ลุยตรวจสอบเลือกตั้งต่อ ‘วิษณุ’ ประชดจะทำอะไรทำ ‘หนูหริ่ง’ รีบดึงเข้าพรรคฯ
หมูไม่กลัวน้ำร้อน “สมชัย” ลั่นจัดเต็มตรวจสอบเลือกตั้ง เปลี่ยนบทไปอยู่พี-เน็ต เมิน คสช.เพ่งเล็ง ยังไม่ถอนตัวสมัครเลขาฯ กกต. “หนูหริ่ง” กวักมือเข้าพรรคเกรียนเคมีตรงกัน “วิษณุ” จับเข่าคุย ปธ.กกต.หลายเรื่องยังอลเวง เย้ยจอมป่วนอยากทำอะไรทำไป “บิ๊กป้อม” ยัน คสช.เห็นพ้องให้ปลด “พรเพชร” ยังไม่เร่งสรรหา กกต.ใหม่ ฝ่ายการเมืองดาหน้าถล่ม “นิพิฏฐ์” ซัดใช้อำนาจแทรกแซงชัด ส่งผลสะเทือนองค์กรอิสระอื่น ย้อนแล้วจะฟัน “สมชาย” ด้วยไหม “สาธิต” บอกคนใกล้ตัวน่าปลดกว่า พท.ชี้เพราะด่ารัฐบาล “วิษณุ” ไม่ถนัดวิชามารส่งตีความ พ.ร.บ.ส.ส. บูดใส่สื่อช่างสงสัย ปชป.โวยนายกฯ ขู่ฝ่ายการเมือง “เต้น” เดือดอย่ามาเค้นคอกัน พท.เริ่มขยับเช็กชื่ออดีต ส.ส. บิ๊กเหล่าทัพตบเท้าเบิร์ธเดย์ 64 ปี “บิ๊กตู่” ชื่นมื่น
จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 มีคำสั่งปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายตามมา
“สมชัย” ลั่นจัดเต็มเหมือนเดิม
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เดินทางเข้าสำนักงาน กกต. เพื่อเคลียร์งานและเก็บของ หลังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรมากจากคำสั่งดังกล่าว เพียงแต่อึดอัดเนื่องจากมีโทรศัพท์เข้ามา 30-40 สาย พยายามรับแต่รับได้ไม่หมด ส่วนตัวไม่มีอะไร นอนหลับฝันดี ขณะนี้ยังไม่คิดอะไรทั้งสิ้น โดยเฉพาะการเรียกร้องความยุติธรรม หลังจากนี้ยังคงทำงานทุกวัน บทบาทตรวจสอบการเลือกตั้งยังคงทำต่อไป จะไปทำงานที่มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พี-เน็ต) จะแสดงความคิดเห็นเต็มที่เหมือนเดิม เมื่อไม่มีตำแหน่งหน้าที่ การให้ความเห็นต่อสาธารณะจะกว้างขวางมากขึ้น สำหรับโรดแม็ปคงไม่เคลื่อนเพราะไม่มี กกต.สมชัย แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น
...
ภูมิใจคนแรกขององค์กรอิสระ
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ถูกคำสั่งพิเศษปลดออก นายสมชัยตอบว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่ง และไม่กลัวจะถูก คสช.เพ่งเล็งเรื่องการแสดงความเห็น เพราะรู้ตัวว่าพูดอะไรไม่เคยพูดสิ่งที่เป็นเท็จ หยาบคาย ปลุกระดม นำเสนอแต่ข้อเท็จจริง หลังเก็บของเสร็จ วันที่ 23 มี.ค. จะเปิดใจอีกครั้ง เบื้องต้นภรรยาดีใจมากหลังทราบคำสั่ง เพราะก่อนหน้านี้อยากให้ยุติการทำหน้าที่ กกต. เมื่อถามว่ามีโอกาสไปเล่นการเมืองหรือไม่ นายสมชัยตอบว่า คงต้องประเมินตัวเองว่ามีประสบการณ์เรื่องอะไร เราสามารถทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ในหลายรูปแบบ คงไม่ใช่อาชีพนักการเมืองอาชีพเดียว ตอนนี้เป็นได้ทุกอาชีพ ยกเว้นกรรมการองค์กรอิสระ
ไม่ถอนตัวสมัครเลขาฯ กกต.
