คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

'เทพเทือก' ยัน กปปส. ไม่ตั้งพรรค ภารกิจจบแล้ว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มี.ค. 2561 04:30 น.
SHARE

‘บิ๊กตู่’ เดินสายสัญจร 4 จังหวัด หวิดถูกปูหนีบ

“สุเทพ” ยันไม่เกี่ยว “ธานี” น้องชาย จ่อตั้งพรรค กปปส. ย้ำสัจจะไม่เล่นการเมือง ไม่เป็นรมต.-ส.ส. ลั่น กปปส.ปิดจ๊อบไปตั้งแต่ 22 พ.ค.57 แยกย้ายกลับที่ตั้ง ไม่คิดรวมกันตั้งพรรค แต่ใครจะสานต่อเจตนาถือเป็นสิทธิ์ ยันยังหนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ แต่ขอชั่งใจวางบทบาทตัวเอง “มาร์ค” ยัน ปชป.-กปปส. ไม่ใช่พันธมิตร-นอมินี จุดยืนแตกต่าง เป้าตรงกันข้อเดียวคือ ต่อต้านระบอบทักษิณ ไม่แปลกพรรคหน้าใหม่อื้อ หวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ชี้สัญญาณเลือกตั้ง “บิ๊กตู่” หนักแน่นขึ้น ตรวจแถว กทม.ยังอยู่ครบ ชทพ.ชี้พรรคคนรุ่นใหม่น่าสนใจ แต่พลิกโฉมการเมืองยาก นายกฯลงพื้นที่มหาชัยฉุนขึ้นทะเบียนต่างด้าวอืด ยันเดดไลน์ถึง มิ.ย. ไม่มีผ่อนผัน กระตุ้นคนไปเลือกตั้ง ขออย่าหลงคารมพวกขายฝัน มือเติบแจกแหลกจนชาติล่มสลาย เยี่ยมชมธนาคารปู-แพปลา หวิดโดนปูหนีบ

ภายหลังกลุ่มการเมืองใหม่แห่กันไปจดทะเบียนต่อ กกต.ขอจัดตั้งพรรคการเมืองกว่า 40 พรรค แต่กลุ่ม กปปส. ที่มีข่าวเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นลำดับต้นๆ ยังไม่ปรากฏตัวแทนไปยื่นเรื่อง ท่ามกลางกระแสข่าวแนวร่วมหดหาย หวนกลับเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์ต้นสังกัดเดิม และกำลังทาบทามคนเด่นดังอยู่นั้น

“เทือก” ปัดไม่เกี่ยว “ธานี” ตั้งพรรค

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลแขวงดุสิต นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยฯ (มปท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายธานี เทือกสุบรรณ อดีตส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ น้องชายที่เตรียมไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยจะใช้ชื่อว่า “พรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หรือพรรค กปปส. ว่า ถือว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แต่ไม่เกี่ยวกับตนและนายธานีก็ไม่ได้ขอคำแนะนำใดๆจากตน และพรรคดังกล่าวก็ยังไม่ได้จัดตั้งเลย สิ่งที่ตนพูดไปแล้วเป็นสัจวาจาว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะไม่เข้าไปรับตำแหน่งหน้าที่ทาง การเมืองใดๆ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีใดๆ ไม่ต้องการเป็นทั้งสิ้น และจะไม่เข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองใด

กปปส.ปิดจ๊อบแยกย้ายกลับที่ตั้ง

“วันนี้ขอให้ฟังผม กปปส.ไม่ตั้งพรรคการเมือง กปปส.มาชุมนุมต่อสู้คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต่อต้านระบอบทักษิณ ต่อสู้เพื่อคัดค้านการเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปประเทศ และต่อสู้เพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมันจบลงแล้วเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 กปปส.ไม่ใช่องค์กรถาวร เมื่อเสร็จภารกิจ พี่น้องประชาชนมาต่อสู้ด้วยกันเสร็จก็กลับไปที่ตั้งเดิมของตัวเอง เป็นเกษตรกรก็กลับไปทำเกษตร เป็นพ่อค้าก็กลับไปค้าขาย เป็นข้าราชการก็กลับไปราชการ เราได้ตกลงกันแล้วว่าบรรดาคนที่เป็นนักการเมือง มาจากพรรคการเมืองไหนก็กลับพรรคการเมืองของตัวเอง แกนนำที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ก็กลับไปพรรคประชาธิปัตย์ บางคนที่มาจากพรรคการเมืองอื่นก็กลับพรรคของเขา ผมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ตัดสินใจมาร่วมสู้กับประชาชน และจะไม่กลับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ส่วนการจะตั้งพรรคการเมืองใด ผู้มีแนวความคิดสืบทอดเจตนารมณ์ของ กปปส. ก็เป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิ” นายสุเทพกล่าว

