ข่าว
100 year

สนช.กลับลำ ตีความกม.ส.ส. ไหนๆก็โดนด่าแล้ว ยื่นศาลรธน. 2เม.ย.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 มี.ค. 2561 04:40 น.
SHARE

55 พรรคหารือกกต.

สนช.กลับลำ 360 องศาเข้าชื่อด่วนยื่นตีความร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. “กิตติศักดิ์” โอดโดนด่าทั้งขึ้นทั้งล่อง เคลียร์ให้ชัดเลยดีกว่าปล่อยไปวุ่นวายภายหลัง ส่งเรื่องให้ “พรเพชร” ตั้งแท่นศาล รธน. ชี้ขาด 2 เม.ย. ประธาน สนช.รับลูกรอตรวจสอบก่อน ส่งต่อ พท.ซัดรัฐบาล-สนช.วางยา ส่อเจตนาดองเค็ม กกต.เปิดเวทีแจงข้อกฎหมาย 55 พรรค สองขั้วใหญ่บี้เร่งปลดล็อกพรรคการเมือง “อภิสิทธิ์” ซัดทำลายฐานเสียง บี้ทบทวนจ่ายยืนยันสมาชิกหัวละร้อยภายใน 30 วัน รองเลขาฯ กกต.ยืนกรานต้องชำระภายใน 30 เม.ย.ไม่เช่นนั้นพ้นสภาพ “ศุภชัย” แย้มมีแนวโน้มแก้คำสั่ง คสช.53/2560 แจกคู่มือให้ฝ่ายการเมืองคาด ก.ค.คลายกฎเหล็ก “สมคิด” นัดกินข้าวบ้านริมนํ้าจีบ “สุชาติ ตันเจริญ” พร้อมเพื่อนอดีต ส.ส.เข้าคอกพลังประชารัฐ

หลังจากที่มีการโยนกันไปมาระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าใครจะเป็นผู้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ล่าสุดสมาชิก สนช.เข้าชื่อกัน 25-30 คน พร้อมแล้วที่จะส่งต่อให้ประธาน สนช.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 2 เม.ย.

สนช.กลับลำยื่นตีความ ก.ม.ลูก ส.ส.

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่รัฐสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.กล่าวถึงแนวโน้มที่ สนช.จะยื่นเรื่องร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังจากนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทีมกฎหมายไปทบทวนร่างกฎหมายดังกล่าวว่า ขณะนี้ สนช.ล่าชื่อสมาชิกได้ครบ 25 คนแล้ว เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ตนเป็นหนึ่งใน สนช.ที่ร่วมลงชื่อด้วย เพราะอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าปล่อยไปจนกฎหมายประกาศบังคับใช้แล้ว มีผู้ไปยื่นตีความภายหลัง จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ อาจไปถึงขั้นที่กฎหมายหรือการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่ สนช.ยื่นตีความได้ แม้จะส่งเรื่องไปให้นายกฯแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่นายกฯยังไม่นำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ สนช.มีสิทธิยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอให้นายกฯตีกลับร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาที่ สนช. หลังจากที่ได้รายชื่อ สนช.ครบ 25 คนแล้ว จะนำเรื่องแจ้งให้วิป สนช.ทราบ เพื่อส่งเรื่องให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ยังไงก็ถูกด่าเคลียร์ชัดไม่วุ่นทีหลัง

นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าการส่งร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความไม่ใช่การสมคบคิดเพื่อยื้อเลือกตั้ง แต่ต้องการทำเพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย แม้ก่อนหน้านี้ สนช. ยืนกรานว่าจะไม่ส่งร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ตีความ แต่เมื่อหลายฝ่ายท้วงติงมา เช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จึงจำเป็นต้องรับฟัง เพราะตนก็เห็นด้วยแต่แรกแล้วว่าควรยื่นร่างกฎหมายลูก ส.ส. และร่างกฎหมายลูก ส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดทั้งสองฉบับ สนช.ไม่ได้โลเลกลับไปกลับมา แต่เมื่อสังคมยังมีข้อสงสัยจึงควรทำให้เกิดความชัดเจน รวมถึงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดชัดเจนว่า ให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ให้เกิดความรอบคอบ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหา ภายหลังนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้ว ดูแล้วยังมั่นใจว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คงกระทบโรดแม็ปเลือกตั้งไม่มาก แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ยอมโดนต่อว่าตอนนี้ดีกว่า เพราะถึงอย่างไรจะยื่นหรือไม่ยื่นตีความ สนช.ก็โดนทั้งขึ้นและล่อง

ตั้งแท่นยื่นศาล รธน. 2 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนช.ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช.ที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ครบถ้วนแล้ว โดยมีผู้ร่วมลงชื่อประมาณ 25-30 คน เพื่อส่งให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในวันที่ 29 มี.ค.และคาดว่าจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในวันที่ 2 เม.ย. ส่วนใหญ่ผู้ร่วมลงชื่อเป็น สนช.ที่งดออกเสียง และไม่ได้มาประชุมในวันที่ สนช.ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้นายกฯตีกลับร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.มายัง สนช.ก่อน แต่นายพรเพชรจะประสานไปยังนายกฯ ขอให้ชะลอการนำร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯไว้ก่อน เพื่อรอศาลรัฐธรรมนูญตีความ โดยเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาวินิจฉัยไม่เกิน 2 เดือน เพราะประเด็นการตัดสิทธิข้าราชการการเมือง หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และประเด็นการให้เจ้าหน้าที่ กกต.กาบัตรลงคะแนนเลือกตั้งแทนคนพิการได้นั้น ไม่ใช่ประเด็นซับซ้อน จึงไม่มีผลกระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง

“พรเพชร” รอตรวจสอบรายชื่อ

ช่วงเย็น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กล่าวว่า ถ้ารวบรวมรายชื่อครบแล้วจริง ไม่ต้องผ่านวิป สนช. ส่งเรื่องมาโดยตรงที่ประธาน สนช.ได้เลย ขั้นตอนจากนั้นจะต้องตรวจสอบรายชื่อ ให้ถูกต้องตามขั้นตอนทางธุรการก่อน รวมถึงสอบถามไปยังเจ้าตัวสมาชิก ว่าร่วมลงชื่อจริงหรือไม่ เพื่อความไม่คลาดเคลื่อน ขั้นตอนการตรวจสอบใช้เวลาไม่นาน ในวันพรุ่งนี้ ถ้ามีการส่งรายชื่อมาจริงจะตรวจสอบและแถลงให้สื่อมวลชนทราบต่อไป

ศาล รธน.รับวินิจฉัย ก.ม.ลูก ส.ว.

วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญกรณีสมาชิก สนช. 30 คนยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 91-มาตรา 96 ในบท เฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่กำหนดให้ในวาระเริ่มแรกของ ส.ว. มีจำนวนกลุ่มผู้สมัคร วิธีการสมัครและกระบวนการเลือก แตกต่างไปจากการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามบททั่วไป มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาและแจ้งให้ประธาน สนช.รับทราบ และพิจารณามอบหมายให้ผู้แทน สนช. ที่ลงมติในวาระ 3 รวมทั้งให้นายกิตติ วะสีนนท์ ผู้แทนของผู้เสนอความเห็น ประธาน กรธ. และประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จัดทำความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาล ภายในวันที่ 18 เม.ย.

“ชูศักดิ์” ซัดส่อเจตนาดองเค็ม

ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยื่นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะแสดงให้เห็นความไม่ชอบมาพากล มีเบื้องหน้าเบื้องหลังของรัฐบาลและ สนช. ผู้ร่างเขียนกฎหมายคลุมเครือทำให้มีตำหนิ สงสัยได้ว่ามีแผนอะไรส่อเจตนาให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดความไม่ราบรื่นหรือไม่ เพราะกระทบกับการเลือกตั้งตามโรดแม็ปแน่นอน ทำให้กฎหมายออกมาล่าช้า แทนที่จะได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ท้ายสุดต้องมารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากขัดกับรัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ จากที่ศึกษารายละเอียดประเด็นที่สงสัยกันนั้นไม่ใช่สาระสำคัญถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่จำเป็นต้องยื่นศาลเพื่อตีความ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ผิดมาแต่ต้น ทำไมถึงเขียนให้มีปัญหา แต่เมื่อเป็นปัญหาต้องเคลียร์ให้ชัดเจน ฝ่ายการเมืองถูกยัดเยียดให้รับ ถ้าไม่เคลียร์ให้ชัดเจนแล้วกลายเป็นประเด็นหลังเลือกตั้ง จะยิ่งไปกันใหญ่ ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเรื่องที่สงสัยกันมีประเด็นไม่มาก ควรบริหารเวลาถ้ารวดเร็วเร่งรัดก็ไม่น่ามีปัญหา