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการ กกต. คิดว่าคำสั่งหัวหน้าคสช.ไม่มีผลทำให้ขาดคุณสมบัติในการสมัคร และจะไม่ถอนตัว เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา แต่คิดว่าเมื่อมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ออกมาลักษณะนี้ น่าจะสร้างความลำบากใจให้กับ กกต.พอสมควร การพิจารณาหากเลือกเราเพราะมีวิสัยทัศน์มีประสบการณ์ กกต.อาจลำบากใจที่ต้องเลือก
“หนูหริ่ง” กวักมือเข้าพรรคเกรียน
จากนั้นนายสมชัยเดินไปหานายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ร้านกาแฟภายในศูนย์ราชการฯ ที่มารอขอจดแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคเกรียน ทั้งคู่ได้จับมือทักทายกัน โดยนายสมบัติเอ่ยแซวว่าเป็นการทักทายแบบวัยรุ่น พร้อมซักถามกระบวนการขอจดแจ้งชื่อพรรคเกรียนว่า สามารถใช้ชื่อพรรคเกรียนได้หรือไม่ นายสมชัยชี้แจงว่า ไม่สามารถตอบในฐานะ กกต.ได้ เพราะพ้นจากตำแหน่งแล้ว นายสมบัติจึงเอ่ยชวนให้นายสมชัยเข้าร่วมพรรคเกรียน เพราะมีคุณสมบัติเหมาะสมกับพรรคเกรียน ไม่เหมาะที่จะไปอยู่พรรคไหนเลย ถ้าสนใจสมัครพรรคไหนและไม่มีใครรับ ก็มาร่วมกับพรรคเกรียนได้จะได้เกรียนไกล ซึ่งนายสมชัยตอบสั้นๆว่า ยังไม่รีบ ขอคิดก่อน
เน้นหาเรื่องมากกว่าหาเสียง
ต่อมานายสมบัติพร้อมคณะผู้ก่อตั้งพรรคเกรียน ได้เข้ายื่นจดแจ้งชื่อพรรคกับสำนักงาน กกต. เป็นลำดับที่ 68 นายสมบัติกล่าวว่า มีคนบอกว่าชื่อพรรคเกรียนอาจมีปัญหา แต่เปิดพจนานุกรมแล้วมีความหมายว่า สั้น สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย เราไม่เน้นหาเสียง แต่เน้นหาเรื่อง แต่ไม่ได้เตรียมชื่อพรรคสำรองไว้ ถ้าจดไม่ได้จะไปยื่นศาลปกครอง สำหรับโลโก้เป็นรูปไก่มีหงอน 3 แฉก ปากไก่สีเหลือง และ ก.ไก่ เป็นพยัญชนะตัวแรกถือเป็นรากฐาน จะเป็นพรรคของประชาชนเพื่อร่วมกันคิดนโยบายด้วยตัวเอง ส่วนการเลือกตั้งในอนาคตเราให้ความสำคัญทีหลัง เพราะตั้งใจทำให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองก่อน
“วิษณุ” ชี้ปลดไปไม่มีผลกระทบ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่ง กกต. ว่า มีการหารือในที่ประชุม คสช. ส่วนรายละเอียดไม่สามารถพูดได้ อย่าพูดให้เสียหายแก่ผู้ใด เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่คิด แต่ไม่ใช่ไม่กลัว การจะมีนายสมชัยหรือไม่ ไม่ได้กระทบการทำงานของรัฐบาล และไม่กระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง กกต.ที่เหลืออยู่ 4 คนสามารถทำงานได้ตามปกติ จนกว่า กกต.ชุดใหม่จะเข้ามา และสามารถจัดการเลือกตั้งได้
จับเข่าคุย ปธ.กกต.ปมอลเวง
นายวิษณุกล่าวอีกว่า แต่ถ้า กกต.ชุดใหม่มาก็ให้เขาทำ เพราะ กกต.ใหม่ 7 คน ดีกว่า กกต. 4 คนอยู่แล้ว กว่าจะถึงตอนนั้นเชื่อว่า กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำงานได้แล้ว แต่จำเป็นต้องมี กกต.ชุดเก่าไม่ให้เกิดช่องว่าง ส่วนกรณีมีการต่ออายุให้กับ กกต.ที่จะอายุครบ 70 ปีนั้น เนื่องจากนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. จะมีอายุครบ 70 ปีในปีนี้ และต้นปี 2562 ประธาน กกต.จะมีอายุครบ 70 ปี กรณีถ้ายังไม่มีการเลือกตั้ง จึงต้องให้อยู่ต่อจะได้หมดเรื่อง เมื่อคืนได้พูดคุยกับนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ในงานศพบิดาของ ผบ.ตร. ได้หารือทั่วๆไปมีหลายเรื่องที่อลเวงอยู่
เย้ยจากนี้อยากทำอะไรทำไป
เมื่อถามว่านายสมชัยสามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต.ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ได้ ผลประโยชน์ไม่ขัดกันแล้ว และยังสามารถรับตำแหน่งอื่นๆ ได้เพราะไม่ติดแบล็กลิสต์อะไร ส่วนที่นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า คงไม่ได้รับเลือกจาก กกต. เพราะมีความขัดแย้งกับรัฐบาลนั้น กกต. 4 คนเป็นคนเลือก รัฐบาลไม่เกี่ยว สนช.ก็ไม่เกี่ยว ส่วนนายสมชัยจะร้องขอความเป็นธรรมหรือไม่นั้น อย่าไปคิดให้เขา เมื่อถามว่านายสมชัยระบุว่าเป็นเกียรติยิ่งที่ได้เปิดหน้า คสช. นายวิษณุตอบว่า จะทำอะไรก็ทำไป ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น คสช.ต้องดำเนินการ แต่ยังเห็นนายสมชัยแสดงความคิดเห็นอยู่ ไม่เห็นเป็นอะไร
