"วิรัตน์" หนุนดัดหลังนักการเมืองหนีคดี เตือนสำเหนียกอย่ากระทำผิดคิดคดโกง ด้าน "องอาจ" เชียร์ป้องนักการเมืองอิทธิพล กังฉิน หลบหนีเสวยสุข
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.60 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ สนช.ผ่านร่างกฎหมายลูก วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะสามารถฟื้นคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำหน่ายคดี เนื่องจากจำเลยหนีคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ว่าเป็นสิ่งที่นักการเมืองเรียกร้องมาหลายปีเเล้ว ส่วนการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยนั้น ปกติก็ใช้สำหรับคดีอาญาทั่วไปที่โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี เป็นเรื่องที่ศาลอนุญาตให้พิจารณาลับหลังได้อยู่แล้ว แต่กระบวนการก่อนที่จะถึงจุดนี้คือจะต้องผ่านการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น ปปท. ป.ป.ช.และ สตง. แต่เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของจำเลย และเพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ก็ให้จำเลยสามารถแต่งตั้งทนายความเข้ามาทำหน้าที่ซักค้านแทนจำเลยได้
ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทุกกรณี ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งจะอุทธรณ์ได้เฉพาะมีข้อเท็จจริงใหม่ เป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นนักการเมืองทุกคนจึงต้องสำเหนียกว่าต้องไม่กระทำผิด ต้องไม่ทุจริต ต้องไม่คอร์รัปชัน เพราะหากทุจริตหรือคอร์รัปชั่นแล้วเพื่อรักษาสิทธิของตนก็ต้องอยู่สู้คดีอย่าหลบหนีคดี ถ้าไม่แก้ไขคนโกงจะลอยนวลเสวยสุข
ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การใช้กฎหมายอาญาปกติโดยทั่วไป คงไม่สามารถเอาผิดได้ออกกฎหมายเพื่อจะพิจารณาคดีทุจริต หรือคดีความต่างๆ ของนักการเมืองที่มีอิทธิพลลับหลัง ที่ใช้เงิน อำนาจ มีอิทธิพลเเล้วหลบหนีได้ กฎหมายดังกล่าว จึงไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิ์ หรือผิดหลักสากล เพราะจำเลยสามารถแต่งตั้งทนายความมารักษาสิทธิของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ถ้าเราไม่แก้ไขให้สามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ คงยากที่จะเอาผิดนักการเมืองที่มีอิทธิพลทั้งหลายได้ การดำเนินการอย่างนี้จะทำให้นักการเมืองที่คิดทุจริตคงต้องไตร่ตรองมากขึ้น คงไม่สามารถใช้เงินใช้ทองจากการทุจริต แล้วหลบหนีไปใช้ชีวิตเสวยสุขได้อีกต่อไป
...