สธ. สั่งล็อกดาวน์พื้นที่สีแดง 5 ตำบล "ชายแดนท่าแซะ" หลังพบผู้ป่วย "โรคมาลาเรีย" ตั้งแต่ต้นปี 176 ราย ทุบสถิติมากสุด งัดมาตรการเข้ม "1-3-7" สกัดการแพร่ระบาด แนะสังเกตอาการเบื้องต้น

วันที่ 5 มิ.ย. 69 นายสิทธิชัย ชูจีน สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ เป็นประธานในกองอำนวยการร่วมประชุมด่วน ร่วมกับคณะกรรมการบริหารชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อำเภอท่าแซะ และประธาน-เลขาฯ จาก 17 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยมี นายสำราญ ไชยชนะ และ นายจรัล คลี่เกสร สองนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการจาก สสจ.ชุมพร เข้าร่วมวางแผนสกัดโรคมาลาเรียระบาด โดยเปิดปฏิบัติการ 5 จุดพื้นที่สีเดือด หลังพบสถิติตัวเลขเกินเป้า

นายสิทธิชัย ชูจีน สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ เปิดเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 3 มิถุนายน 2569 ตรวจพบผู้ป่วยโรคมาลาเรียแล้วสูงถึง 176 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่พุ่งทะยานสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รอยต่อชายแดนใน 5 ตำบลอันตราย ได้แก่ ตำบลหินแก้ว ตำบลรับร่อ ตำบลหงษ์เจริญ ตำบลสลุย ตำบลสองพี่น้อง โดยสั่งการด่วนให้ รพ.สต. ชายแดน จับมือ อสม. ปูพรมเคาะประตูบ้านแจ้งเตือนประชาชนทันที เพื่อร่วมกันหยุดยั้ง

สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ แจ้งเตือนขอให้สังเกตอาการด่วนก่อนสาย หากมีไข้สูง หนาวสั่นอย่างรุนแรง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว สลับกับไข้ลดแล้วมีเหงื่อออกท่วมตัวเป็นรอบๆ ทุกวันถือเป็นสัญญาณอันตรายขอให้ไปพบแพทย์ทันที

...


ทั้งนี้ นายสิทธิชัย ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมขั้นสูงสุด "1-3-7" เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาด (1 วัน) รายงานเคสผู้ป่วยทันทีที่ตรวจพบ ไม่มีการปกปิดข้อมูล (3 วัน) ส่งทีมสืบสวนโรคลงพื้นที่สอบสวนลึกถึงตอ หาแหล่งแพร่เชื้อทันที (7 วัน) ปฏิบัติการจู่โจมควบคุมโรคในชุมชน ทั้งพ่นหมอกควันและให้สร้างมุ้งเคมี เพื่อตัดวงจรไม่ให้ระบาดในวงกว้าง

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวสีสว่าง ทายากันยุง กางมุ้งนอนทุกครั้ง และจัดการสิ่งแวดล้อมทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงก้นปล่องตามแอ่งน้ำซับหรือร่องสวนยางพารา รวมถึงฉีดพ่นสารเคมีติดผนังบ้านเพื่อทำลายยุงร้ายทันที