จี้เร่งเลือกตั้งช่วยตรวจสอบโกง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ถอนตัวไม่ร่วมถกปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมว่า สังคมรับรู้ว่าประธาน ป.ป.ช.เคยเป็นเลขานุการของผู้ถูกกล่าวหาและการต่ออายุ ป.ป.ช.ขณะที่กรรมการในองค์กรอิสระอื่นถูกเซ็ตซีโร่ทำเพื่อการนี้หรือไม่ หาก ป.ป.ช.ถูกมองว่าทำงานตรวจสอบล่าช้าสองมาตรฐาน เอื้อพวกพ้อง ควรต้องปลดด้วยหรือไม่ เกือบ 4 ปีไม่มีนักการเมือง แต่การทุจริตตรวจที่ไหนเจอที่นั่น ประชาชนถึงอยากให้ เลือกตั้งโดยเร็ว ถ้าพบโกงหนักขนาดนี้แล้วไม่มีฝ่ายค้านในสภา ไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็งมาช่วยกันตรวจสอบ

กกต.ถกนอกรอบ 2 ขั้วบี้ปลดล็อก

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ ราชการแจ้งวัฒนะบรรยากาศก่อนการประชุม นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ และนายประวิช รัตนเพียร กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศได้หารือนอกรอบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทยในห้องรับรอง โดยนายอภิสิทธิ์ได้ถามถึงปัญหาการยืนยันสมาชิกภาพและการชำระเงินค่าสมาชิกพรรค ตามมาตรา 140-141 หากยืนยันสมาชิกภายในวันที่ 30 เม.ย. แต่ยังไม่ชำระเงินค่าสมาชิกจะถือว่ายังเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ ตามมาตรา 141 กำหนดให้สมาชิกพรรคเดิมไม่ต้องจ่ายเงินค่าสมาชิก 4 ปี ล้อมาจาก พ.ร.บ.พรรคการเมืองปี 2550 หากให้เป็นไปตามกฎหมายต้องแก้ประกาศคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ทุกอย่างต้องตีความตามกฎหมาย จะไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯหรือใครไม่ได้ ไม่มี ใครใหญ่กว่ากฎหมาย อยากให้หาข้อยุติเรื่องนี้ให้ได้ก่อน อย่างน้อยเปิดช่องให้พรรคยืนยันสมาชิกพรรคให้ได้ก่อน ส่วนความเป็นสมาชิกค่อยไปตีความในศาล

ขอข้อสรุปชัดอะไรทำได้–ไม่ได้

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาที่ กกต.ควรช่วยทำให้ชัดเจนมากขึ้น คือทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน การจ่ายเงินค่าสมาชิกหรือการจัดการเรื่องสาขาพรรค เพราะมีปัญหาการตีความ ข้อปฏิบัติยุ่งยากคลุมเครือไม่ชัดเจน ควรช่วยประสานยืนยันกับ คสช.ว่าควรปลดล็อกพรรคการเมือง อยากถามว่าจะปลดล็อกพรรค การเมืองเมื่อใด และ กกต.ควรทำให้ทุกอย่างชัดเจนอย่างเป็นทางการ อะไรทำได้ไม่ได้จะได้เป็นแนวปฏิบัติ การยืนยันสมาชิกพรรคเดือน เม.ย. กฎระเบียบยัง ไม่ชัดเจน เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ

“ภูมิธรรม” ยื่นคำขาดเลิกคำสั่ง คสช.

นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ถ้า คสช.ไม่ยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทาง การเมือง วันนี้ให้แต่ละฝ่ายพูดประเด็นปัญหากันทั้งวันก็คงไม่จบ ดีที่สุดควรยกเลิกคำสั่ง คสช.ให้พรรค การเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่ถ้าเรื่องนี้ยังไม่เคลียร์จะมีคำถามว่า คสช.มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ หากยังเป็นเช่นนี้ปัญหาจะไม่จบสิ้น ข้อเสนอคือต้องเอื้ออำนวยให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ยกเลิกคำสั่ง คสช.แล้วให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ จะเป็นหัวใจสำคัญแก้ไขปัญหาทุกอย่าง จะไม่มีใครมีข้อครหาและข้อสงสัยต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ทุกอย่างจะเดินเข้าสู่ภาวะปกติ ความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้น

