ปรับ ครม.ก็เท่านั้น

ข่าว

    ปรับ ครม.ก็เท่านั้น

    ลมกรด

      6 พ.ย. 2560 05:01 น.

      ข่าวการเมืองช่วงนี้สื่อมวลชนสำนักต่างๆให้ความสนใจที่ประเด็นการปรับ ครม. ภายหลังจากที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ถูกหักเหลี่ยมจนทนไม่ไหวถึงขั้นยื่นใบลาออกจาก รมว.แรงงาน ประกอบกับก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าบิ๊กตู่มีแผนจะปรับ ครม.หลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธี เพื่อจัดทัพใหม่ในห้วงเวลาที่เหลืออีก 1 ปี เร่งปั๊มผลงานกะตีตั๋วกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบหลังการเลือกตั้ง

      บรรดานักการเมืองเลยได้โอกาสขย่มกันเป็นแถว ทั้งสองพรรคใหญ่ เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องให้รีบปรับ ครม. เป้าใหญ่อยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ เพราะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลคสช.มาตลอด

      การเอาทหารไปคุมกระทรวงเศรษฐกิจ ถือเป็นงานที่ ไม่ถนัด และ ไม่มีพื้นฐาน จึงหวังผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้ยาก หรือต่อให้พอมีผลงานบ้าง แต่จะมีทหารสักกี่คนที่โฆษณาประชาสัมพันธ์เก่งเหมือนบิ๊กตู่

      ส่วน รัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ไม่ใช่โควตาทหาร ก็ใช่ว่าเก่งกาจ ถ้าไม่เป็นประเภท ทำงานเงียบๆเฉื่อยๆ ก็เป็นพวก โฆษณาเกินจริงซะมาก จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีหน้าที่ต้องพูดสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน เพียงแต่หลายเรื่องขายฝันอวดโอ่มากไปหน่อย แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจประเทศเริ่มกระเตื้อง แต่ดีเฉพาะระดับบน ชนชั้นกลางกับชนชั้นล่างยังลำบากอยู่ เหมือนเศรษฐกิจไส้กลวง ทั้งๆที่ด้วยปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพของประเทศไทยน่าจะไปได้ดีกว่านี้

      แม้กระทั่งผล การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ Doing Business ที่ล่าสุด ธนาคารโลก ขยับอันดับประเทศไทยจากอันดับ 46 มาอยู่ที่อันดับ 26 ดีขึ้น 20 อันดับ และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน บิ๊กตู่ภูมิใจอย่างมากเอาไปพูดออกโทรทัศน์ว่าถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดที่ไทยเคยได้รับ แต่อีกด้านหนึ่ง คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร ไทยอยู่ อันดับที่ 18 ในปี 2556 และปี 2557 และตั้งแต่มีการจัดอันดับ ตั้งแต่ ปี 2547–2557 ไทยอยู่อันดับ 12-19 มาโดยตลอด อันดับเพิ่งมาตกลงอย่างหนักหลังปฏิวัติ

      คุณพิชัยยังตามจี้ถาม คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ให้เปิดเผยยอดการลงทุนที่แท้จริงว่ามียอดเท่าไหร่ เทียบกับก่อนการปฏิวัติแล้วลดลงเท่าไหร่ และที่เชิญกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นหลายร้อยคนมาโปรโมตระเบียงเศรษฐกิจอีอีซี ผลตอบรับถึงตอนนี้มียอดลงทุนไม่มากใช่หรือไม่

      ผมไม่รู้ข้อมูลใครของจริงของเก๊ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ผมคงไม่คาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นจริงๆ เรื่องนี้บิ๊กตู่ย่อมรู้ดี ทันที ที่ประกาศจะให้มีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 ดัชนีหุ้นไทยทะลุผ่านแนวต้าน 1,700 จุดทันที เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี แสดงให้เห็นถึง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการเลือกตั้ง ในทางกลับกัน ตลอดครึ่งปีแรกของปี 60 หุ้นไทยให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

      ตอนนี้หลายคนอาจรู้สึกแบบเดียวกับผมที่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับข่าวการปรับ ครม.ที่จะมีขึ้นเลย การปรับ ครม. 4 ครั้งที่ผ่านมาสะท้อนแนวทางของบิ๊กตู่ชัดเจนอยู่แล้ว พวกพ้องน้องพี่ต้องเอาไว้ เรื่องเศรษฐกิจปากท้องก็ขายผ้าเอาหน้ารอดไปทีละเปลาะ

      ในเมื่อคนระดับล่างยังรู้สึกยินดีที่ได้ใช้บัตรสวัสดิการคนจน ในเมื่อคนชั้นกลางยังเข็ดขยาดกับม็อบการเมืองชัตดาวน์ประเทศ เราก็ต้องก้มหน้ารับสภาพรัฐบาลรัฐประหารต่อไป อยู่กับการปฏิรูปหลอกๆ ซือแป๋ร่างกติกามาตรฐานจริยธรรมกลับมีผลประโยชน์ทับซ้อนเสียเอง ชาวนาชาวไร่เดือดร้อนลำบาก แต่รัฐบาลเอางบฯไปซื้ออาวุธ ซื้ออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบ

      ถ้าโรดแม็ปไม่เลื่อนอีก ก็ทนอีกแค่ปีเดียวครับ.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      หมายเหตุประเทศไทยลมกรดปรับ ครม.ประยุทธ์ จันทร์โอชาศิริชัย ดิษฐกุล

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 03:05 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์