"วิษณุ" เมิน "ทักษิณ" ไม่ส่งทนายสู้คดีแปลงสัมปทาน ชี้ช่วยไม่ได้ศาลอาญาใช้ระบบไต่สวน เผย "โออีซีดี" เห็นความก้าวหน้าไทย ป้องปรามทุจริต

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 61 ที่โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่แต่งตั้งทนายความต่อสู้คดี ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ คดีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ว่า ศาลก็จะพิจารณาไปฝ่ายเดียว ช่วยไม่ได้ เพราะเป็นระบบไต่สวน

เมื่อถามว่า กรณี นายทักษิณ บอกไม่ยอมรับการพิจารณาคดีลับหลัง เป็นการดิสเครดิต กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น เมื่อถามว่า การไม่ตั้งทนายต่อสู้คดี จะเป็นผลเสียต่อนายทักษิณเองใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "แน่นอน เพราะศาลสามารถพิจารณาได้ฝ่ายเดียว ศาลอาจจะช่วยซักพยานให้ได้บ้าง แต่คงทำได้ไม่เต็มที่เหมือนมีทนายมาช่วยซัก การตั้งทนายความมาสู้คดีแบบนั้นดีที่สุด แม้ไม่ซักถามอะไรมานั่งสังเกตการณ์ก็ยังดี" 

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการจัดการประชุมรับฟังรายงานการเสริมสร้างความซื่อตรงในภาครัฐ ว่า โออีซีดี มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าองค์กรของสหประชาชาติ แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิก แต่เรามีความสัมพันธ์อันแนบแน่น ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ใครที่คลุกคลีในองค์กรของรัฐ จะได้ยินบ่อยว่าให้ทำตามคำแนะนำของโออีซีดี ซึ่งมี 2 มิติ คือ มิติทางกฎหมาย และมิติการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย มีการทาบทามว่าประเทศไทยสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ป.ป.ท. และก.พ.ร. ก็สนับสนุนว่าควรทำเอกสารทางวิชาการร่วมกับโออีซีดี ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการเรื่องการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ทั้งการที่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน กำหนดให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถให้หน่วยงานอื่นปฏิบัติหน้าที่แทนได้ การผลักดันให้มีศาลอาญาคดีทุจริตหรือและประพฤติมิชอบ การแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษคดีทุจริต ทั้งหมดนี้โออีซีดี เล็งเห็นความก้าวหน้าของเรา

...