นายกฯ ขออย่านำเรื่องไม่ได้คอขาดบาดตายหรือประเด็นอ่อนไหวในประเทศ ไปประโคมข่าวบนเวทีโลก หวั่น ตปท.มองไทยปัญหาไม่ยุติ ขอให้รอผลกระบวนการยุติธรรม

เมื่อเวลา 20.15 น.วันที่ 8 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า การดำเนินนโยบาย เราต้องคำนึงถึงยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือ กิจการต่างประเทศ ด้วย เห็นได้ว่าเราไม่สามารถละเลยสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ได้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้น ณ ส่วนใดของโลกก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านั้น ย่อมจะส่งผลทั้งทางตรง หรือทางอ้อมต่อบ้านเมืองของเรา ประชาชนของเราในมิติต่างๆ ในประเด็นความไม่แน่นอน ของเวทีการเมืองต่างประเทศ เช่น BREXIT หรือประเด็นความกังวลในเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นและตลาดการเงินทั่วโลก ที่มีผลติดต่อหรือต่อเนื่องมายังตลาดการเงินไทย รวมทั้งการดำเนินนโยบายของชาติมหาอำนาจ หรือประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะขยับอะไร ก็ย่อมส่งผลกระทบ ดังนั้นต้องเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประชาคมโลกให้มากย่ิงขึ้นอย่างเหมาะสม และสมดุล ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง รอบคอบ ดำเนินนโยบายต่างประเทศควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่ง และความมีเสถียรภาพของประเทศ

ทั้งนี้ ช่วงต้นสัปดาห์ ได้เดินทางไปร่วมหารือกับมิตรประเทศ ต่างๆ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา สิ่งที่ประชาคมโลกและประเทศเพื่อนบ้านของเราให้ความสำคัญ มีอะไรบ้าง แล้วบทบาทและจุดยืน นโยบายของไทย ควรจะเป็นอย่างไร เราต้องเอาของเขามาดูด้วย เราคิดของเราคนเดียวก็ไม่ได้อะไร เพราะว่าเขาไม่ได้ตกลงด้วย ไม่ได้ยินยอมด้วย เราต้องร่วมมือกันอย่างไร ก็ต้องหาแนวทางให้ได้ ที่จะช่วยกระชับความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กันและกัน พึ่งพากัน และเดินหน้าไปด้วยกัน ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน

...

"เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องของประเด็นอ่อนไหวต่างๆ ก็ไม่ควรจะพูดออกไปในเวทีใหญ่ หรือเวทีสื่อประชาสัมพันธ์อะไรก็แล้วแต่ ไม่ควรพูด บางเรื่องก็เป็นการพูดหารือเพื่อจะแก้ปัญหา หรือคณะครม. ร่วมคณะกรรมาธิการร่วม ในการแก้ปัญหาแต่ละเรื่องๆ อย่าเอาทุกอย่างมาปนกันหมด ทำให้การเดินหน้าต่างประเทศมีปัญหา แล้วในประเทศก็จะมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น เหตุการณ์ภายในของเราก็เช่นกัน บางอย่างถ้าไม่ใช่เรื่องที่คอขาดบาดตาย ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญมากนักก็อย่าช่วยกันประโคมข่าวกันมากนักเลยทำให้ต่างประเทศเขามองเราว่าไม่ยุติกันเสียที หลายอย่างก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ก็ให้เขาดำเนินการไป ติดตามไป รอผลออก ไม่อย่างนั้นมีผลกระทบไปทั้งสิ้นกับความเชื่อมั่น และการดำเนินการทางต่างประเทศ" นายกฯ กล่าว.