ภูมิใจไทยยึดมั่นนายกฯในระบบ

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า บรรยากาศที่พรรคการเมืองมาประชุมร่วมกันเช่นนี้ ถือว่าพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกำลังก้าวสู่ปีที่ 10 ยืนยันมีความพร้อมและมองว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะไม่มีพรรคใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง คงเห็นการรวมกลุ่มจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ ไม่มีแนวคิดจะเสนอนายกฯคนนอก และในนามพรรคเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ประกาศไว้

ชทพ.ผวาผิดพลาดถึงขั้นยุบพรรค

นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าสิ่งที่กังวลคือการบริหารจัดการเงินเป็นเงื่อนไขสำคัญ ส่วนการยืนยันสมาชิกพรรคเดือน เม.ย. มีวันหยุดมากมายเวลาทำการจริงมีไม่ถึง 20 วัน อาจกระทบ น่าเป็นห่วงที่สุดคือการชำระเงิน หากผิดพลาดอาจถึงขั้นถูกยุบพรรค จึงต้องการให้ชัดเจน เมื่อถามว่า อาจมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างกฎหมายลูกการเลือกตั้ง ส.ส. นายวราวุธกล่าวว่า พรรคการเมืองคงไม่มีใครเห็นด้วย ถ้าต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไป แต่ขออย่าให้กระทบโรดแม็ปและหวังว่าเดือน ก.พ.62 จะได้เข้าสู่การเลือกตั้ง

ปธ.กกต.โบ้ยตอบแทน คสช.ไม่ได้

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคการเมืองเดิมต้องการรู้คือ การยืนยันสมาชิกพรรคโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น และข้อกังวลกรณีสมาชิกพรรคที่ยืนยันตัวตนแล้ว แต่ยังไม่ชำระค่าสมาชิกจะพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคนั้นหรือไม่ ไม่สามารถตอบแทนคสช.ได้ แต่มีสัญญาณบวกจาก คสช.ที่จะแก้ไขคำสั่งที่ 53/2560 หลังชี้แจงและรับข้อเสนอจากพรรค การเมืองแล้ว จะรีบสรุปและจัดทำข้อเสนอให้ คสช.พิจารณาเร็วที่สุด ส่วนเรื่องใดเกี่ยวข้องกับ กกต.และทำได้ทันทีจะรีบดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ โดยการยืนยันสมาชิกภาพพรรคเดิม ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเป็นเอกสารยืนยัน และไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่อาจมีการส่งตีความกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จะกระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่มองว่าการอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ เป็นสิ่งที่ทำได้ หากจำเป็นก็ออกกฎหมายยกเว้นให้การลงคะแนนยังถือเป็นความลับได้

“มาร์ค” อัดคำสั่งไม่รอบคอบทำยาก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณ กกต.ที่ชัดเจนไม่ต้องใช้สำเนาทะเบียนบ้านในการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค การชำระเงินแม้ทราบแล้วว่าดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่อยากให้ชัดเจนเรื่องการชำระเงิน และเรื่องอื่นที่ยังค้างอยู่ ส่วนหากชำระเงินไม่ทันใน 30 วัน จะเป็นข้อโต้แย้งต่อไป รวมทั้งปัญหาการยืนยันสมาชิกได้แล้วแต่ยังไม่ได้ชำระเงินยังไม่ชัดเจน การยืนยันคุณสมบัติสมาชิก อาทิ ผู้ล้มละลาย ไม่มีใครยืนยันสถานภาพตรงนี้ได้ กกต.ควรประสานงานกับหน่วยงานรัฐเพื่อตรวจสอบ ใครขาดคุณสมบัติคัดชื่อออกไป ไม่ควรเป็นภาระของเจ้าตัวหรือหัวหน้าพรรคต้องไปพิสูจน์ คำสั่ง คสช.ต้องแก้อยู่แล้ว บางเรื่องปฏิบัติไม่ได้ สะท้อนว่ากฎหมายหรือคำสั่งที่ผ่านมาไม่รอบคอบเลย แต่ละเรื่องที่ให้ทำปฏิบัติไม่ได้

ปลุกสมาชิกอีสานยืนยันสมาชิกภาพ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ภาคอีสานที่มีอยู่ 1.8 ล้านคนใน 116 เขต มีเกือบ 90 เขต ที่ติดต่อให้มายืนยันตนเป็นสมาชิกพรรคระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย. และขอให้ติดต่อพรรคหรือสาขาพรรคทั่วประเทศ เพื่อยืนยันการเป็นสมาชิก พรรคจะออกหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกและมีใบเสร็จรับเงินชั่วคราวให้ผ่านแอพพลิเคชั่น

