ์สงบคนนอกก็อยากจะเข้ามาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
เมื่อกลุ่มวาดะห์มีบ้านของตัวเอง ยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้น ปัญหาเหล่านี้แก้ไขไม่ยาก
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการเมืองการปกครอง แต่ที่ผ่านมาไม่ให้นักการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เพื่อสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพใน จชต.อย่างจริงจัง ขอเสนอเพิ่มฝ่ายการเมืองประกอบ ด้วย ส.ส.ในพื้นที่ของทุกพรรค ตัวแทนภาคประชาสังคมในพื้นที่ เข้าไปในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ในฐานะผู้สังเกตการณ์
ที่สำคัญพรรคการเมืองอย่านำปัญหานี้มาสร้างความเกลียดชัง ไม่เช่นนั้นเกิดปรากฏการณ์ที่อันตรายมาก
ควรช่วยกันทำความเข้าใจกับคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้ง จะต้องใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎร หลอมรวมให้เห็นว่าปัญหานี้เป็นของประเทศ ถ้าทั้งประเทศไม่รับรู้จะแก้ไขไม่ได้
และเมื่อเลือกตั้งเสร็จก็เข้าสู่กระบวนการปรองดองตอนตั้งรัฐบาล
การปรองดองจะเกิดขึ้นได้เมื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของทุกฝ่ายลงตัว
อย่าตั้งป้อมไม่เอาคนนั้นคนนี้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องดูว่าเขามาจากฐานประชาชนเหมือนกัน รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสคนนอกหาก ส.ส.ไม่เลือกคนใน ถ้าช็อตนี้ไม่ได้ก็ต้องเอาช็อตนั้น
ไม่ว่านักการเมืองที่ประชาธิปไตยจ๋าแค่ไหน เมื่อลงเลือกตั้งต้องยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้
บางพรรคตั้งป้อมจะเอาคนนอก ผมยอมรับได้ เพราะเป็นไปตามกติกา ถือว่าไม่ผิด แต่จะต้องร่วมกันทำงาน
นักการเมืองต้องคิดให้มาก ถ้าไม่เลือกคนมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนจะเสียใจ
และการเลือกตั้งคราวนี้ถ้าจับทิศทางการเมืองถูก จะต้องเลิกเสียทีการปฏิวัติ ไม่มีอะไรดีขึ้น
การแก้ปัญหาของประเทศและ จชต. ประชาธิปไตยต้องอยู่ตลอดรอดฝั่ง
แล้วกระจายอำนาจ รูปแบบการปกครองอาจพัฒนาถึงขั้นจังหวัดต่างๆสามารถจัดการกันเองได้
วันนั้นมาถึงอำนาจจากปลายกระบอกปืนจะหายไป.
ทีมการเมือง