เหตุสลด 2 ศพที่ จ.นครศรีธรรมราช ผัวยิงเมียดับคาห้องนอน ก่อนปลิดชีพตามหนีผิด ลูกสาวกลับมาบ้าน ร้องไห้แทบขาดใจ ญาติเผยช่วงหลังทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะหึงหวงกันบ่อยครั้ง
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ร.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ ชูสุวรรณ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุผัวยิงเมียตาย แล้วยิงตัวตาม รวม 2 ศพ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในซอยรวมน้ำใจ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก., พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.จารุ เพ็ชรปาน รอง ผกก.สอบสวนพ.ต.ท.วรเศรษฐ์ ศรีใหม่ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ณัฐภัทร พุทธังกุโร สว.สส., พ.ต.ท.ชาญยุทธ สุวรรณรัตน์ สวป., กำลังตำรวจสายตรวจ จยย. และตำรวจชุดสืบสวน, แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งไปที่เกิดเหตุ เพื่อร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวน ชันสูตรพลิกศพและสอบสวนในที่เกิดเหตุ
ภายในห้องนอน พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ศพแรกอยู่บนพื้นใกล้เตียงนอน คือ น.ส.สลิลทิพย์ ศักดิ์เกิด อายุ 36 ปี สภาพศพนอนหงายในชุดกางเกงขาสั้นสีเทา เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวเข้ามือซ้าย กระสุนทะลุมือซ้าย เจาะหน้าอกพรุน 1 นัด ส่วนอีกศพอยู่ใกล้กัน มีสภาพนั่งพิงเสียชีวิตที่ราวแขวนเสื้อผ้าปลายเตียง คือ นายพลพัฒน์ ภูธรภักดี อายุ 35 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เข้าบริเวณขมับซ้าย 1 นัด
โดยบริเวณในห้องที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนลูกซองยาววางอยู่บนเตียงนอน 1 กระบอก ถูกยิงไปแล้ว 1 นัด และพบอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. อีก 1 กระบอก ตกอยู่ใต้เตียงปลายเท้าของนายพลพัฒน์ ยิงไปแล้ว 1 นัด และยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 ปลอก และปลอกกระสุนปืน 9 มม. 1 ปลอกจึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานต่อไป
...
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนปากคำญาติผู้เสียชีวิต ทางว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน โดยฝ่าย น.ส.สลิลทิพย์ มีลูกติดเป็นลูกสาววัย 20 ปี ซึ่งไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย ทั้งคู่จึงอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวเพียงลำพัง โดยฝ่ายภรรยาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนฝ่ายสามีทำงานเป็นลูกจ้างขับรถของมหาวิทยาลัย
มีบ้านญาติอยู่ใกล้ๆ กันในซอยเดียวกัน ระยะหลังทั้งสองเริ่มมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ในเรื่องความหึงหวง จนเป็นทราบดีของญาติ และชาวบ้านในซอยดังกล่าว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของผัวเมีย จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุช่วงค่ำ นายพลพัฒน์ ได้ขับรถยนต์กระบะส่วนตัวกลับจากทำงาน แล้วมาจอดบริเวณหน้าบ้านในซอย
โดยมีพยานเห็นนายพลพัฒน์ได้เดินลงจากรถ ถือขวดเหล้าและน้ำเดินเข้าไปในบ้าน สักครู่ญาติและชาวบ้านได้ยินเสียงทั้งคู่มีปากเสียงดัง และได้ยินเสียงฝ่ายหญิงกรีดร้องเสียงดัง เพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ไม่นานก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด เมื่อเสียงปืนสงบลง ญาติและชาวบ้านได้เดินเข้าไปดูก็พบว่าทั้งสองถูกยิงเสียชีวิต
ตำรวจคาดว่าขณะที่ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงในเรื่องความหึงหวง นายพลพัฒน์ ได้ใช้ปืนลูกซองยาวออกมายิง น.ส.สลิลทิพย์ ได้พยายามยกมือซ้ายขึ้นมาป้อง นายพลพัฒน์ จึงลั่นไกปืนกระสุนเจาะมือซ้ายทะลุไปเจาะหน้าอกซ้าย น.ส.สลิลทิพย์ เสียชีวิต ก่อนที่จะใช้ปืน 9 มม.ซึ่งเป็นปืนพกประจำตัวที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน ยิงตัวเองตามเพื่อหนีความผิดดังกล่าว
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุไม่นาน ลูกสาววัย 20 ปี ของ น.ส.สลิลทิพย์ ก็กลับมาบ้าน เมื่อพบร่างแม่ถูกยิงตายพร้อมพ่อเลี้ยง ก็ร้องไห้แทบขาดใจ โดยมีญาติและชาวบ้านเข้าไปปลอบ ท่ามกลางความเศร้าเสียใจซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว ก็ได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป.