การบริหารประเทศ ย่อมต้องมีเป้าหมาย และ เป้าหมายใหญ่ ของประเทศ มีความสำคัญกว่า เป้าเล็ก หรือรายละเอียดปลีกย่อย การวางเป้าหมายของประเทศ จึงเป็นบทบาทสำคัญของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ว่ารัฐบาลยุคไหนสมัยไหนจะเห็นความสำคัญของ เป้าใหญ่หรือเป้าเล็ก มากกว่ากัน
บางครั้งการให้ความสำคัญกับ เป้าเล็ก ก็จะเป็นอุปสรรคขัดขวางในความสำเร็จของ เป้าใหญ่ อาทิ การแก้ปัญหา
ความยากจนของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญกับการขึ้นลงของราคาสินค้าการเกษตรตามฤดูกาลแล้วก็แก้ปัญหาด้วยการ พยุงราคา รับจำนำ รับซื้อในราคาประกัน เท่านั้น เพราะ เป็นเพียง เป้าเล็ก ที่ใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป้าใหญ่ คือ จะทำอย่างไรให้มีการเพิ่มสินค้าการเกษตรมากขึ้น มีระบบการผลิตและการตลาดที่ทันสมัยสร้างการต่อรองและการแข่งขันที่ได้เปรียบอย่างยั่งยืนด้วย
การแก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหาปากท้องของฐานรากประเทศ ด้วยนโยบายประชารัฐ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าเล็กไปสู่เป้าใหญ่ เช่น จะทำอย่างไรให้คนไทยมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ต่อปี และจะไม่กลับมาจนอีก ซึ่งก็คงไม่ใช่วิธีแจกเงิน หรือให้เงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียว
การนำเทคโนโลยีมาใช้กับการทำการเกษตรหรือประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี การนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาพัฒนาการผลิตและอุตสาหกรรม เพื่อนำไปสู่ความพร้อมในการแข่งขันที่ยั่งยืน การสร้างความร่วมมือและความพร้อมในทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน กำหนดกรอบเวลาความสามารถและภารกิจที่ชัดเจน
โดยมีเป้าหมายที่ การต่อสู้กับความยากจน เหล่านี้คือเป้าใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้น ประเทศที่มีความมั่นคงทั้งเศรษฐกิจและการเมืองก็ต้องมีการกำหนดเป้าใหญ่ของประเทศเอาไว้เช่นกันไม่เช่นนั้นประเทศก็ขับเคลื่อนไม่ได้ โดยมีตัวอย่างวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา
...
คำว่า ยุทธศาสตร์ประเทศ จึงมีความสำคัญกับทุกประเทศ
ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี บางประเทศมียุทธศาสตร์ประเทศ 30 ปี 50 ปี เหตุที่กำหนดไว้ในระยะยาว ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นการครอบครองหรือควบคุมประเทศให้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างเคร่งครัด แต่เป็น การวางแนวทางและหลักการ ในแต่ละช่วงของยุทธศาสตร์ก็ต้องมีการนำมาร่างเป็นแผนในการนำไปปฏิบัติอีกครั้งหนึ่ง
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และนวัตกรรมในขณะนั้น
ความสำคัญระหว่างเป้าเล็กกับเป้าใหญ่อยู่ตรงนี้มากกว่า การให้ความสำคัญกับเป้าเล็ก กลายเป็นการทำลาย เป้าใหญ่ ทำให้ประเทศไทยติดหล่มจมปลักมาจนถึงวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจหรือสังคมที่ผ่านมา ถูกทำลายโดยเรื่องหยุมหยิม เรื่องเล็กๆน้อยๆ เพราะไปหยิบยกมาเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย บางครั้งการจุดชนวนบ้านเมืองด้วยคำพูดไม่กี่คำ
แต่ความเสียหายร้ายแรงไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน.
หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th