ข่าว
100 year

นายกฯ ฉะแหลก! ‘อภิสิทธิ์’ พูดจาให้มันดีๆ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 เม.ย. 2561 05:45 น.
SHARE
ไม่เลิกคำสั่งคสช.53/60 ส่งตีความแล้วพรบ.ส.ส.

คสช.เมินเสียงพรรคการเมืองจี้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 53/60 “ประยุทธ์” ไม่ฉีกทิ้งแค่แก้ไขเชิงธุรการ ลดปัญหาให้บางประเด็น โต้ส่งตีความกฎหมายลูก ส.ส.ไม่ได้มุ่งแต่ยืดโรดแม็ป “ประวิตร” ลั่นบอกไปแล้วปล่อยผีให้รอเดือน มิ.ย. เลขาฯกฤษฎีกาตั้งแท่นรอคลายกฎเหล็ก “พรเพชร” ส่งร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ถึงศาล รธน.แล้ว “อภิสิทธิ์” สับบีบให้ทำตาม ก.ม. แต่กลับมีคำสั่ง คสช.ขัดขวาง ย้ำผู้นำมีอำนาจร่นวันเลือกตั้งได้ ประธาน กกต.พร้อมขยับกรอบจัดกาบัตรไม่ต้องใช้เต็ม 150 วันก็ทำได้ “นายกฯ” ตีปี๊บไทยนิยมเปิด “สายตรงลุงตู่” คลายทุกข์ ฉุน “มาร์ค” ต้านนายกฯคนนอก ฉะพูดจาให้มันดีๆ หยันคอยดูหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น “เด็ก ปชป.-ชทพ.” ดอดพบ “สมคิด” ปัดวุ่นไม่เกี่ยวการเมือง

กรณีพรรคการเมืองพยายามเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ที่ห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะไม่มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพียงแต่จะมีการแก้ไขเชิงธุรการบางประเด็นเท่านั้น

นายกฯบูมไทยนิยมเปิดสายตรงลุงตู่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เยี่ยมชมการเปิดโครงการสายตรงไทยนิยม “สายตรงลุงตู่” ซึ่งเปิดใช้เป็นวันแรกและเปิดให้บริการแล้วใน 36 จังหวัด หลังเทศกาลสงกรานต์จะเปิดครบทั่วประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมไลฟ์เฟซบุ๊กที่บูธศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1111 ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รับเรื่องร้องเรียนด้วยตัวเองจากชาวบ้าน จ.จันทบุรี ที่เป็นหนี้นอกระบบกู้ยืมคนรู้จัก 8 หมื่นบาท ถูกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด รับจะให้เจ้าหน้าที่ลงไปประสานงานไกล่เกลี่ยทันที

ฟุ้งทุจริตบานเพราะรัฐบาลเอาจริง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ด้วยว่า สายตรงไทยนิยมที่รัฐบาลเปิดขึ้นวันนี้ชื่อย่อง่ายๆ คือ “สายตรงลุงตู่” ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่ถึงนายกฯ เพราะนายกฯจะตอบคำถามพูดคุยกับคณะทำงานที่สรุปขึ้นมา บางอันตอบได้ทันที บางอันต้องหาข้อมูล แต่จะทำให้ดีที่สุดทุกช่องทาง นี่คือความเอาจริงเอาจังของรัฐบาล ปัญหาความเดือดร้อนศูนย์ดำรงธรรมมี 3.2 ล้านเรื่องแก้ไป 98 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องทุจริตมีข้อมูลมาต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน สอบสวนตามขั้นตอน หากผิดวินัยมีทั้งไล่ออก ปลดออก หรือย้าย 3 ปีไม่ให้ย้ายใหม่ ถ้าไม่มีมูลก็ไม่ถึงปลดออก อยากเตือนข้าราชการผู้น้อยต้องระวังรักษากฎระเบียบให้ดี ทักท้วงผู้บังคับบัญชาว่าอันไหนทำได้อันไหนถูกผิด ห่วงผู้น้อยไม่ใช่ไม่รัก บางคนเอาออกแล้วมีคดีอาญาคดีแพ่งต้องฟ้องกันต่อ อย่าไปหลงเชื่อคำบิดเบือนว่าทุจริตมีมากในรัฐบาลนี้ที่ตรวจพบในรัฐบาลนี้เพราะเอาจริงเอาจัง