ขอรอดูท่าที–แต่ยืนยันหนุน “บิ๊กตู่”

“ผมเองก็ดูว่าประชาชนทั้งหลายเขาคิดอย่างไร แล้วผมก็มีความคิดของผม แต่ไม่ต้องการออกมาชี้นำประชาชน เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนที่เขาจะคิดอ่านดำเนินการ แล้วก็ถึงเวลาว่าผมตัดสินใจอย่างไรผมก็จะดูสถานการณ์ ดูความตั้งใจของบรรดาพี่น้องประชาชนเป็นหลัก” นายสุเทพกล่าว เมื่อถามถึงจุดยืนว่าจะยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อไปหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า “ผมยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และมองว่าการตั้งพรรคการเมืองเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน” เมื่อถามว่า จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า เวลานี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนเป็นหลัก

“มาร์ค” ไม่แปลกใจพรรคใหม่อื้อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่มีกลุ่มการเมืองกว่า 40 กลุ่มไปขอจัดตั้งพรรคการเมืองเพราะระบบการเลือกตั้งใหม่มีส่วนทำให้เกิดแรงจูงใจในการตั้งพรรค หลายพรรคไม่ได้หวังชนะแบบแบ่งเขต แต่หวังคะแนนที่ได้มาคำนวณเพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่คาดว่าเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งจริง พรรคที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งน่าจะมีจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนพรรคที่มีทั้งหมด เพราะมีเงื่อนไขและขั้นตอนต่างๆมากมาย ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อถามถึงกลุ่มกปปส.ที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ จะแย่งฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ทุกพรรคที่ตั้งใหม่มาแย่งฐานเสียงด้วยกันทั้งนั้น กรณีของกลุ่มกปปส. ช่วงที่มีการเคลื่อนไหว คนส่วนใหญ่ที่ไปร่วมเป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นไปได้ที่คนเหล่านี้อาจตัดสินใจไปสนับสนุนพรรคใหม่ ส่วนที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ให้อดีต ส.ส.ภาคใต้ของพรรคมาแจ้งยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคต่อหรือไม่ภายในวันที่ 9 มี.ค.นั้น เป็นเรื่องปกติ เพื่อเตรียมความพร้อม

ปัดพรรค กปปส.ไม่ใช่นอมินี ปชป.

เมื่อถามว่า พรรคใหม่ของกลุ่ม กปปส.จะเป็นพันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ทั้งสองพรรคมีจุดร่วมกันคือต่อต้านระบอบทักษิณ แต่พรรคของกลุ่ม กปปส.ไม่ได้เป็นนอมินีหรือสาขาของพรรคประชาธิปัตย์ และตนก็ไม่ได้อยู่ข้างหลังพรรคกลุ่ม กปปส. การที่กลุ่ม กปปส.ตั้งพรรคการเมืองนั้นก็แสดงให้เห็นว่ามีแนวคิดบางอย่างแตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ เช่น การลงประชามติรัฐธรรมนูญ การสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.วันนี้หลายพรรคการเมืองประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่น่าสนใจคือเมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจเป็นนายกฯคนนอก หรือนายกฯที่มาจากการเสนอในบัญชีรายชื่อ