55 พรรคคึกตบเท้าฟัง กกต.แจง

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการพรรคการเมือง ครั้งที่ 2/2561 เรื่องแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มี 55 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมรวม 308 คน อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค พรรคเพื่อไทยนำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคชาติพัฒนา นำโดยนายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบร่วมสังเกตการณ์

“ศุภชัย” แย้มมีแววแก้คำสั่ง 53/60

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวตอนหนึ่งว่าบางคำตอบที่ตอบพรรคการเมือง อาจไม่เข้าใจถ่องแท้ เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับคำสั่ง คสช. จึงได้ไปหารือกับตัวแทน คสช. กฤษฎีกาและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯได้แนวทางพอสมควร และมีแนวโน้มว่าจะมีการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ในระยะต่อไป ซึ่งก่อนเริ่มประชุมได้หารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองถึงข้อขัดข้องต่างๆ กกต.จะรับไปหารือ แต่ถ้าข้อขัดข้องเกี่ยวข้องกับประกาศ คสช. จะนำไปหารือกับ คสช. โดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้ตามกรอบเวลา อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น ทุนประเดิม การจัดตั้งสาขาพรรค การทำไพรมารีโหวต จึงขอให้ทุกพรรคศึกษากฎหมายอย่างละเอียดจะได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง

ชี้จุดลักลั่นพรรคเก่า-ใหม่

ต่อมานายแสวง บุญมี รองเลขา กกต.ได้ชี้แจงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ว่า มีหลายประเด็นที่มีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่ง กกต.ได้มีหนังสือไปยัง คสช. เพื่อให้พิจารณาแก้ไขแล้ว โดยเฉพาะประเด็นความเท่าเทียมระหว่างพรรค การเมืองเก่ากับพรรคการเมืองใหม่ เช่น กรณีที่คำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ไม่ได้รับรองสาขาพรรค การเมืองที่มีอยู่เดิม ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 50 ทำให้ไม่มีองค์ประชุมจากส่วนที่เป็นสาขาพรรคในการประชุมใหญ่ การเมืองเก่าต้องมีสี่สาขาทั่วประเทศ ในขณะที่พรรคการเมืองใหม่มีเพียงสาขาเดียวสามารถส่งผู้สมัครได้ เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้ต้องแก้ไขไม่เช่นนั้นจะเลือกตั้งไม่ได้

“มาร์ค” บี้ทบทวนสมาชิกจ่าย 100 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนพรรคการเมืองสอบถามในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย ส่วนใหญ่อยากให้แก้ไขกรณีที่กำหนดว่าการยืนยันตัวตนของสมาชิกพรรคการเมืองต้องทำพร้อมกับจ่ายค่าบำรุงพรรค 100 บาทด้วยไม่เช่นนั้นจะสิ้นสภาพ และมีบางพรรคเสนอให้ยกเลิกไพรมารีโหวต รวมถึงมีข้อสงสัยว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ โดยนายอภิสิทธิ์ สอบถามว่า กกต.ควรอำนวยความสะดวกให้พรรคคงสมาชิกไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ กกต.กลับกำลังทำลายฐานสมาชิกของพรรค อีกทั้งการตีความกฎหมายของกกต.ไม่ตรงกับสิ่งที่กฎหมายเขียนไว้ เช่น กฎหมายพรรคการเมืองให้เวลาสมาชิกจ่ายค่าบำรุงพรรค 4 ปี แต่ตีความคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่า สมาชิกที่ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค หากไม่จ่ายค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน จะพ้นจากความเป็นสมาชิกโดยไม่มีกรอบเวลา 4 ปีเหมือนในกฎหมายพรรคการเมือง จึงอยากให้ กกต.ทบทวน นอกจากนี้ การให้หัวหน้าพรรครับรองว่าสมาชิกมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เป็นเรื่องยากในการปฏิบัติ หัวหน้าพรรคไม่มีทางรับรองได้ว่าสมาชิกคนใดไม่เคยติดคุก ไม่เคยล้มละลายจริง จึงอยากให้แก้ไขหัวหน้าพรรครับรองได้แค่เพียงว่าสมาชิกพรรครับรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของตัวเองมาแล้วเท่านั้น

นายชูศักดิ์ถามว่า จะให้สาขาพรรคผู้สมัครอดีต ส.ส.เป็นผู้รับใบยืนยันและหลักฐานการเป็นสมาชิกพรรคมาส่งให้หัวหน้าพรรคแทนการที่สมาชิกต้องมายืนยันด้วยตนเองได้หรือไม่

กกต.ยืนกรานต้องชำระใน 30 เม.ย.

