ทหารประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวที่นราธิวาส หลังใช้มา 1 วัน เนื่องจากสถานการณ์อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว เจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยกลุ่มคนร้าย


วันที่ 12 ม.ค. 69 จากกรณี พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในเวลา 21.00 น. ถึง 05.00 น. ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้ออกหนังสือประกาศที่ 30/2569 เรื่อง ยกเลิกประกาศการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457

โดยในหนังสือประกาศได้ระบุว่า ตามที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกประกาศ เรื่อง การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ลงวันที่ 11 ม.ค. 69 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส นั้น เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่ปรากฏภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จากการก่อเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด จึงให้ยกเลิกประกาศ เรื่องการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ดังกล่าว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 12 มกราคม 2569 ลงชื่อ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส

...

สำหรับความคืบหน้าทางคดีคนร้ายลอบวางระเบิดสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปั๊ม ปตท. 5 จุด ใน 5 อำเภอของ จ.นราธิวาส นั้น เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กระจายกำลังกันลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่ม ซึ่ง 1 ในนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่ปั๊ม ปตท.ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ซานีญา ออยล์ ซึ่งตั้งอยู่บ้านยาโงบือตา ม.4 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ในสภาพได้รับความเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งตัวสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะร่องรอยเลือดของกลุ่มคนร้ายจำนวนหนึ่ง ที่ตกอยู่บนพื้นภายในปั๊มน้ำมันที่หยดเป็นทางข้ามไปบนถนนหน้าปั๊ม ลงไปในพงหญ้าที่รกทึบจนพงหญ้าล้มเป็นทางยาวหลบหนีไปยังถนนอีกฝั่ง ที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่กลุ่มคนร้ายหลบหนีและคาดว่าน่าจะมียานพาหนะมาส่งและรอรับหลังก่อเหตุแล้วเสร็จ ที่เจ้าหน้าที่จะไล่แกะรอยกล้องวงจรปิดนำไปสู่การติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายได้

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีความมั่นคง ยังได้ถือโอกาสสอบปากคำพยานซึ่งเป็นยามของปั๊มน้ำมัน รวมทั้งพยานบุคคลต่างๆ เพื่อเก็บรวบรวมไว้นำไปวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น.