จำนำข้าวให้แง่คิดสังคม

ข่าว

จำนำข้าวให้แง่คิดสังคม

สายล่อฟ้า

    2 ต.ค. 2560 05:01 น.

    บันทึก


    ปรับมุมคิด ก่อนถูกทิ้งข้างหลัง

    ว่าไปแล้วภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กฎหมายใหม่ๆ หรือแม้แต่กฎหมายลูกที่จะออกมาแม้โดยรวมแล้วยังอยู่ในกติกา “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ก็ตาม

    ทว่าเนื้อหาสาระที่จะเป็นหลักของบ้านเมืองจากนี้ไปล้วนมีความสร้างสรรค์และน่าจะทำให้การเมืองจากนี้ไปมีส่วนที่จะดีขึ้นมาได้

    เอาเรื่องสดๆ ร้อนๆ ก็คือ คดีรับจำนำข้าว ซึ่งถึงจุดอวสานไปแล้ว ปรากฏว่าผู้หาที่เกี่ยวข้องทุกคน

    ล้วนมีโทษจำคุกไม่ต่างกันจะมากจะน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    นอกเหนือจากความรับผิดชอบในการระบายข้าวแบบจีทูจี ซึ่งเป็นความผิดในเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาทแล้ว

    อดีตนายกฯหญิงคนแรกของไทยก็มีความผิดในประเด็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีมีโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา

    แม้โทษจะไม่มากมายเหมือนกับผู้กระทำผิดด้วยการทุจริตโดยตรง แต่คำพิพากษาของศาลได้สร้างความชัดเจนให้ปรากฏด้วยข้อหาปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหาย

    ก่อนหน้าที่คดีนี้จะเดินหน้าไปถึงวันตัดสินชี้ขาด มีการแก้ต่างไม่เห็นชอบกับข้อกล่าวหาในลักษณะที่ว่าไม่มีความผิด เพราะไม่ได้ทุจริต เป็นนโยบายของพรรคที่ประกาศเป็นสาธารณะในการหาเสียงของพรรค

    การดำเนินการนโยบายจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม

    เหล่านี้ล้วนเป็นข้อโต้แย้งว่าจำเลยไม่มีความผิดแต่อย่างใด และทำให้เชื่อมั่นว่าต้องชนะคดีแน่นอน

    เป็นความเชื่อที่โยนให้เป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกรังแกกลั่นแกล้งจากอีกฝ่ายหนึ่ง

    เผอิญที่ว่าในชั้นอัยการที่พิจารณาคำฟ้องต่างๆ ปรากฏว่าได้มีการเพิ่มสำนวนคำฟ้องด้วยการนำข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวพันกับการทุจริตจีทูจีเข้ามารวมด้วย ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากทหารฝ่ายจำเลย

    เพราะเห็นว่าเป็นหลักฐานนอกคำฟ้องที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนดเอาไว้ในสำนวน แต่อัยการยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้เพราะเกี่ยวข้องกัน

    ตรงนี้แหละที่น่าเชื่อว่าทนายฝ่ายจำเลยคงคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าโอกาสแพ้สูง เพราะสำนวนชุดนี้ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นสำคัญสุดนายกฯหญิงเข้าไปเกี่ยวข้องรับรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี

    จึงเป็น “ไม้ตาย” ที่มิอาจปฏิเสธได้

    ข้อโต้แย้งอื่นๆดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถดำเนินการทั้งหมดเท่ากับยกฟ้องในประเด็นอื่นๆ

    แต่ความรับผิดชอบในฐานะนายกฯ และผู้บริหารสูงสุดที่รับรู้แล้วเกิดการทุจริตเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ระงับยับยั้งจึงต้องมีความผิด

    แม้จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบ แต่ก็ยังคงดำเนินการโครงการนี้ต่อไปจนทำให้เกิดความเสียหายมากเข้าไปอีก

    เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าไม่ได้แก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจอย่างที่ควรจะเป็นในฐานะที่เป็นผู้บริหารสูงสุด

    นโยบายประชานิยมสุดโต่งที่ยากต่อการปฏิบัติ ความรับผิดชอบในฐานะนายกฯเมื่อเกิดการทุจริตจะต้องมีความรับผิดชอบด้วย

    บรรดา “นักการเมือง” พึงสังวรเอาไว้ตั้งแต่วันนี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ดารา"น.ช.นักโทษชาย" เมาฆ่าโหดเพื่อน
    13:53

    ดารา"น.ช.นักโทษชาย" เมาฆ่าโหดเพื่อน

    ApplicationMy Thairath

    วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 เวลา 21:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์