เจ้าท่ากระบี่ ภูเก็ต ร่วม ตร.น้ำ เร่งล่าเรือยอชต์พร้อม 4 ผู้ต้องหา หลังยิงปลาในเขตอุทยานฯ หมู่เกาะลันตา แล้วหลบหนี พบเป็นเรือสัญชาติสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ ขอเข้าไทย 4 พ.ค. ปิดสัญญาณตั้งแต่ 6 พ.ค. ยังไร้การแจ้งออกนอกประเทศ
จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ เข้าทำการจับกุมนักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำแล้วใช้ปืนฉมวกล่าปลาในทะเลเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา โดยจับกุมตัว นายวริทธิ์นันท์ โปรานานนท์ อายุ 45 ปี ชาวนครปฐม พร้อมอุปกรณ์ยิงปลา กล้อง และปลาเก๋าหนัก 10 กก. แต่ปรากฏว่าระหว่างนั้นผู้ต้องหาอีก 1 คน ได้ขอขึ้นเรือยอชต์ชื่อ lsakindofmagic เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยมีคนบนเรืออีก 3 คน จากนั้นขับเรือหลบหนีไป (จับแก๊งดำยิงปลา มาเรือยอชต์ ล่าเก๋ายักษ์เกาะลันตา ออกอุบายหนี (คลิป))
...
ความคืบหน้าวันที่ 9 พ.ค. 60 นายบุญเชาว์ ตั้งศิริไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุทางอุทยานฯ ได้ประสานมาทางตำรวจน้ำกระบี่ และเจ้าท่า เพื่อทำการตรวจสอบทะเบียนเรือและติดตามจับกุม ล่าสุด ตรวจสอบชื่อเรือและพบทะเบียนเรือแล้ว เป็นเรือสัญชาติสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ มีกัปตันเป็นชาวนอร์เวย์ และมีผู้ช่วยเป็นชาวไทย ขอเข้ามาในน่านน้ำไทยที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมา วันที่ 6 พ.ค. กระทำความผิดที่หมู่เกาะลันตา และจากการตรวจสอบพบว่าได้ปิดสัญญาณเรือตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าปัจจุบันเรืออยู่บริเวณใด
นายบุญเชาว์ กล่าวอีกว่า ทางเจ้าท่าภูเก็ต และตำรวจน้ำกระบี่ และภูเก็ต ได้เร่งตรวจสอบตามท่าเรือต่างๆ เพื่อติดตามเรือลำดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะหลบหนีออกนอกประเทศไปทางมาเลเซีย ก็เป็นได้ ซึ่งในฐานความผิดที่เรือลำดังกล่าวและผู้ต้องหาได้มากระทำความผิดไว้ ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักถึงขั้นริบเรือได้ ทำให้ผู้ต้องหาและคนเรือต้องนำเรือหนี
ด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ ปริญญาสถิรกุล สารวัตรตำรวจน้ำกระบี่ เผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือส่วนตัวมีชาวต่างชาติเป็นผู้ครอบครอง จอดเทียบท่าประจำที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง แต่ขณะนี้ไม่พบ คาดว่านำเรือไปจอดหลบซ่อนเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่มีการแจ้งออกนอกประเทศ
สำหรับผู้ถูกจับกุม จะถูกแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 ฐานนำสัตว์ออกไปหรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์, ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนผู้ที่หลบหนีทั้ง 4 คน แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.