นายแสวงชี้แจงว่า การยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคต้องจ่ายเงินบำรุงพรรค 100 บาทต่อปี ภายในวันที่ 30 เม.ย.ด้วย ไม่เช่นนั้นจะต้องพ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรค นอกจากนี้ ไม่จำเป็นต้องให้สมาชิกพรรคนำสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคก็ได้ การยืนยันการเป็นสมาชิกถือเป็นขั้นตอนทางธุรการที่แต่ละพรรคจะไปดำเนินการ ส่งเป็นจดหมายหรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่ควรประชาสัมพันธ์ เช่น ขึ้นเป็นป้าย หรือตัววิ่งอาจขัดกับคำสั่ง คสช. ควรขออนุญาต คสช.ก่อนสำหรับการจะไม่ทำไพรมารีโหวตและกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการหารือระหว่าง คสช. ครม. กรธ.ประธานสนช.และตัวแทนพรรคการเมืองที่จะมีขึ้นหลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

พรรคเก่าขอ คสช.ถก กก.บห.ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเอกสารประกอบการประชุมที่สำนักงาน กกต.แจกจ่ายให้พรรคการเมืองที่มาร่วมประชุม ระบุถึงการดำเนินกิจการของพรรค การเมืองตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 โดยกิจการที่ทั้งพรรคเก่าและใหม่ขอดำเนินการได้ แม้จะยังไม่ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 57/2557 เช่น การหาสมาชิกหรือการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยในส่วนของพรรคเก่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ส่วนพรรคใหม่เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. แต่ต้องขออนุญาตจาก คสช.ก่อน ส่วนกิจการที่ยังดำเนินการไม่ได้คือการจัดประชุมใหญ่พรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และการประชุมสมาชิกพรรคการเมือง จนกว่าจะมีการยกเลิกประกาศ คสช.ที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558

คาด ก.ค.คลายล็อกคำสั่ง คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในเอกสารที่ กกต.แจกยังระบุถึงกรอบระยะเวลาการส่งผู้สมัครรับสมัครเลือกตั้งของพรรคการเมือง เช่น ช่วงเดือน ก.ค.61 คาดว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา อาจมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ช่วงเดือน ก.ย.61 คาดว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.จะมีผลบังคับใช้จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง ช่วงเดือน พ.ย.61 คาดว่า กกต.จะประกาศจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตของแต่ละจังหวัด และ ธ.ค.61-ม.ค.62 จัดตั้งตัวแทนสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ทำไพรมารีโหวต

“สมคิด” จีบก๊วนบ้านริมน้ำ–กลุ่ม16

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง ล่าสุดกลุ่มบ้านริมน้ำ นำโดยนายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดอดีต ส.ส.ในกลุ่มและอดีตนักการเมืองในกลุ่ม 16 บางคน มารับประทานอาหารกลางวันที่บ้านริมน้ำ ย่านนนทบุรี วันที่ 1 เม.ย. เบื้องต้นมีอดีต ส.ส.หลายคนที่จะเดินทางมา อาทิ นายพิกิฏ ศรีชนะ และนายรณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน และมีรายงานข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่มีความสนิทสนมกับนายสุชาติ และผู้ที่ถูกคาดหมายว่าจะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเข้าร่วมด้วย ส่วนความคืบหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผู้ใหญ่ในรัฐบาลสอบถามแกนนำพรรคพลังประชารัฐเป็นระยะว่า รวบรวมอดีต ส.ส.ถึงไหนแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะเปิดตัวเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐในเดือน มิ.ย.

ผบ.ทบ.สั่งสาวน้ำเลี้ยงกลุ่มอยาก ลต.