สัญญาณเลือกตั้ง “บิ๊กตู่” หนักแน่นขึ้น

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศยืนยันว่าจะเลือกตั้งในเดือน ก.พ.62 โดยส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการล้มกฎหมายลูก หมวดเลือกตั้งทั้ง 2 ฉบับของ สนช.ว่า การส่งสัญญาณครั้งนี้ถือว่ามีความหนักแน่นมากยิ่งขึ้น ส่วนจะเป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์มองว่าช่วงเวลาดังกล่าวสามารถควบคุมสภาพทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้วหรือไม่นั้น ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ ตนไม่ขอพูดถึงอนาคตทางการเมืองของท่าน เพียงแต่มองว่าไม่ควรเอาอนาคตการเมืองของตัวเองมาเป็นปัจจัยหลักในการที่จะทำอะไร ขอให้คิดถึงส่วนรวมและระบบ ย้ำว่าท้ายที่สุดประวัติศาสตร์จะตัดสินว่าคสช.มาทำอะไรให้บ้านเมือง อยู่ที่ว่าเมื่อเลือกตั้งแล้วผลสรุปการเมืองไทยมันดีขึ้นหรือไม่ ตนมองว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องทำ เช่น การสร้างวัฒนธรรมบรรทัดฐานทางการเมือง การเอาจริงเอาจังกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้รัฐบาลและ คสช.ได้วางระบบเอาไว้หรือไม่ หากหลังการเลือกตั้งเกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะไม่มีมาตรา 44 แล้ว

“ถาวร” รอพิสูจน์พรรคน้องใหม่

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า ยินดีต้อนรับทุกคน เข้าสู่การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนสนใจตั้งพรรคการเมืองมากมาย แสดงให้เห็นความตื่นตัวของประชาชน และทำให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ขอให้แต่ละพรรคใหม่ช่วยผลักดันวาระการปฏิรูปประเทศด้วย เมื่อถามว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจจะร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล นักกฎหมายกลุ่มนิติราษฎร์ ตั้งพรรคการเมืองใหม่ มีคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายถาวรตอบว่า คงไม่ต้องแนะนำอะไร เชื่อว่าพวกเขามีความตั้งใจดีที่จะเข้าสู่วงการการเมือง ขอให้กำลังใจทุกๆคน แต่ต้องดูว่าพรรคใหม่จะสามารถทำอะไรได้มากน้อยเพียงใด เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

“องอาจ” เช็กชื่อ กทม.ไม่มีแตกแถว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคมีความเคลื่อนไหวตรวจสอบเช็กชื่ออดีต ส.ส.ที่ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นการดำเนินการของแต่ละภาค ในส่วนของพื้นที่ กทม.ที่ตนรับผิดชอบ มีการพูดคุยกันเป็นการภายใน ทุกคนพร้อมที่จะลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับอดีต ส.ส.กทม.ที่เป็น กปปส. ก็ยืนยันพร้อมจะลงสมัครในนามพรรคเช่นกัน เมื่อถามถึงพรรค การเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะ กปปส.ที่อาจจะกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจตอบว่า เราเคารพในสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคล ที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาทำงานการเมืองร่วมกันได้ พรรคการเมืองใหม่เขาก็ต้องพยายามให้ประชาชนสนับสนุนพรรคของเขา ถ้าบอกว่าไม่กระทบก็คงเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องทำงานหนักโดยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าควรจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ต่อเพราะอะไร ต้องไม่ประมาท เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่หรือไม่ นายองอาจตอบว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค เชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคส่วนมากให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์นำพรรคต่อไป

ชทพ.ชี้พรรคคนรุ่นใหม่น่าสนใจ

ด้านนายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นนักสังเกตการณ์การเมือง มองว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่งที่ในลอตแรกมีกลุ่มการเมืองเสนอตัวเข้าสู่ระบบพรรคการเมืองมากถึง 42 กลุ่ม สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือกลุ่มการเมืองที่จะจดแจ้งพรรคในลอตต่อไป ทั้งกลุ่มแกนนำ กปปส.ที่จะตั้งพรรคมวลมหาประชาชน และกลุ่มการเมืองคนรุ่นใหม่ นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจและนักคิดนักเขียน ซึ่งตนมองว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ และมากพอสมควร ซึ่งต้องจับตาแนวทางเคลื่อนไหวด้านการเมืองต่อไป

