อุทยานฯ ลันตา แจ้งพสง.ยันมีผู้เกี่ยวข้องขับเรือยอชต์หนีอีกหนึ่ง หลังนำนักท่องเที่ยวลงยิงปลาที่หมู่เกาะลันตา พบเจ้าของเรือเป็นกลุ่มนักธุรกิจชื่อดังในเมืองไทย ที่มีมูลค่าเรือกว่า 20 ล้านบาท...


จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ เข้าจับกุมนักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำแล้วใช้ปืนฉมวกล่าปลาในทะเลเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จับกุมตัว นายวริทธิ์นันท์ โปรานานนท์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลข ที่7/2 ม.1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พร้อมอุปกรณ์ยิงปลา กล้อง และปลาเก๋าหนัก 10 กก. แต่ปรากฏว่าระหว่างนำผู้ต้องหาอีก 1 คน ได้ขอขึ้นเรือยอชต์ชื่อ lsakindofmagic และคนบนเรืออีก 3 คน ได้ขับเรือหลบหนีไปได้เหตุเกิดบริเวณหมู่เกาะห้า ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา เมื่อเย็นวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา เร่งล่าเรือยอชต์พร้อม 4 ผู้ต้องหา ยิงปลาหมู่เกาะลันตา ไม่พบแจ้งออก ปท.

ความคืบหน้าวันที่ 11 พ.ค.60 นายกรรณเกษม มีสุข หัวหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะลันตา เพื่อให้ติดตามตัวบุคคลที่อยู่บนเรือยอชต์ ชื่อ lsakindofmagic และได้หลบหนีไป คือนายจำนง อาษาดี เป็นลูกเรือยอชต์ และวันดังกล่าว ได้ขับเรือพาผู้ต้องหาหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และเป็นผู้ที่อยู่ในทะเบียนการแจ้งเข้าประเทศเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมาในฐานะลูกเรือ ส่วนกัปตันซึ่งเป็นชาวต่างชาติสัญชาตินอร์เวย์ อยู่ระหว่างการหาข้อมูลเพิ่มเติม

...

ทั้งนี้มีรายงานว่า เรือยอชต์ลำดังกล่าว เป็นเรือที่จดทะเบียนในสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เป็นของกลุ่มนักธุรกิจผู้ประกอบการรีสอร์ตชื่อดัง บนเกาะเต่า และธุรกิจผลิตกระจกรายใหญ่ของประเทศไทย ได้แจ้งเข้าประเทศไทยที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ยังไม่มีการแจ้งออกนอกประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ประสานทหารกองทัพเรือภาค 3 ให้ช่วยติดตามเรือลำดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชน

สำหรับโทษ ข้อหาลักลอบจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานแห่งชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อกล่าวหาหลบหนี หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และริบเรือของกลาง.