“บิ๊กป้อม” ยัน คสช.เห็นพ้องกัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่ง กกต.นั้น บอกรายละเอียดไปหมดแล้วให้ไปอ่านคำสั่ง เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบอะไร มีการหารือในที่ประชุม คสช. และทุกคนในคสช.เห็นด้วย
“พรเพชร” ไม่เร่งหา กกต.ใหม่
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า กกต.ที่เหลืออยู่ 4 คน ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ไม่จำเป็นต้องเร่งสรรหา กกต.ชุดใหม่ คณะกรรมการสรรหาฯยังคงดำเนินการตามกรอบเวลาเดิม แม้คำสั่งหัวหน้า คสช.จะใช้คำว่ายุติการปฏิบัติหน้าที่ แทนคำว่าปลดออก แต่ถือว่านายสมชัยพ้นจากหน้าที่ไปตั้งแต่วันที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มีผลบังคับใช้ ที่กำหนดให้เซ็ตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบัน
ซัดใช้อำนาจแทรกองค์กรอิสระ
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ปลดนายสมชัยพ้นจากตำแหน่ง กกต. เพราะชื่อก็ชัดเจนว่าเป็นองค์กรอิสระ สาเหตุที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ปราศจากการแทรกแซงของฝ่ายบริหาร ครั้งนี้จึงถือเป็นการแทรกแซงชัดเจนที่สุด เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่ได้หากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะถือว่าผิดกฎหมาย แต่ครั้งนี้ที่ทำได้เพราะมีมาตรา 44 และมีผลกระเทือนต่อองค์กรอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงกระเทือนต่อส่วนราชการประจำ คือ ยิ่งทำให้องค์กรภาครัฐอื่นหวั่นไหวในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่สิ่งที่นายสมชัยพูดส่วนใหญ่เป็นความจริงว่าเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ
ย้อนศรฟัน “สมชาย” ด้วยไหม
นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ล่าสุดที่นายสมชัยพูดประเด็นการส่งร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ที่ยืนยันว่าส่งผลกระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง แต่หลายคนใน ครม.ปฏิเสธว่าไม่มีผลกระทบ แม้แต่นายสมชาย แสวงการ วิป สนช. ยังออกมาเรียกร้องขอให้พรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบันเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 3 เดือน แสดงว่านายสมชายยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการเลือกตั้งจริง เช่นนี้ นายกฯควรใช้มาตรา 44 กับนายสมชายด้วยหรือไม่ นายสมชัยมีสิทธิ์พูดในฐานะผู้ปฏิบัติ และสิ่งที่เอามาพูดส่วนใหญ่ล้วนเป็นความจริง และเกิดขึ้นจริง ขณะที่สิ่งที่นายกฯพูดสังคมต่างเห็นแล้วว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง จึงอยากให้ผู้มีอำนาจรับฟังคนที่เห็นต่างบ้าง หรือนายกฯต้องการให้เป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ต้องสงบเงียบแบบในเรือนจำ เห็นขัดแย้งต่อผู้มีอำนาจไม่ได้เช่นนั้นหรือ
คนใกล้ตัวน่าปลดมากกว่า