รับพลิกโฉมการเมืองสุดยากเย็น

นายนิกรกล่าวด้วยว่า สำหรับการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะเป็นการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่าน ที่มีกรอบจำกัดต่อการทำงานการเมืองในแนวทางใหม่ ดังนั้นในกลุ่มการเมืองคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันและปรารถนาจะสร้างการเปลี่ยนแปลง อาจถูกตีกรอบจำกัดทั้งประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ และ กรอบการปฏิรูปที่มี ส.ว.กำกับดูแล ตามรัฐธรรมนูญกำหนด จึงไม่ใช่เรื่องง่ายต่อการสร้างสรรค์ผลงานและนโยบายใหม่ๆ สำหรับพรรคการเมืองในระบบนั้นค่อนข้างมีปัญหาน้อย ทั้งเรื่องเตรียมการเลือกตั้ง ส่งผู้สมัคร หรือหาทุนเพื่อใช้เลือกตั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินภาพรวมได้ทั้งหมด เพราะต้องทำบทบาทด้านการรักษาพรรคการเมืองของตนเองไว้อย่างดีที่สุดเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่ต้องไปตายเอาดาบหน้า

พท.ปัดตั้งวงวางแผนเลือกตั้ง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมดำเนินกิจกรรมทางการเมือง มีการประชุมกลุ่มย่อยว่า ข่าวที่นำเสนอมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงอยู่มาก ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีการจัดประชุมและไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆได้ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมือง สามารถทำได้ผ่านช่องทางการสื่อสารทั่วไปอยู่แล้ว หรือถ้าจะมีพบกันกลุ่มเล็กๆ 2-3 คน ก็มีเพียงการนัดกินกาแฟหรือทานข้าวกันเท่านั้น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้าพรรคมานานมากแล้ว ส่วนที่มีรายงานข่าวความขัดแย้งในหมู่แกนนำของพรรคก็ไม่เป็นความจริง อาจมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่ในพรรคเพื่อไทยไม่เคยนำมาเป็นความขัดแย้งภายใน ขอยืนยันว่าไม่มีความแตกแยกใดๆในบุคลากรทางการเมืองทุกระดับของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน

ยื่นตั้งพรรควันที่สองเงียบเหงา

ด้านความเคลื่อนไหวการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองที่เปิดทำการเป็นวันที่ 2 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ช่วงเช้ามีกลุ่มพลังปวงชนไทย นำโดยนายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ พร้อมสมาชิกเข้ายื่นจดแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองในลำดับที่ 43 โดยนายพันธุ์ศักดิ์กล่าวว่า มีการรวมตัวกันของสมาชิกจากหลากหลายอาชีพ ทั้งนักธุรกิจ ทนายความ ปราชญ์ชาวบ้านรวมถึงอดีตสมาชิกพรรคต่างๆ อาทิ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ มหาชน ประชากรไทย ส่วนนายกฯจะเป็นคนนอกหรือคนใน หากเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเราต้องฟัง โดยเป็นไปตามกฎหมายและความชอบธรรม เมื่อถามว่า มีหลายพรรคแสดงจุดยืนในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯคนนอก นายพันธุ์ศักดิ์ตอบว่า หากเป็นนายกฯที่มาจากประชาธิปไตยจะดีกว่า

นายกฯลุยมหาชัยดูแรงงานต่างด้าว

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2561 จ.สมุทรสาครและเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 5-6 มี.ค.นั้น เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ พล.ม.2 สนามเป้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร จากนั้นนั่งรถตู้อัลพาร์ด ทะเบียน กก 3344 สมุทรสาคร ไปเยี่ยมชมมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพแรงงาน (แอลพีเอ็น) พร้อมรับฟังปัญหาขององค์กรที่เน้นการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ

กระตุกเอ็นจีโอมองประโยชน์ชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับตัวแทนเอ็นจีโอและแรงงานต่างด้าวว่า การร้องทุกข์เข้ามาต้องเสนอวิธีแก้ปัญหามาด้วย จะได้รู้ว่าต้องบริหารจัดการอย่างไร บางคนไม่ได้ทำงานกับเราแต่เอาไปพูดข้างนอกกลายเป็นเราไม่มีผลงาน ตนเข้าใจการทำงานของเอ็นจีโอ แต่เอ็นจีโอต้องดูผลประโยชน์ชาติด้วย ไม่ได้หมายความให้มาปกปิด ปัญหาแรงงานเป็นเรื่องยากต้องช่วยกัน ถ้าโจมตีกันไปมาแก้ไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เอาจริงเอาจังต้องถูกลงโทษ ถ้ามีขอให้ส่งชื่อมาจะสอบสวนลงโทษให้ ผู้ประกอบการไหนไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องถูกลงโทษด้วย ถ้ารักษากฎหมายได้ทุกอย่างจบ ที่ผ่านมามีการสมยอมกัน วันนี้ยังค้างจด ทะเบียนอีกเป็นแสน เอ็นจีโอต้องช่วยไปไล่ในส่วนผู้ประกอบการ นำแรงงานมาลงทะเบียนให้ด้วยไม่ใช่ปล่อยให้รัฐบาลทำฝ่ายเดียว

