ยุคท็อปบูตไม่ได้ใช้ปืน

ข่าว

    ยุคท็อปบูตไม่ได้ใช้ปืน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 ก.พ. 2561 05:01 น.

    จับอาการห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะสังเกตได้เลยว่า “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. พยายามผ่องถ่ายแรงเสียดทาน

    ประคองกระแสในโหมดสถานการณ์เลื่อนเลือกตั้ง

    ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยมุกวัดใจ “เลือกเอาแล้วกันว่าจะเอาแบบผม หรือจะให้กลับมาที่เดิม” ถามใจประชาชนส่วนใหญ่ แก้ลำที่ถูกไล่ต้อนทวงถามสัญญาที่ประกาศไว้

    ต่อเนื่องกับลีลาอารมณ์ศิลปินที่ยกเอาท่อนฮุกสำคัญของเพลงคืนความสุข ที่โดนมัดคอตรงท่อน “ขอเวลาอีกไม่นาน” โดย “ลุงตู่” ขอเน้นบ้างตรงท่อน “แผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา”

    โน้มน้าวให้พลังเงียบในสังคมอดใจรอเป้าหมายปลายทางสุดท้าย

    ที่แน่ๆกับประโยคที่ผู้นำรัฐบาล คสช.พูดกันเป็นนัย “ศึกหนักยังไม่จบ” ในช่วงสนทนากับตัวแทนมูลนิธิทหารผ่านศึกฯที่เข้ามอบดอกป๊อปปี้ที่ทำเนียบรัฐบาล

    สัญญาณชัดเจนว่า “ลุงตู่” ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่

    อย่างน้อยตามโรดแม็ปเดิมบวกกับอีก 90 วัน ที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.เลื่อนการบังคับใช้ออกไป ในการประคองเกมอำนาจช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก่อนที่จะมีกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา

    มันเป็นเงื่อนไขสถานการณ์ที่หนีไม่ออก

    บอกล่วงหน้าก็ไม่ได้ เพราะถ้าพลาดอีก เครดิตความเชื่อมั่นในคำพูดจะยิ่งถูกบั่นทอนหายไป

    ท่ามกลางปัจจัยแทรกมากมาย ทั้งการส่อตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และยังมีเรื่องของพระราชพิธีสำคัญ

    ภายใต้ภาวะกดดัน ฝ่ายต้านยังโหมประโคมสถานการณ์ “อ่อนไหว”

    “เซ็ตฉาก” ให้ปัญญาชน นักศึกษา นักวิชาการ ประจันหน้ากับทหาร

    โดยมีนักการเมืองอาชีพพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ จ้องแหย่ไฟ พยายามลากบรรยากาศกลับไปวนเวียนประวัติศาสตร์เดือนตุลา ล้อพฤษภาทมิฬ

    ดักคอ ดักทาง เตะตัดขา “ลุงตู่” ตีกินกระแส

    แห่เกมทวงสัญญาเลือกตั้ง

    แต่อย่างไรก็ดี ประเมินจากการที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ ได้รับมอบอำนาจจาก คสช.เข้าร้องทุกข์ที่ สน.ปทุมวัน

    เพื่อดำเนินคดี 1.นายรังสิมันต์ โรม 2.นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 3.น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา 4.นายอานนท์ นำภา 5.นายเอกชัย หงส์กังวาน 6.นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ 7.นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

    ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ในการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้ง ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน

    นั่นก็สะท้อนว่า คสช.ไม่ได้กลัว “น้ำผึ้งหยดเดียว”

    ตามรูปการณ์รัฐบาลไม่ได้หวั่นว่าจะเข้าเหลี่ยมฝ่ายต้าน “ลุงตู่” ที่พยายามก่อไฟ กระพือควัน “เซ็ตฉาก” ให้ปัญญาชนเผชิญหน้ากับทหาร

    งานนี้เหมือนปล่อยให้ “ขาป่วน” เคลื่อนไหว ล่อให้เข้าเหลี่ยมคดีที่ฝ่ายความมั่นคงเคยดำเนินการไว้ ต่างคนต่างมีชนักปักหลัง โดนศาลคาดโทษ มีคดีโดนภาคทัณฑ์

    ถึงวันนำตัวขึ้นศาลนั่นแหละ พวกที่บอกเป็นเกียรติที่โดนคดีจะรู้ว่าประเมินผิด

    ในเมื่อท็อปบูตยุคนี้ไม่ได้ใช้อำนาจปลายปืน แต่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ

    ถ้าหือก็ไปคุยกับศาลเอง

    โดยรูปการณ์ที่ประเมินได้ “นายกฯลุงตู่” และทีม คสช.ไม่ฝ่อง่ายๆ

    เพราะถ้าขืนปล่อยให้ขบวนการเคลื่อนไหวกดดันท้าทายกันได้สบายๆ ต่อไปกระแสก็จะลุกลามจากนักศึกษาหน้าซ้ำๆชื่อเดิมๆ

    จะเพิ่มเติมด้วยพวกแฝงประโยชน์ในเกมมวลชน

    แบบที่ม็อบเอ็นจีโอต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาสงขลาที่ขยับมาปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาล ได้เก้าจะเอาสิบ ไม่ยอมแค่นายกฯสั่งชะลอโครงการเท่านั้น แต่บีบให้ต้องสั่งยกเลิกโครงการเลย

    นั่นไม่เท่ากับนักการเมืองที่รอกระโดดร่วมวงผสมโรง

    ลุ้นจังหวะปลุกม็อบล้มรัฐบาล พลิกขั้วอำนาจ.

    ทีมข่าวการเมือง รายงาน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประยุทธ์ จันทร์โอชาทำเนียบรัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งรัฐธรรมนูญวิเคราะห์การเมือง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 05:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์