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 ถ้าเหตุผลมี น้ำหนักพอเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ถ้าปลดออกเพราะนายสมชัยพูดไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ จะยิ่งดิสเครดิตผู้สั่งให้ลดน้อยลง การให้เหตุผลตามคำสั่งหากเทียบมาตรฐานนี้กับบางคนในรัฐบาล เห็นว่าบางคนอาจมีปัญหามากกว่านายสมชัยอีก ดังนั้น การใช้มาตรา 44 ครั้งนี้จึงขาดเหตุผลที่มีน้ำหนักพอสมควร กลายเป็นว่าตอนนี้ใครทำงานสนองรัฐบาลก็ได้อยู่ต่อ แม้นายสมชัยจะพูดอะไรที่ไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิไปปลดเขา การใช้อำนาจต้องมีเหตุผลเพียงพอ เช่น ให้พักราชการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จนกว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการเรื่องนาฬิกาหรูเสร็จสิ้น เพื่อความโปร่งใส หรือใช้เพื่อ ทำให้การดำเนินคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ในคดีล่าสัตว์ป่าสงวนยังมีน้ำหนักกว่าใช้ปลดนายสมชัย
แซะโดนปลดเพราะด่ารัฐบาล
ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เชื่อเด็ดขาดตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่อ้างเรื่องขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนายสมชัย เรื่องการสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ไม่สนใจเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่เอานายทุนรายใหญ่ไม่กี่รายมานั่งกำหนดนโยบาย เศรษฐกิจประเทศ ทั้งที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้งบประมาณผ่านนโยบายประชานิยมหาเสียงล่วงหน้า แถมใช้อำนาจหัวหน้าคสช. สั่งแจ้งความผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แบบนี้ถือว่ามีผลประโยชน์ขัดกันหรือไม่ ที่บอกว่านายสมชัยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น อยากถามว่าคนข้างตัวที่อ้างว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ 25 เรือน ถือว่าพฤติกรรมเหมาะสมหรือไม่ มองว่าสาเหตุหลักที่นายสมชัยถูกปลดคงเพราะกล้าวิจารณ์รัฐบาลตรงไปตรงมา และรัฐบาลสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้มากกว่า เพราะในคำสั่งเดียวกัน กรรมการที่ขาดคุณสมบัติ หัวหน้า คสช.ยังใช้อำนาจต่ออายุให้ สะท้อนว่าไม่ได้มีหลักการอะไร
“วิษณุ” บอกไม่ถนัดวิชามาร
อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ระบุว่าส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้นายกฯแล้ว ว่า นายกฯพูดไปแล้วว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความไม่ใช่หน้าที่ สนช.ตัดสินใจยื่นตีความแต่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เพราะเห็นว่าถ้ามีปัญหาขึ้นมาเรื่องจะใหญ่จึงตัดไฟแต่ต้นลม ส่วนกฎหมายลูก ส.ส.เกิดมีคนไปร้องก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ประเด็นที่เป็นปัญหา 2 มาตรา ถ้าศาลบอกว่าขัดรัฐธรรมนูญก็เลิกมาตรานั้นไป ไม่ส่งผลกระทบถึงขนาดทำให้คะแนนเสีย เพราะคนมาลงคะแนนเป็นล้านคน แต่มีผู้พิการกาบัตรไม่ได้ไม่กี่คน ถึงบอกว่าถ้ารัฐบาลเฉยไม่ยื่นก็รบเร้าให้ยื่นจะได้ชัดเจน แต่พอจะยื่นก็บอกว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดอีก ต้องแล้วแต่คนมอง คนที่มองเก่งๆก็มี แต่ตนมองไม่ถูก เพราะวิชามารตนไม่ถนัด
อารมณ์บูดใส่สื่อช่างสงสัย
นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อ สนช.ส่งมาแล้วเราต้องหารือกัน สอบถามไปที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะยืนยันอย่างไร และถาม สนช.ว่าเหตุใดจึงไม่ยื่นเอง และคุยในรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่าถ้าหาทางออกไม่ได้รัฐบาลจะยื่นตีความเองหรือไม่ นายวิษณุย้อนถามสื่อว่า “นั่นสื่อพูด ผมยังไม่ได้พูด รัฐบาลยังไม่ได้รับเรื่อง ในกฎหมายเขียนไว้แล้วว่าคนที่ยื่นได้มีเพียง สนช. และนายกฯ แต่นายกฯไม่ใช่ไปรษณีย์ เมื่อได้รับมาแล้วยื่นเองแปลว่านายกฯสงสัย แต่ถ้า สนช.ยื่นแสดงว่าสมาชิกสงสัย ดังนั้นอยู่ที่ว่าใครสงสัย คุณจะเอาความสงสัยของคุณมาฝากให้นายกฯช่วยสงสัยไม่ได้” เมื่อถามว่า หากไม่ยื่นตีความ เกิดในอนาคตกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับมีปัญหาจะทำอย่างไร นายวิษณุตอบว่า เรื่องนี้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แถลงชัดเจนแล้ว
