"บิ๊กตู่" นำคณะลงพื้นที่ เกาะช้าง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ม รับปากจะเร่งผลักดันโครงการถนนรอบเกาะช้าง-โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ...


วันที่ 5 ก.พ. 61 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมคณะรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ มาลงที่สนามเครื่องบินเล็กของเอกชนพื้นที่บ้านคลองพร้าว หมู่ 4 ต.เกาะช้าง และเดินทางต่อด้วย รถยนต์ตู้สีดำ หมายเลขทะเบียน จฉ 6789 กทม. ไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร.เกาะช้าง) เพื่อพบปะผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว และประชาชนชาวเกาะช้าง ในโอกาสที่เดินทางมาจัดประชุม ครม.สัญจร นอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ. 61 ในพื้นที่ จ.จันทบุรี และตราด

โดยมี นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการ จ.ตราด นำหัวหน้าส่วนราขการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ภายในเต็นท์ก็มี เจ้าหน้าที่ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน มานั่งรอให้การต้อนรับมากกว่า 400 คน โดยประชาชนบางส่วนก็ได้ให้ความสนใจ จับตามองทะเบียนรถตู้ที่นายกรัฐมนตรีนั่งมา 

...

เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมาถึงบริเวณภายใน ศรภ.ทร.เกาะช้าง นายสัคศิษฏ์ มุ่งการ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ตราด ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ประกอบการ ก็ได้กล่าวต้อนรับ รายงานความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยว พร้อมกับขอให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่ อาทิ โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อรอบเกาะช้าง ระยะทาง 10 กิโลเมตรงบประมาณ 2,500 ล้านบาท, โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว งบประมาณ 418 ล้านบาท 

โครงการปรับปรุงขยายโรงคัดแยกขยะมูลฝอย เทศบาล ต.เกาะช้าง งบประมาณ 61 ล้านบาท, โครงการศึกษาเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด งบประมาณ 20 ล้านบาท, โครงการศึกษาพร้อมออกแบบพัฒนาท่าเรือสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนงบประมาณ 20 ล้านบาท, โครงการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อรองรับการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน งบประมาณ 306 ล้านบาท และโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกกำลังคนเพื่อเตรียมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ งบประมาณ 6.3 ล้านบาท 

โดยนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงการทำงานของรัฐบาลที่พยายามจะดูแลประชาชนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง หลังจากกล่าวจบก็ได้ถามประชาชนที่มานั่งให้การต้อนรับว่าใครมีเรื่องอะไรจะให้นายกฯ ช่วยบ้าง คุณยาย วรรณี แซ่อุ้ย อายุ 71 ปี ชาวบ้าน ต.เกาะช้าง ซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าก็ได้ยกมือแล้วกล่าวว่า ปัจจุบันครอบครัวตนเองนั้นมีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน เพราะในอดีตที่ผ่านมาทางกรมอุทยานได้ประกาศเขตทับที่ดินทำกินของตนเอง และชาวบ้านอีกหลายรายที่อาศัยทำกินมากินมาช้านาน จะเข้าไปทำประโยชน์อะไร ก็จะถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เกาะช้างจับกุม จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาให้ ที่ผ่านมาได้ร้องขอความเป็นธรรมมาหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข 

หลังจากนายกรัฐมนตรีได้รับฟัง ก็ได้กล่าวพร้อมกับมีรอยยิ้ม และชมว่าคุณยายนั้นพูดเก่ง พร้อมถามว่าได้ร้องไปกี่รัฐบาลแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามปัญหาจากคุณยายวรรณี แบบเป็นกันเอง และรับปากว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาให้

นอกจากนี้แล้ว นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง ได้ขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินช่วงบนเนินทั้งหมด เพราะช่วงหน้าฝนจะถูกต้นไม้ล้มทับสายไฟขาดไฟดับเป็นประจำกระทบการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรี ยังได้รับปากว่า จะรับไปพิจารณา พร้อมกับกล่าวว่า จะเร่งผลักดันโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อรอบเกาะช้าง และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ซึ่งทราบข้อมูลว่า เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนของพื้นที่ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และให้ส่วนที่เกี่ยวข้องสำรวจพิจารณาดูว่า ยังติดปัญหาตรงไหนบ้าง ในส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เสนอมาก็จะรับไว้พิจารณาเช่นเดียวกัน ซึ่งชาวบ้านที่มาต้อนรับก็ได้ปรบมือให้ 

นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้ใช้เวลาพูดคุยรับฟังข้อมูลจากตัวแทนภาคต่างๆ ประมาณ 45 นาที.