แขวะมีร้องเรื่องเลือกตั้งมารึยัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเดินเยี่ยมชมบูธรับเรื่องร้องเรียนว่า เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาหากเป็นเรื่องการทุจริตจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุจริตรัฐบาลนี้เข้ามาก็ตรวจสอบมีการลงโทษ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนแล้วไม่ค่อยได้รับความสนใจ รวมถึงเรื่องความเดือดร้อนทั้งหมดที่เราแก้ไขได้ทันที เพราะแก้ในระดับพื้นที่ไม่ต้องรอข้างบนสั่งการ วันหน้าอยากให้เติมศูนย์ไทยนิยมกับในส่วนของตำรวจ 191 ที่รับเรื่องร้องเรียนเหมือนกัน ถ้าเชื่อมโยงกันได้ก็ดีบูรณาการร่วมกันทั้งหมด นายกฯยังได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า “สายตรงไทยนิยมวันนี้มีร้องเรียนอะไรเข้ามาแล้วบ้าง มีเรื่องประชาธิปไตย เรื่องเลือกตั้งมาหรือยัง อธิบายเขาได้เหรอ แต่เป็นธรรมดา ปกติเปิดอะไรมาใหม่ๆจะเริ่มโจมตี เล่นงานนายกฯก่อนต้องอดทนหน่อยนะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ สายด่วน 1299 ของ คสช. ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.-26 มี.ค.มีเข้ามา 3,447 เรื่อง ร้องว่าภาครัฐให้ข้อมูลไม่เพียงพอ 875 เรื่อง และความประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ 622 เรื่อง ส่งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) สอบ 465 เรื่องพบทุจริต 151 เรื่อง ไม่มีมูล 70 เรื่อง มีมูล 87 เรื่อง ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนส่งให้ สปน.ดำเนินการ

โต้โพลคนพื้นที่รู้ลึก “ไทยนิยม”

ต่อมาเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงโครงการไทยนิยมว่าไม่ว่าใครก็ตาม บอกว่ามีคนรับรู้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ เราต้องยอมรับสังคมไทยปัจจุบัน จะสนแต่เรื่องที่ตัวเองเกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับว่าเราไปถามใคร ต้องไปถามคนในพื้นที่ถึงจะตอบได้ว่ารู้หรือไม่รู้ เห็นชอบหรือไม่ ไม่ใช่ประชานิยม จากการนั่งจับเข่าคุยกันถอดได้แล้วว่า ประชาชนต้องการให้ปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน 50 เปอร์เซ็นต์ สาธารณสุข 8 เปอร์เซ็นต์ เรื่องเกษตร 10 เปอร์เซ็นต์ และเรื่องอื่นๆอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เราต้องมาดูเรื่องงบประมาณให้เพียงพอด้วย

ตีความ ก.ม.ลูกไม่มุ่งยืดโรดแม็ป

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการยื่นตีความร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีการประสานหารือกับ สนช. และฝ่ายกฎหมายรัฐบาลให้ชัดเจนขึ้นก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ไม่มีความขัดแย้งภายหลัง เพราะหลายคนเป็นห่วงเรื่องนี้ ดังนั้น เพื่อความสบายใจ ขณะนี้ สนช.ได้ส่งหนังสือมาแล้วว่ามีสมาชิก สนช.จะเข้าชื่อเพื่อส่งร่างดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ และรัฐบาลได้ส่งเรื่องกลับไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนส่งศาลรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายพยายามทำทุกอย่างไม่ให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้ง โดยประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องการให้กระทบโรดแม็ป