“พรเพชร” ปัดโยนเผือกร้อนผู้นำ
ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ที่ สนช.ไม่ยื่นตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะมั่นใจว่าไม่เป็นกับดักทำให้เกิดทางตัน ท่าทีฝ่ายกฎหมายรัฐบาล และผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่มีใครกังวล แม้ในอนาคตจะมีผู้ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เชื่อว่าไม่มีปัญหาให้การเมืองเกิดเดดล็อก ยืนยันว่าการช่วยผู้พิการลงคะแนนยังเป็นความลับตามบทบัญญัติกฎหมาย แตกต่างกับกรณีหันคูหาเลือกตั้งที่ไม่ได้ตราเป็นกฎหมาย แต่เป็นแค่ข้อกำหนดของ กกต.สมัยนั้น จึงไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ แต่หากใครเห็นว่ามีปัญหา สามารถไปยื่นให้ศาลวินิจฉัยได้ ไม่ควรไปจำกัดสิทธิคนพิการ คนชรา ยืนยัน สนช.ไม่ได้โยนเผือกร้อนให้นายกฯ
“สุรชัย” โอดโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า กรณีหากมีการยื่นตีความร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.หลังการเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อ สนช.ไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็มีคนไม่เห็นด้วย แต่ถ้า สนช.ส่งตีความก็ถูกมองว่าสมคบคิดยื้อเลือกตั้งอีก ยืนยันว่าที่ สนช.ไม่ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะไม่มีประเด็นที่ควรตีความเท่านั้น
ตอกเลื่อนเลือกตั้งเคยถามไหม
ขณะที่นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขู่ว่าหากพรรคการเมืองไม่มาร่วมหารือกับรัฐบาล จะไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้นั้น การกำหนดวันเลือกตั้งไม่ใช่หน้าที่พรรคการเมือง แต่เป็นหน้าที่ของ กกต. เมื่ออยู่ในยุคเผด็จการถือเป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจจากการปฏิวัติ พูดเช่นนี้ถือเป็นการโกหก สร้างความสับสนเข้าใจผิดต่อคนไทยทั้งประเทศและสังคมโลก ที่กำลังจับตามองพัฒนาการประชาธิปไตยในไทยตามที่ท่านเคยไปประกาศไว้ในเวทีโลก ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เคยไปรับปากกับผู้นำต่างประเทศบนเวทีโลก ว่าจะมีการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2559-2562 หลายครั้ง ถามว่าแต่ละครั้งเคยปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองก่อนหรือไม่ เหตุใดครั้งนี้จึงมาอ้างว่าต้องหารือกับทุกพรรคก่อน เพื่อจะกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป
โวยแทรกแซงข่มขู่ฝ่ายการเมือง
นายวิรัชกล่าวต่อว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าการขอทราบนโยบายพรรคการเมือง เพื่อรายงานให้ประชาชนทราบนั้น ยังยืนยันว่าไม่ใช่หน้าที่นายกฯ นโยบายแต่ละพรรคที่เปิดตัวออกไปถือเป็นสัญญาประชาคมของพรรคการเมืองนั้นๆที่ทำไว้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าทุกนโยบายผ่านการคิดที่รอบคอบ ถี่ถ้วน สอดคล้องกับงบประมาณแผ่นดิน จึงเห็นว่าการขอทราบนโยบายของพรรคต่างๆ เป็นการแทรกแซงและเป็นการข่มขู่ทางการเมืองเพื่อให้ไปร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล คสช. ดังนั้น อย่าพยายามสร้างความชอบธรรมฟอกตัวเองให้ดูดี เพราะจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปหรือไม่ อยู่ที่ตัวนายกฯเป็นผู้กำหนด
