ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แก้ตัวเรื่องปกติของใคร?

    สายล่อฟ้า1 ก.ย. 2560 05:01 น.
    SHARE

    ความจริงเท่านั้น คือคำตอบ

    ปฏิกิริยาหลังจากอดีตนายกฯหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ล่องหนในฐานะจำเลยคดีจำนำข้าวไม่ไปฟังคำพิพากษา ก็มีการตั้งคำถามเอาไว้ 2 ประเด็น

    1.ตั้งใจหนีด้วยวิธีการที่วางแผนเอาไว้อย่างแยบยล

    2.คสช.รับรู้การหายตัวไป

    ถือเป็นเรื่องปกติที่ต่างคนต่างคิดถึงความน่าจะเป็นตามความรู้สึก ตามการคาดการณ์ด้วยประสบการณ์ที่เคยเห็นมา ตามแง่คิดในมุมมองทางการเมือง

    แต่เมื่อยังไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะยังไม่มีการตรวจสอบอย่างชัดเจนก็เลยต้องหาคำตอบกันต่อไปว่าเรื่องมันเป็นอย่างใดกันแน่

    หรือให้เจ้าตัวโผล่โฉมออกมาเองก็จะเป็นความจริงที่ชัดเจน

    เชื่อว่าคงรอไปอีกระยะอย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงวันที่ 27 ก.ย. 60 ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดให้มาฟังคำพิพากษาอีกครั้ง นั่นแหละคงมีเบาะแสให้เห็นแน่

    เพราะในวันนั้นจะมีผลออกมาหลายอย่างหากเจ้าตัวไม่มาศาล ก็จะมีพิจารณาลับหลังหรือยังไม่พิจารณาก็เป็นเรื่องของศาล

    หรือหากมีการพิจารณาตัดสินผลจะออกมาอย่างไร เช่น มีความผิดถึงขั้นต้องจำคุก หรือทำผิดแต่ให้รอลงอาญาเอาไว้ก่อน

    หรือพิพากษา “ยกฟ้อง” ไม่มีความผิด

    วันนั้นผลจะออกมาอย่างไรก็คงได้เห็นอะไรเกิดขึ้นได้

    ที่แน่ๆวันนี้ได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้ออกมาจากเจ้าตัวโดยตรง ทว่ามาจาก “พี่ชาย” นายทักษิณ ชินวัตร ได้ทวีตข้อความอันเกี่ยวข้องกับคดีและน้องสาวของเขาด้วยการยกเอาคำกล่าวของ “มงแต็สกีเยอ” นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส

    “ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งใหญ่กว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”

    “มงแต็สกีเยอ” มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานเสนอทฤษฎีแบ่งแยกอำนาจในระบอบการปกครองที่เสรีและใช้ได้จริง หากปราศจากการคานอำนาจกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลากการ ก็จะไม่เกิดเสรีภาพ และการป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด

    ซึ่งแนวคิดดังกล่าวถือเป็นต้นแบบของแนวคิดประชาธิปไตยเสรีทั่วโลก รวมทั้งเป็นผู้ที่ทำให้คำว่า “เจ้าขุนมูลนาย” ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย

    ผลงานที่โดดเด่นของหนังสือที่ชื่อ “The Spirits of the Laws”

    พูดกันง่ายๆว่าเป็นทฤษฎีประชาธิปไตยที่ต้องมีการคานอำนาจ 3 ฝ่าย คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ที่แยกขาดการกันเพื่อให้เกิดความสมดุล

    เป็นเบาะแสอย่างหนึ่งที่นายทักษิณได้บอกกล่าวอีกครั้งหลังเก็บตัวเงียบมานาน แต่พอน้องสาวล่องหนก็เลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาตอบโต้ตามฟอร์มเดิมอย่างที่เคยกระทำมาตลอด

    เพียงแต่ครั้งนี้ยกทฤษฎีขึ้นมากล่าวถึงเท่านั้น ไม่ได้มุ่งโจมตีในลักษณะองค์กรศาลโดยตรง ตัวบุคคล หรือ คสช.

    แต่ได้ชี้ให้เห็นว่าการปกครองในระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ คสช. ในประเทศไทยนั้น ก็จะเกิดปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมผ่านทางกระบวนการยุติธรรม

    เป็นการสร้างภาพให้ผู้คนได้เห็นและรู้สึกอย่างนั้น แต่เป็นการพูดความจริงไม่หมดเพราะคำพิพากษาที่ออกมานั้นคือประเด็นสำคัญ

    เป็นการดำเนินการในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเรื่องของการทุจริตและสร้างความเสียหายด้วยวงเงินมหาศาล 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องแสดงความรับผิดชอบ

    ทั้งผู้กระทำในฐานะรับผิดชอบโครงการและผู้บริหารสูงสุดของประเทศ.


    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้ายิ่งลักษณ์ ชินวัตรคสช.ทักษิณ ชินวัตรข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้