ยันไม่ปลดล็อกแค่แก้เชิงธุรการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ตามที่ฝ่ายการเมืองเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า วันนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อเสนอ คสช.ในประเด็นข้อติดขัดต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการดำเนินการทางธุรการ รัฐบาลกับ คสช.จะดูตรงนี้ว่าแก้ไขประการใด แต่ไม่ขอใช้คำว่ายกเลิก อาจแก้ไขในบางประเด็นเพื่อลดปัญหาเชิงธุรการของบรรดาพรรคการเมืองทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่

ฉุน “มาร์ค” เตือนพูดจาให้มันดีๆ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุหากใครสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอก ไม่ต้องมาที่พรรคให้ไปที่อื่น นายกฯตอบว่า “พูดอะไรมาระมัดระวังไว้ด้วย การพูดจาต่างๆต้องระมัดระวัง อยู่ที่ประชาชนจะเชื่อถือได้แค่ไหนอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมาสนับสนุน แต่กรุณาพูดจาให้มันดีๆ ใครจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนผมแล้วแต่เขา

ไอ้การพูดอย่างนี้มันฟังดูดีหรือเปล่า ให้เกียรติซึ่งกันและกันหรือเปล่า ถ้าบางเวลาผมมีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ผมพูดไปมันก็เสียหายด้วยกันทั้งหมดไม่อยากมีอารมณ์ตรงนี้ ประชาชนไปใคร่ครวญเอาเอง ดูด้วยวันหน้าเขาจะทำตัวกันอย่างไรที่ออกมาพูดกันวันนี้ ลองคอยดูวันหน้าแล้วกัน เลือกตั้งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาจะเปลี่ยนท่าทีอะไรกันอย่างไร ไปคอยดูตรงนู้นแล้วกัน ค่อยไปถามเขาอีกที”

ฉะ “ทักษิณ-ปู” ไม่อายยังกล้าโผล่

เมื่อถามถึงการดำเนินการหลังนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯออกมาเคลื่อนไหวในต่างประเทศ นายกฯกล่าวว่า “ไม่ทำอะไรหรอก” เมื่อถามว่า ถือว่าเย้ยหรือไม่ว่ารัฐบาลไม่สามารถใช้กฎหมายไทยดำเนินการอะไรได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่ได้ถูกเย้ยอะไรเลย ทางกฎหมายได้ทำไปแล้ว กฎหมายไปบังคับต่างประเทศได้หรือไม่ ถ้าต่างประเทศไม่ส่งก็คือไม่ส่ง เข้าใจกันหรือไม่ พวกคุณจะเอากฎหมายในประเทศไปบังคับเขาได้อย่างไร ได้ประสานไปทั้งหมดแล้ว แต่ไม่มีการยืนยันหรือตอบรับอะไรมา อดีตนายกฯเคลื่อนไหวเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา รัฐบาลประเทศปลายทางอนุมัติเป็นครั้งคราวไม่ได้อนุมัติให้ตลอดไป ครั้งนี้เขาอนุมัติให้ไปซื้อหนังสือ แล้วผมจะไปรู้สึกอะไรกับเขา เขาน่าจะอายผมมากกว่า ทำผิดกฎหมายแล้วยังเอาหน้าออกไปข้างนอกอีก”

“ประวิตร” เมินปล่อยผีให้รอ มิ.ย.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่ายังไม่มีการพูดถึง กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะแก้ไขอย่างไร ต้องให้รัฐบาล คสช.และ กกต.หารือกันก่อน เมื่อถามว่าได้ประเมินบรรยากาศการยืนยันสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเตรียมปลดล็อกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่มี บอกไปแล้วว่าเดือน มิ.ย.ไงเล่า” เมื่อถามย้ำว่าจะไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองเร็วขึ้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามดังกล่าว แล้วรีบเดินไปที่รถทันที

“พรเพชร” ส่ง ก.ม.ลูก ส.ส.ถึงศาล รธน.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 2 เม.ย. ระบุให้ สนช.เป็นผู้ดำเนินการส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ สนช.เข้าชื่อกันดำเนินการ จึงมอบให้เจ้าหน้าที่ไปยื่นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอความอนุเคราะห์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยเร็ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ และให้ทั้งฝ่ายเจ้าของร่างกฎหมายเดิม และ สนช.ที่เข้าชื่อยื่นตีความ ทำหนังสือชี้แจงถึงเหตุผลที่ขอให้วินิจฉัยในครั้งนี้