“เต้น” กระทุ้งอย่ามาเค้นคอกัน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า พรรคการเมืองจะไปร่วมพูดคุยกับรัฐบาลหรือไม่ ถือเป็นสิทธิ เพราะไม่ใช่วาระที่บัญญัติไว้เป็นกฎหมาย ไม่น่าเป็นเงื่อนไขถึงขั้นกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ ตามกรอบเวลาช่วงดังกล่าวกำลังจะปลดล็อกพรรค การเมือง จึงไม่ควรมีบรรยากาศการใช้อำนาจกดดัน เพื่อให้ทุกพรรคทุกฝ่ายมีอิสระเตรียมตัวลงสนามภายใต้กติกาใหม่อย่างเต็มที่ พรรคการเมืองต้องเป็นคู่แข่งกันในสนามเลือกตั้ง หรือคู่ชิงตอนตั้งนายกฯ คนในกับคนนอก การไปพูดเรื่องแนวคิดการทำงาน จะมีปัญหาเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ หากฝ่ายผู้มีอำนาจต้องการหลักประกันว่าทุกพรรคจะเดินตามแนวทางที่วางไว้ กติกาทั้งหลายที่ร่างมาและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี น่าจะเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเค้นคอให้พูดอะไรอีก
พท.เริ่มขยับเช็กชื่ออดีต ส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชิญอดีต ส.ส.ของพรรค มาทำความเข้าใจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. คสช.จะผ่อนคลายให้พรรคการเมืองเดิมดำเนินการสำรวจ และยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคได้ ทำให้บรรยากาศตลอดทั้งวันมีอดีต ส.ส.ของพรรคทุกภูมิภาคทยอยเดินทางเข้าพรรคหนาตา ถือเป็นการสำรวจไปในตัวว่าอดีต ส.ส.ยังยืนยันจะร่วมงานทางการเมืองกับพรรคต่อไปหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีข่าวออกมาต่อเนื่องเกี่ยวกับอดีต ส.ส.บางคนในบางพื้นที่เตรียมไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น หากอดีต ส.ส.ไม่มายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเท่ากับว่าเตรียมไปร่วมงานกับพรรคอื่น ทางพรรคจะได้เตรียมพื้นที่เลือกตั้งไว้สำหรับผู้ที่มีความพร้อม และเหมาะสมต่อไป
2 อดีตนายกฯกำลังใจดีเยี่ยม
ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทั้งคู่ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเป็นอยู่อย่างสุขสบาย เมื่อไม่นานมานี้มีผู้ไปพบอดีตนายกฯทั้ง 2 คนโดยบังเอิญที่ห้าง mall of the emirates พร้อมกับสอบถามความเป็นอยู่ทั่วไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และได้คำตอบว่า “อยู่มาหลายเดือนแล้ว เข้าๆออกๆสบายดี กำลังใจดีเยี่ยม”
ร.10 พระราชทานแจกันดอกไม้
วันเดียวกันเวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต ผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันนี้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานแจกันดอกไม้ แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด วันที่ 21 มี.ค.2561
บิ๊กเหล่าทัพตบเท้าเบิร์ธเดย์
ต่อมาช่วงบ่าย พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำ ผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 64 ปี โดยมีพล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.ทร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และนายทหารระดับสูงของแต่ละเหล่าทัพ มาร่วมอวยพรเป็นการส่วนตัว โดย พล.อ.ประยุทธ์มอบข้าวพันธุ์ กข 43 ในถุงผ้าไทยให้กับบุคคลที่เข้าอวยพรด้วย ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์ที่เหมาะกับผู้เป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากมีน้ำตาลต่ำ ส่วนผ้าที่ใช้ทำถุงใส่ข้าว นายกฯได้รับ จากชาวบ้านตอนลงพื้นที่ โดยให้กลุ่มแม่บ้านทหารเป็นผู้ออกแบบตัดเย็บ ก่อนหน้านี้ช่วงเช้า พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำข้าราชการในสังกัดสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำแจกันดอกไม้และกระเช้าผลไม้ เข้าอวยพร
เปิดให้แต่คนในที่ใกล้ชิด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ ผบ.เหล่าทัพอย่างเป็นกันเอง และอารมณ์ดีตลอดเวลา ว่า ดีใจที่ได้มาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา ปกติเจอแต่ ผบ.เหล่าทัพ แต่วันนี้ได้เจอครบทุกคน พวกเราทำงานกันมาเต็มที่เพื่อชาติบ้านเมือง ขอให้ทำงานกันต่อไปในฐานะที่ดูแลความมั่นคง ต้องทำให้ประเทศสงบเรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้ง “วันนี้เป็นวันเกิดของผมมีคณะกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ขอมาอวยพร ผมได้แต่ขอบคุณบอกไม่ต้องมา แต่ถ้าใครจะส่งความปรารถนาดี ก็ขอให้ส่งเพียงการ์ดอวยพรมาเท่านั้น แต่สำหรับฝ่ายความมั่นคงและกองทัพแล้ว ผมต้องให้มา เพราะเราทำงานร่วมกันมาเต็มที่ และขอให้ช่วยกันทำงานเช่นนี้ตลอดไป”
