ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” สู้หรือหมอบตอบโจทย์ประเทศไทย : ตระกูลชินฯ บนทาง 2 แพร่ง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ต.ค. 2560 05:01 น.
    SHARE

    8 ต่อ 1 มีความผิดจริง 9 ต่อ 0 ไม่รอลงอาญา

    บันทึกไว้อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ มติองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินลงโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ในความผิดมาตรา 157 ฐานไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

    โทษจำคุก 5 ปี ให้ออกหมายบังคับคดี นำตัวมารับโทษตามคำพิพากษา

    ทั้งนี้ ศาลชี้ว่า ในการดำเนินโครงการรับจำนำ ข้าวเปลือกทั้ง 5 ฤดูกาลผลิต แม้ว่าจะพบความเสียหายหลายประการ แต่เป็นความเสียหายที่เกิดจากฝ่ายปฏิบัติ จำเลยในฐานะประธาน กบข.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อป้องกันความเสียหายไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มโครงการ ปรับปรุงหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเป็นระยะ

    กรณีความเสียหายส่วนนี้ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ

    แต่ในประเด็นเรื่องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ศาลชี้ชัดเลยว่า พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญาให้รัฐวิสาหกิจจีนต่อไปอีก อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น

    การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ลงโทษจำคุก 5 ปี

    สรุปการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายไม่ผิด

    แต่เจ๊งเพราะการระบายข้าวแบบจีทูจี

    เป็นกรรมที่โยงต่อเนื่องกับความผิดของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และพวก ที่ถูกศาลพิพากษาไปก่อนหน้านี้

    ต้องโทษจำคุกอ่วมคนละหลายสิบปี

    เป็นบรรทัดฐานที่แสดงถึงสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบกับพฤติกรรมทุจริตของรัฐมนตรี โดยเฉพาะเมื่อรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลที่ส่ง

    ผลเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาล

    นโยบายดี แต่มีพวกแฝงเจตนาชั่ว ก็ต้องรับชะตากันไป

    และตามรูปการณ์ที่ทุกอย่างเริ่มมีความชัดเจนขึ้นภายหลังรู้ผลคำพิพากษาคดีจำนำข้าว พร้อมๆกับกระแสข่าวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ “ล่องหน” ไปนานนับเดือน

    โดยการยืนยันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ระบุ ได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ

    ยืนยันว่า อดีตนายกฯหญิงพำนักอยู่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    สำทับด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ยอมรับว่า ทางการดูไบยืนยันและขอความร่วมมือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ยุ่งกับทางการเมืองอีก

    รู้ผลคดี รู้แหล่งกบดาน

    ตามสถานการณ์จากนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการตามขั้นตอนกฎหมายที่บังคับไว้ ในส่วนของรัฐบาลไทยก็ต้องดำเนินการนำตัวอดีตนายกฯหญิงมารับโทษตามคำพิพากษา

    แต่ปัญหาก็คือ ดูไบไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย

    อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีประเด็นของการถอนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่วันนี้ตกอยู่ในสถานะผู้ต้องหาหลบหนีคดีศาลไทย

    ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนปกติ

    ในขณะที่ฝ่ายของอดีตนายกฯหญิงก็ต้องเดินหน้ากระบวนการขอลี้ภัยการเมือง ตามที่มีกระแสล่าสุดไปพำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษ

    ขอสิทธิพำนักถาวรในเมืองผู้ดี

    แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ โดยเงื่อนสถานการณ์ที่แตกต่างจากพี่ชาย เพราะกรณีของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรนั้นโดนรัฐประหารยึดอำนาจในขณะบินไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ จึงเข้าเงื่อนไขการลี้ภัยทางการเมือง

    แต่เรื่องของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์นั้น ภายหลังการโดนปฏิวัติก็ยังได้รับอนุญาตจากรัฐบาลทหาร คสช.ในการใช้ชีวิตในฐานะพลเรือนได้อย่างปกติเสรีมีการเคลื่อนไหวสร้างกระแสทางการเมืองเป็นระยะมันจึงก้ำกึ่งว่าจะเข้าข่ายการลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่

    เรื่องของเรื่อง จุดนี้ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญ ถ้าประเทศอังกฤษปฏิเสธการลี้ภัย นั่นก็จะทำให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ตกอยู่ในสถานะลำบาก สูญเสียสถานะในประเทศไทย

    และยังต้องสูญเสียความชอบธรรมในต่างประเทศ

    แต่ตรงกันข้าม ถ้าประเทศอังกฤษยอมให้สิทธิในการลี้ภัยทางการเมืองกับอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยที่มาจากการเลือกตั้ง