เหนื่อยทำความเข้าใจ–ปัญหาซับซ้อน

ต่อมาเวลา 09.20 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมอุตสาหกรรมกระบวนการผลิตอาหารทะเล ของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต.บ้านทราย พบปะพนักงาน แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวเกือบ 200 คนที่มาต้อนรับ นายกฯกล่าวว่า ยอมรับว่าเหนื่อยกับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เหนื่อยทำความเข้าใจ ไม่อยากจะโทษใคร แต่รัฐบาลจะทำเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ขอกำลังใจด้วย ส่วนเงินเดือนขอขึ้นมากคงไม่ไหว แรงงานคนไหนยังไม่ขึ้นทะเบียนก็ไปขึ้นมันไม่ยาก วันข้างหน้าเลือกตั้งไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ฝากด้วยอย่านอนหลับทับสิทธิ์ ต้องเปลี่ยนแปลงอย่าเลือกเดิมๆอีก ถ้าเลือกแบบเดิมจะดีขึ้นไหม ใครไปเลือกขอให้เจริญ

จากนั้นมีแรงงานหญิงเข้ามามอบดอกกุหลาบและขอจับมือ พร้อมบอกว่า สู้ๆ โดยนายกฯยื่นมือให้จับพร้อมบอกว่า ไปฟังเพลง “จับมือกันไว้” ของเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นะ รักทุกคน “มิงกะลาบา” สวัสดี ขอให้โชคดีอย่าซื้อหวยมากนัก

ทุบโต๊ะเปรี้ยง! ฉุนขึ้นทะเบียนอืด

จากนั้นเวลา 11.00 น. นายกฯและคณะเดินทางไปที่องค์การสะพานปลาสมุทรสาคร ต.มหาชัย เยี่ยมชมการดำเนินงานจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ จ.สมุทรสาคร การควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมงพาณิชย์ ชมการสาธิตระบบฐานข้อมูลการสแกนม่านตา โดยนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรม การจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งเหตุผลการขึ้นทะเบียนล่าช้า เนื่องจากเครื่องสแกนม่านตามีไม่เพียงพอ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หงุดหงิด ทุบโต๊ะระบายอารมณ์ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหว่า “ทำไมไม่ซื้อ ทำไมซื้อไม่ได้ แล้วมาบอกเครื่องมือไม่พอ ไม่ทำกันมันควรจะเสร็จตั้งแต่ชาติที่แล้ว วันนี้เสียหายกันไปเท่าไหร่ ต้องทำทุกวิถีทางแล้ว เหลืออย่างเดียวให้นายกฯลงมาทำเองหรือไม่ ถ้าไม่เสร็จภายในเดือนมิถุนายน ไม่ผ่อนผันอีกแล้ว ถ้าขึ้นทะเบียนไม่ครบจับกุมอย่างเดียว” นอกจากนี้ นายกฯยังบอกกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เรื่องเครื่องสแกนม่านตาสั่งมานานแล้ว จึงต้องกวดขันและให้เร่งดำเนินการเร็วขึ้น วันนี้ตนมาเพื่อให้ต่างประเทศและไอยูยูเห็นด้วย ยอมไม่ได้หากเจ้าหน้าที่ทำงานไม่สำเร็จหรือไม่ทัน