เผย 27 สมาชิกเข้าชื่อยื่นตีความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ 27 สมาชิก สนช.ที่ร่วมลงชื่อในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ได้แก่ นายปรีชา วัชราภัย นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล นายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย นายสนิท อักษรแก้ว นายวิทวัส บุญญสถิตย์ นายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ นายธานี อ่อนละเอียด นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ นายนิเวศน์ นันทจิต นายบุญชัย โชควัฒนา นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา พล.ร.อ.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง พล.อ.สุนทร ขำคมกุล นายภาณุ อุทัยรัตน์ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข นายประมุท สูตะบุตร พล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ พล.ร.อ.กฤษฎา เจริญพานิช นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ นายสาธิต ชาญเชาวน์กุล นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย นายชาญวิทย์ วสยางกูรและนายเจน นำชัยศิริ

กฤษฎีกาตั้งแท่นแก้กฎเหล็ก

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ศึกษาข้อมูลแล้วดูว่าถ้าแก้ไขต้องเกี่ยวกับคำสั่งฉบับใดบ้าง โดยได้เตรียมไว้ให้หมดแล้ว และเป็นเรื่องเดียวกับที่พรรคการเมืองท้วงติงมา ส่วนต้องแก้ไขคำสั่งใดบ้าง แก้ไขได้เมื่อไหร่ ต้องเข้าที่ประชุม คสช.เห็นชอบหรือไม่ ถามจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ดีกว่า สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ ดำเนินการไปแล้วกว่า 50 มาตราใน 130 มาตราที่ต้องพิจารณา ถือว่าเร็วมากแล้วแต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.และเสนอ สนช.ได้เมื่อใด

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่า ยังไม่ทราบ เรื่องยังมาไม่ถึง เมื่อถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยให้วินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับดังกล่าว จะมีผลทำให้การแก้ไขคำสั่งนี้ต้องยับยั้งหรือเดินหน้า นายมีชัยกล่าวว่า ตอบไม่ได้ว่าการแก้ไขจะทำได้หรือไม่ เพราะยังไม่ทราบว่าประเด็นที่ยื่นตีความเป็นเรื่องเดียวกับประเด็นที่จะแก้ไขหรือไม่ ต้องพิจารณาเนื้อหาว่าจะแก้ไขเรื่องอะไร หากไม่ใช่เรื่องเดียวกันอาจเดินหน้าได้

“ศุภชัย” ปลุกลูกน้องรักกันไม่งั้นถูกยุบ

ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. มอบนโยบายในการประชุมตามโครงการเสริมสร้างการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานพรรคการเมือง ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศว่า ขณะนี้ กกต.กำลังถูกจับจ้อง อยากให้ยึดความสามัคคี ถ้าปราศจากความสามัคคี กกต.อาจถูกยุบได้และให้หน่วยงานอื่นจัดการเลือกตั้งแทน เราไม่อยากจะให้เกิดขึ้น เวลานี้เหลือ กกต.แค่ 4 คน เหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกไม่นาน แต่ยืนยันจะตั้งใจทำงาน ไม่ใช่อยู่รับเงินเดือนไปวันๆ ส่วนกรณีการโยกย้ายแต่งตั้ง แม้กฎหมายให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ กกต. แต่ กกต.ยืนยันว่าจะเข้าไปดูแลให้ความเป็นธรรม มีอะไรติดขัดขอให้ปรึกษาผู้บังคับบัญชา อย่าไปทำหนังสือร้องเรียน อย่าปลุกปั่นยุยงให้แตกแยก ควรนึกถึงองค์กรและภาระหน้าที่ที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับงานใหญ่ คือการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น

