แพะร้องลั่นเมืองตรัง คดีนักท่องเที่ยวจับ “ปลาดาว” แล้วมีคนขับรือไปรับสารภาพว่าเป็นคนจับขึ้นจากทะเล ถูกตราหน้าเป็นโจร 500 จนลูกไม่กล้าไปโรงเรียน แฉอุทยานฯเจ้าไหม จัดฉากพาตัวมาให้รับสารภาพ ทั้งที่มีอาชีพกรีดยาง ไม่ได้ขับเรือ...
ที่มูลนิธิอันดามัน ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 10 พ.ค.60 นายเอกวัฒน์ หัสสาคร หรือบังเอก อายุ 35 ปี อาชีพกรีดยางจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 70/4 ม.5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง พร้อมภรรยาและลูกได้หอบเอกสารเข้าพบ นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ประธานมูลนิธิอันดามัน เพื่อปรึกษาและแถลงต่อสื่อมวลชน จ.ตรัง ว่าตามที่ตนได้ปรากฏเป็นข่าวหลังมีการโพสต์ในโลกออนไลน์ โดยเป็นการถ่ายภาพ หรือเซลฟี่ มีหญิงสาวนั่งบนเรือหางยาวถ่ายรูปกับปลาดาว โดยนำปลาดาวในทะเลวางบนศีรษะ ขณะเดียวกันมีปลาดาวทะเล และปลิงทะเลสีสันสวยงาม จำนวน 4 ตัว ถูกจับขึ้นมาวางบนพื้นเรือ จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมนั้น (ปรับ 500 บาท หนุ่มจับปลาดาว)
นายเอกวัฒน์ หรือบังเอก เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้ออกมาจากทำพิธีละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน โดยมีคนมาบอกว่าขอธุระหน่อยมีงานจะให้ทำและให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนไปที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยตนเข้าใจว่า ทางอุทยานฯ จะให้ตนเองไปสมัครงาน เมื่อไปถึงปรากฏว่าเหตุการณ์เกิดพลิกแพลง ซึ่งมีการพูดคุยกันว่า ตนจะต้องรับผิดเรื่องปลาดาวที่เกิดขึ้น ให้ตนรับเป็นลูกเรือนำเที่ยวชื่อว่า โชควิมลทัวร์ ลงไปดำน้ำในทะเลจับปลาดาว และยินดีรับโทษเพราะไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวนี้เป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (3) ซึ่งระบุว่า ภายในอุทยานแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไป หรือทำประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ และบอกว่าการกระทำของตนนั้นเป็นความผิดเล็กน้อยจึงปล่อยเลยตามเลยตกกระไดพลอยโจนไปด้วย ก่อนมีการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 500 บาท แล้วปล่อยตัวออกมา
...
นายเอกวัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังจากข่าวแพร่สะพัดออกไป ทั้งสื่อออนไลน์ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ทำให้ลูกสาวไม่กล้าไปโรงเรียนอายเพื่อนที่พ่อไปทำไม่ดี ญาติพี่น้องก็ไม่พอใจ และยังถูกเพื่อนบ้านพูดจาหยอกล้อว่าอ้ายโจร 500 ตนจึงเกิดความเครียดจึงตัดสินใจเปิดเผยความจริงต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าเรื่องนี้ตนไม่ได้เป็นผู้ต้องหา และไม่ได้เป็นลูกจ้างขับเรือ บริษัทโชควิมลทัวร์แต่อย่างใด ตนทำอาชีพกรีดยางจ้าง แต่ต้องมาตกกระไดพลอยโจนรับหน้าเสื่อ โดยไม่คาดคิดว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นกับครอบครัวมากขนาดนี้ และขอยืนยันว่าตนไม่ได้รับอามิสสินจ้างแต่อย่างใด จึงมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้เป็นกระบอกเสียงว่าตนเองบริสุทธิ์ ไม่ได้เป็นคนทำตามที่ตกเป็นข่าว และอยากให้สังคมรู้ว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาบัณฑิต คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาโจร”’
"วันนี้มาพร้อมครอบครัว ได้เข้าพบ ร.ต.อ.ศักดา กะหริ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สิเกา ให้การว่าตามที่ได้แสดงตัวเป็นคนลงไปดำน้ำจับปลาดาว ปลิงทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำให้เป็นข่าวทางทีวีและโลกออนไลน์ต่อมาปรากฏว่าได้มี น.ส.ณัฐฌา ศรัทธามั่น อายุ 26 ปี ยอมรับว่าเป็นคนจับขึ้นมาบนเรือเอง และจากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เปรียบเทียบปรับผู้แจ้งแล้วเป็นเงิน 500 บาท จึงทำให้สิทธิการดำเนินคดีอาญาระงับไปแล้ว สำหรับผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้ ซึ่งได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว" นายเอกวัฒน์ กล่าว.