เลือกตั้งอย่าหลงคนขายฝัน–มือเติบ

นายกฯกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งถึงการเลือกตั้งว่า หลายคนเข้าใจว่ารัฐบาลอยู่มา 4 ปีแล้วไม่ได้อะไร เราทำตามใจตัวเองไม่ได้ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นให้ได้ก่อน เวลาเลือกตั้งอย่าไปเชื่อ มาเป็นรัฐบาลจะทำโน่นทำนี่ให้ ตนไม่ขายฝันแบบนั้นเด็ดขาด ถ้าบ้านเมืองไม่เข้มแข็งไม่มีระเบียบ กฎหมายใช้ไม่ได้ ประชาธิปไตยที่มองแต่สิทธิเสรีภาพโดยไม่มีขีดจำกัด ถามว่าแล้วเราจะมีความสุขไหม การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงทุกคนเข้าใจว่ามันคือกลไกของประชาธิปไตย แต่ทุกคนต้องมีความรู้ว่าจะเลือกใครอย่างไรที่ทำประเทศยั่งยืน อย่าไปเลือกคนที่คิดทำอะไรสั้นๆ ให้นี่ให้โน่น แล้วประเทศล่มสลายเดือดร้อนกันไปหมด โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ต้องรู้ว่าประชาธิปไตยต้องเป็นแบบไหน จะเลือกตั้งเอาใครก็ได้ที่มันแจกเยอะๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ตาย

กลัวคนดูดายใครเป็นรัฐบาลก็ได้

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามว่า ใครจะไปเลือกตั้ง ขอให้ยกมือขึ้น ปรากฏว่ามีผู้ยกมือเพียงไม่กี่คน นายกฯจึงกล่าวแก้เขินว่า อย่างนั้นเลิกดีกว่า ไม่ได้ให้มาเชียร์ตน เชียร์ใครก็ได้ที่ทำยั่งยืน สิ่งที่กลัวคือคนตรงกลางที่บอกว่าใครเป็นรัฐบาลก็ได้ ถ้าได้รัฐบาลที่ปล่อยปละละเลยใช้งบฯก็อันตรายมาก อย่างการจดจัดตั้งพรรคที่ผ่านมาบางพรรคชื่อใช้ได้หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่ของเล่น

โอดโดนเละมี 500 คดีติดตัว

นายกฯกล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง ตนมีคดีติดตัว 400-500 คดี มีหลายคนบอกว่าตนต้องการสืบทอดอำนาจ แต่หากคดีความต่างๆ ชี้ว่าตนผิดก็จะโดนเละไปหมด เวลาถูกกล่าวหาโจมตีให้ช่วยตนบ้าง เพราะหลายเรื่องถูกบิดเบือน วันนี้เราเดินหน้าประเทศด้วยนโยบายไทยนิยม ลงไปดูความต้องการประชาชน สอนประชาชนให้รู้จักกระบวนการเรียนรู้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านท้องถิ่นมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน รวมถึงรัฐสวัสดิการเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราให้มากเกินไปจะทำให้ประเทศล้มเหลว ระบบงบประมาณการเงินการคลังล้มไปทั้งหมดเหมือนในอดีต ตนต้องรับผิดชอบปัญหาจากอดีตที่ต้องสูญเสียเงินไปกว่า 5-6 แสนล้าน หาเงินใช้หนี้ให้เขา เราต้องอย่าให้ใครมาทำเช่นนี้อีก ทราบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องการเงินเดือนเพิ่ม ถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน ทุกคนควรช่วยกันทำให้รัฐบาลมีเงินเพิ่มขึ้น

หวิดโดนปูหนีบ หยิกสื่ออะไรก็ “ปู”

จากนั้นนายกฯและคณะเดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้า-แพปลา ชุมชนแหลมผักเบี้ย ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ทันทีที่มาถึง นายกฯ ถามหาปูก่อนเลยว่าอยู่ไหน ก่อนเยี่ยมชมร้านค้าวิสาหกิจชุมชน แวะที่แผงปูม้าและปูลาย พร้อมจับปูขึ้นมา เป็นปูเพศผู้ตัวใหญ่ แต่นายกฯจับไม่เป็น ปูง้างก้ามขึ้นมาจะหนีบ นายกฯตกใจปล่อยมือออกทันทีและบอกว่า รัดก้ามปูไว้แล้วยังจะหนีบอีก จากนั้นนางดรุณี เสริมศรี อายุ 47 ปี เจ้าของแผงปู ได้จับปูตัวใหม่ให้นายกฯ และยังลองจับกั้งกระดานตัวใหญ่ ก่อนเปรยว่า น่าสงสาร มีแต่คนกิน แล้วหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวว่าตัวนี้คือกั้ง ไม่ใช่ปู ไม่ใช่อะไรๆ ก็ปู ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามว่าระหว่างกั้งกับปูอะไรอร่อยกว่ากัน นายกฯหันมายิ้มพูดอย่างรู้ทันว่า “เดี๋ยวเถอะ สื่อมาหาเรื่องผมอีกแล้ว” ก่อนถามแม่ค้าทำไมไม่มีกุ้ง ชอบทุกอย่างถ้าถูกกฎหมาย จากนั้นขึ้นกล่าวบนเวทีว่า เรื่องไทยนิยมยืนยันไม่ใช่การเมือง ไม่ยอมให้งบฯที่ลงไปทุจริตแม้แต่บาทเดียว วันนี้ตนโดนเยอะเรื่องทุจริต แต่ไม่ใช่ตนทำ อย่าเพิ่งตัดสินใครตามกระแสสังคม ตนไม่ได้อยากอยู่สืบทอดอำนาจ มีแต่คนพูดเท่านั้นที่อยากเข้ามา แค่อยากทำงานให้สำเร็จ ทนอยู่เพื่อพวกเราแม้ถูกใส่ร้ายสีทนได้