กกต.พร้อมขยับกรอบจัดกาบัตร

นายศุภชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเมื่อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ 4 ฉบับแล้ว กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันว่า หากต้องร่นระยะเวลาจัดการเลือกตั้งให้เหลือเพียง 90 วัน เพื่อไม่ให้กระทบกับโรดแม็ป กกต.สามารถทำได้ โดยดูความเหมาะสม อาจใช้ไม่เต็มกรอบเวลา 150 วัน ต้องปรึกษาหารือกับหลายฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติด้วย เมื่อถามถึงกรณีที่ คสช.เตรียมแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 นายศุภชัยตอบว่า เป็นอำนาจของ คสช.ดำเนินการ ก่อนหน้านี้ กกต.ได้เสนอประเด็นปัญหาที่ควรแก้ไขไปแล้ว 6 ประเด็น และหลังประชุมพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 28 มี.ค. มีประเด็นที่พรรคการเมืองเห็นเป็นข้อขัดข้องจากคำสั่ง คสช. กกต.ได้รวบรวมส่งไปเพิ่มเติม คิดว่า คสช.คงแก้ไขในเร็วๆนี้

“มาร์ค” ย้ำผู้นำร่นจัดเลือกตั้งได้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สนช. ส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมายถือว่าเหมาะสมที่ต้องทำ แต่หัวหน้า คสช.ต้องดูแลไม่ให้กระทบกับโรดแม็ปการเลือกตั้ง เพราะโรดแม็ปการเลือกตั้งอยู่ในอำนาจของหัวหน้า คสช. แก้ไขร่นเวลาให้เป็นไปตามโรดแม็ปได้ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต้องเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังกฎหมายลูกหมวดเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว หัวหน้า คสช. ร่นเวลาการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำหนดว่าจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจ-จานุเบกษาแล้ว 90 วันก็ทำได้

ให้ทำตาม ก.ม.แต่คำสั่ง คสช.ขวาง

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีข่าว คสช.จะแก้ไขคำสั่ง คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในเดือน มิ.ย. เรื่องนี้ผูกติดกับร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ถือเป็นเรื่องแปลก เพราะสิ่งสำคัญคือการทำตามกฎหมายพรรคการเมืองที่มีผลบังคับใช้แล้ว และยังมีการออกคำสั่ง คสช.ออกมา จนทำให้เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ยืนยันว่าการพิจารณาให้พรรคการเมืองทำตามกฎหมายได้นั้น ส่วนใหญ่เป็นการประชุมภายในพรรค ไม่เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคง หากรัฐบาลหรือ คสช.ไม่มั่นใจ ไม่สบายใจ หรือไม่อยากปลดล็อกทั้งหมด ควรอำนวยความสะดวกให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมายได้ แต่ขณะนี้ทุกอย่างมีอุปสรรคไปหมด รวมถึงการยืนยันสมาชิกพรรค ที่ไม่ให้ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกพรรคได้รับทราบอีกด้วย ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีผู้มายืนยันแล้วกว่า 1,300 คน จ่ายค่าบำรุงสมาชิกตลอดชีพเกิน 500 คน มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท และสมาชิกครบ 500 คนครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ส่วนสาขาพรรคทั่วประเทศอยู่ระหว่างดำเนินการ จะให้สมบูรณ์ต้องรอให้ส่งข้อมูลมาที่ทำการใหญ่ออกใบเสร็จรับเงินให้ และกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น D-connect (ดี คอนเน็ก) ให้รองรับการชำระเงินได้ภายในสัปดาห์หน้า แต่ยังมีข้อกฎหมายบางเรื่องยังไม่ชัดเจน

เด็ก ปชป.-ชทพ.ย่องพบ “สมคิด”

วันเดียวกันเวลา 13.30 น. นายสกลธี ภัททิยกุล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯที่ห้องทำงาน ตึกบัญชาการ 1 เพื่อพูดคุยถึงอนาคตทางการเมือง ภายหลังหารือกว่า 2 ชั่วโมง นายณัฏฐพลกล่าวว่า มาหารือเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติของตนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)ว่า จะพัฒนารองรับบุตรหลานนักลงทุนได้อย่างไรหรือไม่ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า จะไปยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า ขาดความเป็นสมาชิกภาพแล้ว เพราะไปบวชพระมา เมื่อถามย้ำว่า จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายณัฏฐพลยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า ตอนนี้ขอทำโรงเรียนก่อน ขณะที่นายสกลธีกล่าวว่า ได้ยืนยันความเป็นสมาชิกกับพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 1 เม.ย.แล้ว ส่วนนายสมคิดกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องการเมือง

“เชน” กั๊กซบ ปชป.หรือพรรค กปปส.

