อนันต์ อนันตกูล


ราชบัณฑิต คือ “นักปราชญ์หลวง” ที่เป็นสมาชิกขององค์การวิทยาการของรัฐคือ ราชบัณฑิตยสภาโดยต้องเป็นผู้ที่มีเกียรติประวัติดีงาม ได้รับการยอมรับและการยกย่องจากผู้รู้ในศาสตร์สาขาเดียวกับตัวเองและจากคนทั่วไป

ปัจจุบันมีตำแหน่ง ราชบัณฑิต อยู่ 118 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 3 สำนัก แต่ละสำนักมีตำแหน่งราชบัณฑิต อยู่ไม่เท่ากันกล่าวคือ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง มี 33 ตำแหน่ง สำนักวิทยาศาสตร์ มี 55 ตำแหน่ง และ สำนักศิลปกรรม มี 30 ตำแหน่ง

สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง มีราชบัณฑิตในประเภทวิชาต่างๆ คือ ปรัชญา นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ จิตวิทยา ภูมิศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รวม 7 ประเภทวิชา และยังแยกย่อยไปอีก 18 สาขาวิชา

ราชบัณฑิตในสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เดิมมีอยู่ 31 คน ตอนนี้มีเพิ่มขึ้นใหม่อีก 1 คน คือ นายอนันต์ อนันตกูล อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นภาคีสมาชิกอยู่ก่อนแล้ว โดยได้เป็นราชบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประเภทวิชาสังคมศาสตร์

นายอนันต์ อนันตกูล สำเร็จการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2496 รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พ.ศ.2524 และ วปอ. รุ่นที่ 19 พ.ศ.2519 เคยดำรงตำแหน่ง นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด เลขาธิการเร่งรัดพัฒนาชนบท รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอนันต์ อนันตกูล เป็นนักปกครองและนักบริหารมืออาชีพที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล มีกระบวนทัศน์ทันสมัย มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานควบคู่กับการสร้างความสุขในการทำงานโดยเน้นประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและการตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมาย เป็นนักประชาธิปไตย เป็นนักยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลง เป็นนักบริหารเชิงรุกที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นนักปฏิรูปที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่ยึดมั่นในหลักการที่ว่า “งานราชการ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวจึงไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัว เอาความคิดส่วนตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง” และที่สำคัญเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์อันดีเยี่ยม

...

จึงกล่าวได้ว่า นายอนันต์ อนันตกูล เป็นนักปกครองและนักบริหารที่ประสบความสำเร็จในทุกตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไป อันนับเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับข้าราชการยุคใหม่

สำหรับราชบัณฑิตในสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองที่มีอยู่แล้ว 31 คนมีดังนี้

1.ศาสตราจารย์ ดร.วิทย์ วิศทเวทย์ 2.ศาสตราจารย์อดิศักดิ์ ทองบุญ 3.ศาสตราจารย์ ดร.เดือน คำดี 4.ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ 5.รองศาสตราจารย์สิวลี ศิริไล 6.ศาสตราจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ 7.ศาสตราจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก 8.ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ 9.ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ 10.ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม 11.ศาสตราจารย์ ดร.ไผทชิต เอกจริยกร 12.ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช 13.ศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร 14.ศาสตราจารย์ ดร.จุมพล สวัสดิยากร 15.ศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ 16.ดร.ปฐมาภรณ์ บุษปธำรง 17.ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร 18.ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม 19.รองศาสตราจารย์ ดร.ผลิน ภู่จรูญ 20.ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ 21.ศาสตราจารย์ไพฑูรย์ พงศะบุตร 22.ศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย พงศ์ประยูร 23.ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ วิทยารัฐ 24.ศาสตราจารย์ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ 25.ศาสตราจารย์สุมน อมรวิวัฒน์ 26.รองศาสตราจารย์ ดร.ทิศนา แขมมณี 27.ศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี ดุ๊ก 28.ศาสตราจารย์เพ็ชรี สุมิตร 29.รองศาสตราจารย์วุฒิชัย มูลศิลป์ 30.ศาสตราจารย์ ดร.ปิยนาถ บุนนาค 31.ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร และนายอนันต์ อนันตกูล เป็นคนที่ 32

โอกาสต่อไปจะได้กล่าวถึงราชบัณฑิต ใน 2 สำนักที่เหลือ.

“ซี.12”