ถกเจ้าถิ่น “เฮียม้อ–เจ๊หอย–จ้อน” นำทีม

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่พระนครคีรี เขาวัง จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์นำคณะนั่งรถรางไฟฟ้าขึ้นพระนครคีรี เพื่อสักการะพระบรมรูปหล่อสำริด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ภายในพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พร้อมชมการสาธิตของตัวแทน 12 สกุลช่างเมืองเพชร จากนั้นพบปะผู้นำท้องถิ่น จ.สมุทรสาคร ได้แก่ นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร นายสุวิศว์ เมฆเสรกุล อดีต ส.ว.สมุทรสาคร นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม อดีต ส.ว.สรรหา นายนิติรัฐ สุนทรวร อดีต ส.ส.สมุทรสาคร นายสุนทร วัฒนาพร อดีต ส.ว.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม นายสมชัย ตันประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมือง นายสุรจิต ชิรเวทย์ อดีต ส.ว.สมุทรสงคราม น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ จ.เพชรบุรี อาทิ นายอลงกรณ์ พลบุตร นายอรรถพร พลบุตร นายกัมพล สุภาแพ่ง นายอภิชาติ สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายยุทธพล อังกินันท์ อดีต ส.ส.ชาติไทยพัฒนา นายชัยยะ อังกินันท์ นายกอบจ.เพชรบุรี นายพลยุทธ อังกินันท์ รองนายก เทศมนตรีเมืองเพชรบุรี น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อดีต ส.ว. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ อดีต ส.ว. นายสุชาติ อุสาหะ อดีต ส.ว. นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านลาด และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาทิ นายไชยณรงค์ เชื้อวงศ์สกุล รองนายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และนายชิตชัย จิวะตุวินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลบางสะพานน้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ตั้งจุดสแกนวัตถุต้องสงสัย บุคคลผ่านเข้าออกต้องติดบัตรและแสดงตัวก่อนขึ้นบริเวณสถานที่หารือกับผู้นำท้องถิ่น มีสารวัตรทหารดูแลความปลอดภัย ขณะที่กำลังทหารในพื้นที่ได้สกัดไล่ฝูงลิงเพื่อป้องกันการรบกวนบริเวณรอบพื้นที่ประชุม

เสนอก่อสร้างสะพานต่างระดับ

นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร กล่าวก่อนการหารือระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กับผู้นำท้องถิ่นภาคกลางตอนล่าง ว่า จะเสนอโครงการ อาทิ การสร้างก่อสร้างสะพานต่างระดับต่างถนนพระราม 2 แยกบ้านแพ้ว การก่อสร้างถนนผังเมือง จ.1 ซึ่งเชื่อมระหว่างถนนพระราม 2 กับถนนเอกชัย ต้องให้รัฐบาลออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน สิ่งที่ขอไปถ้าได้รับการพิจารณาก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ก็ถือว่าไม่ขาดทุน แต่เรามีความหวังว่าจะได้เพราะ จ.สมุทรสาคร ถือเป็นเขตปริมณฑลที่ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับที่ 5-6 สิ่งที่เสียดายคือบริษัทใหญ่ที่มาตั้งที่ จ.สมุทรสาคร กลับจดจัดตั้งบริษัทที่ส่วนกลางทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี นอกจากนั้น ท้องถิ่นได้รับงบประมาณไม่เพียงพอต่อประชากร เนื่องจากมีประชากรแท้จริงในท้องถิ่นเพียง 500,000 คน แต่มีประชากรแฝง 3 แสนคน และแรงงานต่างด้าวประมาณ 4 แสนคน ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอให้มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือไม่ นายมณฑลตอบว่า “ไม่ออกความเห็นแล้วแต่ ฯพณฯ” เมื่อถามย้ำมีหลายฝ่ายสนับสนุนให้นายกฯอยู่ในตำแหน่งต่อไป นายมณฑลตอบว่า จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อก็แล้วแต่ท่าน

ชงแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ด้านนายยุทธพล อังกินันท์ อดีต ส.ส.เพชรบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวสิ่งที่จะเสนอในที่ประชุมคือ การแก้ปัญหาอุทกภัยใน จ.เพชรบุรี ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะในปี 59-60 จากการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาเร่งด่วนคือขุดลอกแม่น้ำเพชรบุรีและขุดคลองสาขา คือ คลองสาย 3 เพื่อระบายน้ำออกไปยังหาดปึกเตียน

ชมของดีเมืองเพชรก่อนนอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับผู้นำท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี ภาพแหล่งท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเขาวัง การสาธิตของ12 สกุลช่างเมืองเพชร โดยมีการจัดเตรียมซุ้มอาหารคาว หวานประจำเมืองเพชร อาทิ แกงจาวตาล ผัดไทย ท่ายางสูตรโบราณเมืองเพชร น้ำตาลสด ขนมหม้อแกง ก่อนเข้าพักที่โรงแรมดุสิตธานี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

สนช.ตั้งแท่นโหวต 2 ก.ม.ลูก 8 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 8 มี.ค. จะมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง สนช. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเนื้อหาในส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายได้ทบทวนเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญคือ การกำหนดในบทเฉพาะกาลให้นำวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่ สนช.ได้เสนอมา ได้แก่ 1.การให้ ส.ว.มาจากกลุ่มวิชาชีพ 10 กลุ่ม อาทิ กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กลุ่มการศึกษาและการสาธารณสุข กลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง โดยสมัครได้เพียงกลุ่มวิชาชีพเดียว 2.การให้บุคคลสมัคร ส.ว.ในนามอิสระและผ่านองค์กรนิติบุคคล 3.การยกเลิกระบบการเลือกไขว้มาใช้กับการเลือก ส.ว. โดยให้นำรูปแบบการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่ สนช.เสนอ นำมาใช้ใน 5 ปีแรก หลังจากพ้นเวลา 5 ปีจะกลับไปใช้ระบบการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามที่ กรธ.บัญญัติ ได้แก่ การให้ ส.ว.มาจากกลุ่มวิชาชีพ 20 กลุ่ม การสมัคร ส.ว. ในนามอิสระเท่านั้น และการเลือกด้วยวิธีการเลือกไขว้

ฝ่าฝืนเล่นมหรสพถูกตัดสิทธิ 20 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ได้มีการปรับทบทวนเนื้อหา อาทิ 1.ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจะถูกตัดสิทธิดำรงตำแหน่ง ข้าราชการเมือง ข้าราชการรัฐฝ่ายการเมือง รวมถึง ตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น 2.ให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองมีหมายเลขผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งแตกต่างกัน 3.การกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อการหาเสียงของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด โดยกำหนดให้ใช้จำนวนสมาชิกของพรรค การเมืองที่ส่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นรายบุคคลมาเป็นฐานในการคำนวณ 4.ห้ามหาเสียงด้วยการจัดมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี 5.ในวันเลือกตั้งให้เปิดการออกเสียงลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. 6.ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการแทนคนพิการ โดยให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

ฝากขัง “รังสิมันต์” มั่วสุม–ชุมนุม

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญา ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง คุมตัวนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ไปยื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 มี.ค.2561 เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานบุคคลอีก 6 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ กรณีวันที่ 10 ก.พ. นายรังสิมันต์กับพวกร่วมชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรงและยุยงปลุกปั่นให้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล คสช. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาทนายความนายรังสิมันต์ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 50,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว ตีราคาประกัน 50,000บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า 1สุเทพ เทือกสุบรรณกปปส.พรรคการเมืองเลือกตั้งข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้