นายเชน เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์และน้องชายนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวถึงกรณีนายธานีระบุว่า จะออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปร่วมงานพรรคใหม่ที่นายสุเทพและนายธานีจะตั้งขึ้นว่า ยังไม่มีการตั้งพรรคใหม่ เวลานี้ยังไม่มีอะไร มีเพื่อนอดีต ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคหลายคน โทรศัพท์มาชักชวนให้ไปยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ได้ชี้แจงไปว่าขาดจากสมาชิกพรรคตั้งแต่ได้เป็นพระที่วัดธารน้ำไหล จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว และยังติดคำสั่ง คสช.ไม่ให้พรรคการเมืองเปิดรับสมาชิกพรรคใหม่ เมื่อถามว่าจะยืนยันเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือจะไปร่วมพรรค การเมืองใหม่ นายเชนตอบว่า ยังมีเวลาอีกนานกว่าการเมืองจะลงตัว

“เทือกสุบรรณ” อยู่โยงพรรคใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าอดีต ส.ส.ที่ออกไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ค่อนข้างชัดเจนแล้วคือ นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม. ลูกชายนายชัชวาลย์ คงอุดม (ชัช เตาปูน) ที่ตั้งพรรคพลังท้องถิ่นไท ส่วนพี่น้องตระกูลเทือกสุบรรณจะไปร่วมงานกับพรรคใหม่ที่จะตั้งขึ้น รวมถึงอาจมีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ราว 5-7 คน อยู่ระหว่างตัดสินใจไปร่วมกับพรรคใหม่ของนายสุเทพที่อยู่ระหว่างรวบรวมชื่อคนผู้ร่วมก่อตั้งพรรค คาดจะจดแจ้งได้ปลายเดือน เม.ย.ถึง พ.ค.

นปช.ปัดตั้งพรรคเสื้อแดง

นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย และ ผอ.โรงเรียน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า วันที่ 4 เม.ย. พรรคเชิญสมาชิกให้มารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ พร้อมเชิญชวนให้อดีต ส.ส.มายืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ตนจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมและสมัครสมาชิกแน่นอน เท่าที่พูดคุยกับเพื่อน ส.ส.ภาคอีสานและจังหวัดร้อยเอ็ดทั้งระบบเขต บัญชีรายชื่อ ทุกคนยังยืนยันจะอยู่กับพรรคต่อไป เพราะมีความผูกพัน เชื่อมั่นศรัทธาต่อแนวทางพรรค รวมทั้งการต่อสู้ทางการเมืองในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยชัดเจนต่อสู้กับเผด็จการ สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย คงไม่ใช่เพียงเรื่องหากออกไปแล้วจะสอบตกหรือไม่สอบตก คนที่อยู่เพราะผูกพันที่ได้ร่วมต่อสู้กันมา ส่วนกระแสข่าวคนเสื้อแดงจะตั้งพรรคนั้น เท่าที่พูดคุยกับแกนนำ ไม่มีใครหารือถึงเรื่องนี้ เมื่อดูจากการตั้งพรรคของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ล้มเหลว ส่วนพรรค กปปส. หากตั้งก็มีแนวโน้มไม่ประสบผลสำเร็จ ในส่วนของ นปช. เป็นการรวมกลุ่มเพื่อทำงานการเมืองทางความคิด ต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย เป็นการรวมตัวเพื่อต่อสู้ทางการเมือง ไม่มีแนวคิดจัดตั้งพรรคเสื้อแดง