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เป็นประธานมอบเกียรติบัตรชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนทหารบก (ชป.กร.)โดย พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตอนนี้ปี่กลองเลือกตั้งกำลังจะเริ่มขึ้น สิ่งที่อยากเตือนให้ระมัดระวังคือ เมื่อลงพื้นที่ไปแล้วมีพรรคการเมืองเข้ามาสนับสนุน ต้องไม่เป็นเครื่องมือของพรรคใด ต้องดูให้ดี มีการนำอาหาร เอาของตรงโน้นตรงนี้มาเทกโอเวอร์งานของเรา จะกลายเป็นการหาเสียงของพรรคการเมือง เวลาไปทำงานก็ต้องวางตัวให้ดี เข้าถึงชาวบ้านได้ แต่อย่าไปสร้างเงื่อนไขในพื้นที่

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเคลื่อนขบวนชุมนุมมาหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ว่า เงื่อนไขที่เรียกร้องต้องการให้กองทัพแยกออกมาจาก คสช. แต่ความต้องการจริงจะเคลื่อนย้ายมวลชนไปตามสถานที่ต่างๆ ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงดูแล แต่สิ่งที่คงอยู่คือความผิดตามกฎหมาย เป็นความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกต้องดำเนินการไป และมีผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ได้ให้หน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบว่ามีกลุ่มการเมืองหนุนหลังการเคลื่อนไหวกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหรือไม่ รวมถึงการสนับสนุนเส้นทางการเงิน ปัจจุบันทุกอย่างดูเลื่อนลอย ข้อเรียกร้องก็เลื่อนลอย ไม่มีเงื่อนไขอะไร เพียงแต่ต้องการเคลื่อนขบวน ปัญหาคือความเดือดร้อนของประชาชน และจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเราก็ระมัดระวังแล้ว

จัดทีมลงใต้ตรวจทุจริตตู้น้ำ

พล.อ.เฉลิมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) จัดซื้อเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ราคาแพงและไม่ตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทันที ต่อไปจะมีมาตรการตรวจสอบการทุจริตของทุกส่วนงานที่มีการร้องเรียนอย่างชัดเจน ถ้ามีความผิดจะลงโทษ ปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายรัฐบาลและ คสช.คงไม่เกี่ยว เพราะบางเรื่องมีมานานแล้ว หากเร่งรัดตรวจสอบ หรือเปิดช่องทางให้ร้องทุกข์ มีข้อมูลมากขึ้นจะลงไปตรวจสอบได้ง่าย เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาการทุจริต ตรงไหนที่มีข้อมูลให้ร้องเรียนมา และต้องทำทุกเรื่องโดยโปร่งใสหากมีเรื่องร้องเรียนมาต้องตรวจสอบทันที

จำคุก 8 เดือน “เรืองไกร” หมิ่น “วัชระ”

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยและนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่น ประมาท โจทก์ฟ้องว่านายเรืองไกร ร้องเรียน กกต.ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส.ก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของนายธาริต เรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 โดยไม่มีอำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 266 ศาลพิพากษาว่านายเรืองไกรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และ 267 ลงโทษจำคุก 1 ปีแต่ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุก 8 เดือน ส่วนนายธาริตไม่มีความผิดให้ยกฟ้อง โดยนายเรืองไกรได้ยื่นเงินสดประกัน 1 แสนบาทและศาลอนุญาตประกันตัว

“จ่านิว” ยื่นเอกสารขอให้การเพิ่ม

เมื่อเวลา 11.00 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมผู้ร่วมชุมนุม 6 ราย และทนายความส่วนตัว เข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อลงนามในบันทึกประจำวันและสำนวนสรุปผลการสอบสวน เพื่อรวบรวมนำส่งอัยการพิจารณาตามกระบวนการต่อไป ในข้อหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมและขัดคำสั่ง คสช.จากการจัดกิจกรรม “ปลุกพลังคนอยากเลือกตั้ง OnTour” เมื่อวันที่ 4 มี.ค. โดยทางกลุ่มยื่นหนังสือร้องขอให้การเพิ่มเติม ระบุว่าขั้นตอนการสอบสวนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและยังไม่ลงรายละเอียดที่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้พร้อมส่งประกอบสำนวนคดีเสนออัยการต่อไป นายสิรวิชญ์กล่าวว่า ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เชื่อมั่นว่าการชุมนุมที่ผ่านมาเป็นโดยสงบและไปตามสิทธิมนุษยชน ชุมนุมด้วยความรวดเร็วและตามเวลาที่เจ้าหน้าที่ระบุ จากนี้จะไปรายงานตัวที่สำนักงานอัยการต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า 1สนช.พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ตีความกฎหมาย ส.ส.เลือกตั้งข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้