ห่วง ตร.ย้ำปฏิรูปยึดประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า เป็นห่วงการทำงานของตำรวจ เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย จึงขอให้ช่วยกันดูแล รวมถึงเรื่องการปฏิรูป ไม่ได้เจาะจงว่าแค่ปฏิรูปตำรวจเท่านั้น แต่เป็นการปฏิรูปทุกอย่าง ต้องช่วยกันทำให้เป็นจริง ต้องยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง
“บิ๊กป้อม” พร้อมเป็นกองหนุน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า อวยพรให้นายกฯทำงานให้เต็มที่ มีสุขภาพแข็งแรง เป็นหลักชัยให้กับประเทศชาติ ไม่ได้มีของขวัญพิเศษอะไรให้นายกฯ และไม่ห่วง เพราะท่านทำงานเต็มที่อยู่แล้ว พร้อมเป็นกองหนุนและกำลังใจให้กับนายกฯทำงานต่อไปเพื่อประเทศชาติ
“เตีย บันห์” อวยพรบรรลุภารกิจ
ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ นับเป็นเพื่อนคนสำคัญ รู้จักกันมายาวนาน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมือระหว่างกันใกล้ชิดแน่นแฟ้น โอกาสนี้สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ กล่าวอวยพรให้นายกฯมีสุขภาพแข็งแรงและประสบความสำเร็จในภารกิจทุกประการ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างกัน
จี้ถามผลไปเยือนออสเตรเลีย
อีกเรื่อง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เดินทางกลับจากร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลียแล้ว แต่คนไทยยังไม่ทราบเลยว่า ได้รับความสำเร็จอะไรบ้าง คุ้มค่าการลงทุนเดินทางไปประชุมด้วยเงินภาษีประชาชนหรือไม่ เพราะไม่เห็นรัฐบาลแถลงความสำเร็จ หลายเรื่องที่ควรพูดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศ เช่น เรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง การคืนกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สากลยอมรับ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน กลับไปพูดในบางเรื่องที่ไร้สาระหรือไม่ คนไทยได้ประโยชน์อะไร เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ พูดได้ทุกเรื่อง แต่ต้องจัดระเบียบความคิดจัดลำดับความสำคัญในแต่ละโอกาสให้ดีหรือไม่ การเลือกพูดเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง อาจเป็นการทำลายบรรยากาศของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของบ้านเมืองหรือไม่
สนช.ถกงบกลางปี 1.5 แสน ล.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นัดประชุม สนช. วันที่ 22 มี.ค. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มประจำ ปีงบประมาณ 2561 (งบฯกลางปี) จำนวน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินการตามภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลและตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันประเทศ 24,300,694,500 บาท 2.ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเติบโตจากภายใน 76,057,382,500 บาท 3.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ 49,641,923,000 บาท และยังจำแนกตามกระทรวง อาทิ 1.งบกลาง 4,600,000,000 บาท 2.กระทรวงการคลัง 5,325,000 บาท 3.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 106,291,000 บาท 4.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 22,742,165,700 บาท 5.กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 72,000,000 บาท
ร้อง สนช.โละสรรหา กสทช.