สมช.ติงกลุ่มอยาก ลต.อยู่ในกรอบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งเฝ้าระวังการก่อวินาศกรรมและป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดจากกลุ่มหัวรุนแรงและเห็นต่างในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ไม่มีอะไร ช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการจัดงานตามสถานที่สำคัญ พล.อ.ประวิตรจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้เล่นน้ำอย่างสนุก ส่วนกลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา เช่น กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น เคลื่อนไหวได้แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ส่วนการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองนั้นขณะนี้ยังเป็นช่วงเริ่มต้นการยืนยันความเป็นสมาชิก ยังไม่มีการทำกิจกรรมอะไรเต็มที่ ส่วนที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของ คสช.จะเป็นฝ่ายพิจารณาดำเนินการเอง

ตั้ง คกก.สกรีนร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเสนอ ประกอบด้วย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธาน นายวิษณุ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นายอัชพร จารุจินดา ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม นายสมชาย พงษธา กรรมการกฤษฎีกา คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตเลขาธิการ ก.พ. นายธานิศ เกศวพิทักษ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นายอุดม รัฐอมฤต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. นายวรรณชัย บุญบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

“บิ๊กแอ้ด” บอกเรื่องเก่าไม่สอบเช็ค “ป๋า”

อีกเรื่อง ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นำเงินบริจาคมูลนิธิฯ เข้าบัญชีตัวเองว่า ตอนนั้นตนยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นประธานมูลนิธิฯ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องเก่า เกิดขึ้นมานานมากแล้ว คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ต้องตรวจสอบ เพราะว่าเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่ตนจะเข้ามาทำหน้าที่ประธานมูลนิธิฯ ส่วนที่มีการพาดพิง พล.อ.เปรมทราบว่า พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรมได้ชี้แจงไปแล้วเรียบร้อยเป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการนำเรื่องการเมืองมาโจมตี พล.อ.เปรม และจะมีการฟ้องร้องตามกฎหมายหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

“วัฒนา” ชี้บริจาคไม่ได้ยกเว้นฟอกเงิน

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ดีเอสไอว่าไง” กรณีที่นายพานทองแท้ เผยแพร่ภาพเช็คที่สั่งจ่ายเงินให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษและ พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตนายทหารคนสนิท ซึ่งยอมรับว่าเช็คที่จ่ายเพื่อการกุศล ไม่ได้นำไปใช้เพื่อการส่วนตัว การบริจาคเพื่อการกุศลหาได้เป็นข้อยกเว้นความผิดอาญาฐานฟอกเงินไม่ การนำเช็คเข้าบัญชีคือการรับโอนหรือเปลี่ยนสภาพ ครบองค์ ประกอบความผิดฐานฟอกเงินแล้ว เช่น ที่สหกรณ์คลองจั่นบริจาคเงินให้วัดพระธรรมกาย ผู้บริจาคและผู้รับบริจาคต่างถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินเช่นกัน

ข้อยกเว้นที่จะทำให้ผู้รับเช็คไม่ตกเป็นผู้กระทำความผิดคือไม่ทราบว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เป็นข้อต่อสู้ของนายพานทองแท้ต่อดีเอสไอ ท้ายสุดอธิบดีดีเอสไอแถลงว่า การสั่งจ่ายเช็ครายที่มีมูลหนี้ต่อกันจริงๆ เช่น ชำระเป็นค่าที่ดิน ดีเอสไอก็ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหานั้น ดังนั้นการบริจาคเงิน 250,000 บาท หรือการจ่ายเช็คให้ พล.ร.ท.พะจุณณ์ 100,000 บาท มีมูลหนี้ต่อกันอย่างไร โดยเฉพาะการบริจาคที่กฎหมายถือเป็นการให้จะสมบูรณ์ได้ด้วยการส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 523 ก่อนการบริจาคจึงไม่อาจมีมูลหนี้ใดๆ ต่อกันได้เลย แก้ตัวให้ดี สังคมกำลังจับตา อย่าสองมาตรฐานจนเคยตัว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งโรดแม็ปพ.ร.บ.เลือกตั้งไทยนิยมข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้