    นั่นก็เท่ากับการไม่ยอมรับกระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้นกับ “ยิ่งลักษณ์” ในประเทศไทย

    หรืออีกนัยก็คือมองว่า เป็นแค่การกลั่นแกล้งทางการเมือง

    นี่แหละเรื่องใหญ่ เพราะต้องไม่ลืมว่าอังกฤษคือดินแดนต้นแบบของโลกเสรีประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ในความหมายยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพของเผด็จการในเมืองไทย

    “ยิ่งลักษณ์” จะได้สถานะความชอบธรรมในเวทีโลกทันที

    จุดนี้เดาทางได้ ไฟต์บังคับฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์ต้องช่วยกันตีปี๊บประจานดักคอดักทาง กดดันไม่ให้อังกฤษยอมรับเงื่อนไขการขอลี้ภัย

    ต้องไล่บี้พี่น้องตระกูลชินฯไม่ให้มีที่ยืน

    แต่เรื่องของกฎหมาย เงื่อนไขการลี้ภัยก็ว่าไปตามขั้นตอนกระบวนการ ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่

    สถานการณ์เบื้องหน้า ณ วันนี้ มันมีเครื่องหมายคำถาม ปรากฏการณ์จากการตัดสินจำคุก “ยิ่งลักษณ์” ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

    จะมีผลต่อแรงกระเพื่อมภายในประเทศรุนแรงระดับไหน

    ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยที่ได้รับความนิยมจากประชาชนเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้น แต่สุดท้ายโดนรัฐประหารยึดอำนาจ

    แล้วก็ต้องโทษถึงขั้นจำคุกเพราะความผิดพลาดในการบริหาร

    แน่นอนว่า ผลในทางกฎหมายทุกฝ่ายต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรมขื่อแปบ้านเมือง แต่เรื่องของอารมณ์ความ รู้สึกของคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุน “ยิ่งลักษณ์”

    มันไม่แน่ว่าจะลบล้างอาการ ค้างคาใจกันได้สักแค่ไหน

    และจุดที่จะวัดกันได้ มันก็คือผลของการลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งต่อไป

    ตรงนี้เองที่นำมาซึ่งเครื่องหมายคำถาม ตระกูลชินวัตรจะเอายังไง จะสู้ต่อหรือไม่ หรือว่าจะวางมือยอมหมอบให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ

    ในมุมหาก “ทักษิณ” ยอมจบ รัฐบาล คสช.ก็เดินหน้าบริหารต่อตามโรดแม็ปไปสู่การปฏิรูป

    แต่ถ้าลุยสู้ต่อ ก็ถือเป็น 2 แรงบวกของพี่น้อง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”

    ด้วยสไตล์ของ “นายใหญ่” ที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะงานนี้เป็นรายของ “น้องปู” ที่ต้องโดนชะตากรรมโหดเพื่อพี่ชาย การปล่อยให้น้องรับกรรมโดยไม่ทำอะไร

    มันอธิบายข้อครหาใช้น้องตายแทนลำบาก

    ตามยุทธการหนีไม่พ้นเหลี่ยมถนัด การปลุก

    คะแนนสงสารอดีตนายกฯหญิงที่โดนกระทำทางการเมือง ได้รับความไม่เป็นธรรมจากการทำเพื่อชาวนา

    ทำสงครามชิงกระแสผ่านโซเชียลมีเดีย ปลุกเร้ามวลชน ดิสเครดิตรัฐบาล คสช.ในเวทีโลก

    เปิดแนวรบจากนอกประเทศถล่มคนในเมืองไทย

    และนั่นก็จะต้องเจอกับยุทธการย้อนศรจากฝ่ายคุมเกมอำนาจ การใช้กฎหมายจัดการกับสารพัดคดีของลูกข่าย “ทักษิณ” ที่ค้างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

    ที่สำคัญหนีไม่พ้นคิวของ “เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “นายใหญ่” ที่จ่อโดนเอี่ยวคดีทุจริตการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มกฤษดามหานคร

    โดยรูปการณ์มันก็น่าจับตาจาก “ทักษิณ” ถึง “ยิ่งลักษณ์” ตระกูลชินวัตรเสียขุนไปแล้ว 2 ตัว

    แพ้ไปแล้วหลายกระดาน

    ในสถานการณ์ที่ “เสี่ยโอ๊ค” เป็นตัวประกัน “ทักษิณ” จะยอมแลกขุนอีกหรือไม่

    พร้อมจะไปอยู่ต่างประเทศกันหมดเลยหรือเปล่า.


    “ทีมการเมือง”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทักษิณ ชินวัตรยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพานทองแท้ ชินวัตรตระกูลชินวัตรวิเคราะห์การเมือง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 05:15 น.