เปิดคลิปนาทีเกิดเหตุ บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีฯ จ.ภูเก็ต กระบะเฉี่ยว "ตำรวจจราจร" ล้มทั้งยืน - ไม่มีการจอดลงช่วยเหลือ ล่าสุดคนขับชาวต่างชาติ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่แล้ว อ้างไม่รู้ตัวว่าขับชน

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ รถกระบะขับพุ่งชนแบริเออร์ ก่อนจะเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร (ย่ามุก ย่าจัน) ถ.เทพกระษัตรีขาออก ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จนล้มทั้งยืน โดยรถกระบะคันดังกล่าวไม่ได้จอด หรือหยุดลงไปดูตำรวจแต่อย่างใด ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ต่อมาทาง พ.ต.อ.นิกร ชูทอง ผกก.สภ.ถลาง ได้รับรายงานจาก พ.ต.ต.ไกรสร บุญประสพ สว.(สอบสวน) สภ.ถลาง กรณีเกิดเหตุการณ์ รถกระบะชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ถลาง ดังกล่าว ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ ด.ต.เฉลิมชัย โสทอง อายุ 52 ปี ผบ.หมู่ จร.สภ.ถลาง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 18 มี.ค. 69 

ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบรถกระบะฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร มีนางพรพิศ เป็นผู้ครอบครอง และเมื่อตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ และสอบถามนางพรพิศ แจ้งว่ารถคันดังกล่าว มีนายเท วี คอง โจนาทาน (MR.TEY WEE KEONG JONATHAN) สัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นบุตรเขยเป็นผู้ขับ

ต่อมานายเท วี คอง โจนาทาน ได้นำรถกระบะคันดังกล่าว เข้ามาพบพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง จากการสอบถามเบื้องต้น นายเท วี คอง โจนาทาน เล่าว่าขับรถคันดังกล่าวมาจากพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อกลับบ้านพักในพื้นที่ ต.สาคู อ.ถลาง โดยไม่ทราบว่ารถได้ไปเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

และเมื่อตนเองทราบเรื่องจากนางพรพิศ ซึ่งเป็นแม่ของภรรยาแจ้งให้ทราบ ตนเองจึงรีบเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง ทันที โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีจราจรความผิดฐานขับรถในทาง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถช่วยเหลือ ไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือหลบหนี  

...

โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัว ด.ต.เฉลิมชัย โสทอง ผู้บาดเจ็บ เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตแล้ว พร้อมนำตัว นายเท วี คอง โจนาทาน ตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ที่โรงพยาบาลถลาง อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และได้ตรวจยึดรถกระบะคันดังกล่าวไว้เป็นของกลาง 

พร้อมได้เรียกผู้ครอบครองรถยนต์คันของกลาง มาสอบสวนปากคำเป็นพยาน เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่ขับและกระทำผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ และผลตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของผู้ต้องหา เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.