โรงงานเตาอั้งโล่ตรังยังไปได้ดี ยอดสั่งจองลูกค้าผลิตไม่ทัน ชี้ “เตาอั้งโล่” ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาแต่โบราณ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ความนิยมยังเหมือนเดิม เพราะใช้ประกอบอาหารได้หอมอร่อยกว่า ทำแค่เดือนละ 2,000 ใบ...

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ตรัง โรงงานเตาอั้งโล่ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสนิยม แต่สำหรับ จ.ตรัง การใช้เตาอั้งโล่สำหรับหุงต้มอาหารก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงลง ยังคงมีโรงงานผลิตทำเตาอั้งโล่ หรือเตาถ่านอยู่ประมาณ 4-5 แห่ง ยอดออเดอร์สั่งจองเพื่อจำหน่าย ความต้องการของลูกค้ายังเหนียวแน่นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จนกำลังผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ สำหรับเตาอั้งโล่หลายคนคงนึกภาพออกเพราะเป็นอุปกรณ์สำหรับหุงต้มอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปขนาดไหน ทุกวันนี้เตาถ่านก็ยังมีให้เห็นในการใช้สำหรับ หุง ต้ม ปิ้ง ย่างอาหารอยู่ทั่วไป

น.ส.สิรินผา ล้วนดี เจ้าของโรงงานเตาอั้งโล่ ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง กล่าวว่า ครอบครัวตนเซ้งกิจการทำเตาอั้งโล่แห่งนี้มาได้กว่า 3 ปีแล้ว แรกๆ ก็คิดเหมือนกันว่าจะทำขายใคร เพราะสมัยนี้ส่วนใหญ่เขาใช้แก๊สหุงต้ม หม้อไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า ประกอบอาหารกันซะส่วนใหญ่ แต่กลับเป็นความเหลือเชื่อว่า ความต้องการของตลาดเตาอั้งโล่ยังคงมีความต้องการสูงและนิ่งสม่ำเสมอมาก กำลังการผลิตแทบไม่ทันกับออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเข้ามา โดยกำลังช่างที่ผลิตประจำ 4-5 คน ทำได้แค่เดือนละ 2,000 ใบเท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ช่างฝีมือก็หายากเพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่นิยมประกอบอาชีพนี้

...

เจ้าของโรงงานเตาอั้งโล่กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันนี้ความต้องการใช้เตาอั้งโล่จะลดน้อยลง ตลาดแคบลง แต่ตลาดคงที่ และราคาก็สามารถปรับขึ้นได้ตามราคาวัตถุดิบและค่าแรงงานเช่นกัน โดยโรงงานตนส่งจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด และมีการผลิตเตาอั้งโล่อยู่ 2 ชนิด คือ เตาขาวและเตาดำ มีทุกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานตามความต้องการของลูกค้า โดยเตาดำ ความคงทน อายุการใช้งานจะมีมากกว่าเตาขาว แต่ราคาก็จะสูงกว่าเล็กน้อย ปัจจุบันนั้การผลิตเตาแทบไม่ทันขาย ลูกค้าต้องจองคิวสั่ง เพราะเตาอั้งโล่ยังเป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาถูก และถ่านซึ่งเป็นเชื้อเพลิงก็หาง่าย การประกอบอาหารกับเตาถ่านนั้นรสชาติของอาหารจะหอมและอร่อยกว่าทำจากเตาแก๊ส

เจ้าของโรงงานเตาอั้งโล่ควนธานี กล่าวอีกว่า แม้การผลิตเตาอั้งโล่มีอุปสรรคอยู่บ้างเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน แดดไม่ค่อยมี ทำให้เตาแห้งช้า ลูกค้าต้องรอนาน แต่ลูกค้าเข้าใจ สำหรับวัตถุดิบหลักๆ ในการทำเตาอั้งโล่ก็มีดินเหนียวที่มีทรายป่นเล็กน้อย หรือเป็นทรายขี้เป็ดซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาดนำมาแช่น้ำไว้ หลังจากนั้นก็จะนำมาปั้นเป็นรูปเตา และไปตากแดดนานถึง 1-3 วัน จึงจะนำมาเข้าเตาเผาแล้วก็นำมาอัดใส่เปลือกสังกะสี ก่อนจะนำมาตกแต่ง ทาสีดำที่เปลือก แล้วจึงนำออกไปขายได้ เมื่อฝนตกก็ไม่มีแดดที่จะตากเตา ทำให้ไม่มีเตาจะไปขาย ลูกค้าก็ต้องรอไปก่อน แต่อาชีพทำเตาอั้งโล่ไม่ว่าราคายางซึ่งเป็นอาชีพหลักจะลดลงหรือเพิ่มขึ้น ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

อย่างไรก็ตาม เตาอั้งโล่นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาแต่โบราณ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ความนิยมยังเหมือนเดิม ตนและช่างฝีมือทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำอาชีพนี้ และส่วนหนึ่งเป็นการอนุรักษ์วิถีดั้งเดิมของชุมชนด้วยเช่นกัน.