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์ การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ให้ตรวจสอบว่าที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะกระบวนการสรรหาไม่ถูกต้อง นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กระบวนการสรรหา กสทช.มีความไม่ถูกต้อง 2 กรณี คือ 1.ผู้ผ่านการคัดเลือกบางรายมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯที่กำหนดให้กรรมการ กสทช.ต้องไม่เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ในเวลา 1 ปีก่อนได้รับการคัดเลือก แต่พบว่ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่ 1.พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ กสทช. 2.นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. 3.นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. 4.นายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์ ที่ปรึกษา กสทช. น่าจะเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้าม จึงขอให้ สนช.ตรวจสอบทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การสรรหาใหม่
ชงตั้ง “กองทุนรักษาความสงบ”
ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการปฏิรูป ประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงว่า ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะตั้งกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดงบ ประมาณจะนำมาใช้จ่ายในการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่เดิมมาจากการบริจาคของประชาชนและเอกชนที่ไม่เป็นระบบ เรานำมาเข้าระบบ เงินที่จะนำมาใช้ไม่ได้เป็นเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่มาจากภาษีที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจัดมาให้ส่วนหนึ่งด้วย เรื่องนี้ต้องออกเป็นกฎหมายตามขั้นตอน รวมถึงเงินบริจาคต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหาร สำหรับองค์ประกอบ คนที่จะเป็นประธานบริหารงาน ต้องเป็นระดับราชการในส่วน กทม. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นประธาน ส่วนต่างจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรแต่ละจังหวัดเป็นประธาน มีข้าราชการและประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม สิ่งสำคัญต้องตรวจสอบและประเมินการทำงานให้การใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเป็นระบบมากขึ้น
“บิ๊กป้อม-เตียบันห์” หารือจีบีซี
ที่โรงแรมดุสิตธานี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ครั้งที่ 13 ที่ประชุมได้แสดงความยินดีต่อความก้าวหน้าของการปฏิบัติงาน เช่น ความร่วมมือด้านจุดผ่านแดนและการสัญจรข้ามแดน ด้านแรงงาน ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติด ศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้เพิ่มความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศให้มากขึ้น เช่น การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและกีฬา การฝึกการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ชายแดน การเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการหมู่บ้านคู่ขนานสีขาวเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน การเพิ่มบทบาทสำนักงานประสานงานชายแดน รวมทั้งการจัดทำ Hotline ให้ครอบคลุมตลอดแนวพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
6 นศ.อยากเลือกตั้งมอบตัว
วันเดียวกันเวลา 13.30 น. ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3 คน นักศึกษาธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง 1 คน นปช. กำแพงเพชร 1 คน และ นปช.เชียงราย อีก 1 คน เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.เอนก ไชยวงค์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในความผิดฐานขัดคำสั่ง คสช. กรณีกลุ่มสมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งพร้อมชูป้ายอยากเลือกตั้ง บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยใหม่ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2561 โดยกลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจผู้ถูกกล่าวหา จากการสอบสวนทั้งหมดให้การปฏิเสธ หลังสอบสวนตำรวจปล่อยตัวกลับไปโดยนัดให้มาพบในวันที่ 9 เม.ย. เพื่อส่งตัวพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ
“บิ๊กตู่” เด้ง “ธีธัช” ผู้ว่าการการยางฯ
ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 21 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2561 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล และหน้าที่ความรับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพของงาน และแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของการยางแห่งประเทศไทย อาศัยอำนาจตามความในข้อสองของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 68/2559 นายกฯจึงมีคำสั่ง ให้นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกฯ โดยรับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์จากการยางฯ และยังไม่พ้นจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นประการอื่น