ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในพัทลุงเผย หลังคนในหมู่บ้านตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง 70 คดี จากการเปิดบัญชีม้า รวมความเสียหาย 21 ล้านบาท บอกเตือนแล้วให้ไปแจ้งความ-ปิดบัญชี แต่หลายคนยังนิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า จากกรณี วันที่ 9 ม.ค. 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายโรงงานบัญชีม้า เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 7 จุด ใน 3 จังหวัด คือ พัทลุง, เชียงใหม่ และ สุรินทร์ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 ราย ได้แก่ นายวิภพ อายุ 35 ปี นายเอกวิทย์ อายุ 36 ปี น.ส.ธนาภา อายุ 35 ปี และ น.ส.พสุดาภา อายุ 35 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาศาลอาญา ข้อหาร่วมเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยจับกุมนายวิภพได้ที่บ้านพักใน ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง นายเอกวิทย์ จับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง จับกุม น.ส.ธนาภาได้ที่บ้านพัก ย่าน ถ.พัฒนา ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง และ น.ส.พสุดาภา จับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจพบความเชื่อมโยงในคดีฉ้อโกงออนไลน์หลายคดีทั่วประเทศ แม้หลายคดีจะดูแยกกัน แต่กลับพบเส้นทางการเงินมุ่งสู่บัญชีธนาคารชาวบ้านในพื้นที่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เหมือนกันทั้งหมด จากข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายจัดหาบัญชีม้ารายใหญ่ มีชาวบ้านกว่า 30 คนในหมู่บ้านเดียวกันตกเป็นผู้ต้องหา ในคดีฉ้อโกงรวม 70 คดี มูลค่าความเสียหาย 21 ล้านบาท

...

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยกลุ่มคนร้ายมีรูปแบบการดำเนินงานในแบบเครือข่าย ทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้การสั่งการของตัวการใหญ่ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ คือ นายอาเหวิน โดยรูปแบบการทำงานมีลำดับขั้นตอน ชักชวนและสร้างความหวัง โดยให้นายหน้าชาวไทยลงพื้นที่ไปชักชวนชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และคนพิการในพื้นที่ อ้างว่าให้ทำงานเป็นแม่บ้านในกาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน โดยบอกว่ามีค่าจ้างทำงาน 2-3 วัน คือ 10,000 - 20,000 บาท

ต่อมาคนร้ายจะออกอุบาย ให้ชาวบ้านที่ตัดสินใจเดินทางไปทำงานเปิดบัญชีธนาคาร 5 บัญชีขึ้นไปต่อหนึ่งคน พร้อมบัตร ATM แล้วจะทำหนังสือเดินทางใช้เดินทางข้ามแดน ก่อนมีผู้ต้องหารายอื่นประสานพาเดินทางไปยังจุดนัดพบและส่งตัวให้กับตัวการใหญ่

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทันทีที่ข้ามพรมแดนไปถึงที่พัก หนังสือเดินทาง, สมุดบัญชี, ข้าวของทั้งหมดจะถูกยึดไว้ โดยให้ชาวบ้านทั้งหมดอยู่แค่ในบ้านพักตลอดเวลา และหลังจากนั้นจะให้ชาวบ้านเข้าไปในห้องทำงานเพื่อสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน ในการอนุมัติธุรกรรมการโอนเงินมูลค่าสูงจากบัญชี จนกว่าบัญชีดังกล่าวจะถูกอายัดและใช้งานไม่ได้ จะให้ชาวบ้านเดินทางกลับประเทศไทยเพราะหมดประโยชน์ ทั้งนี้ จากความเสียหายที่เกิดขึ้น บัญชีทั้งหมดถูกนำไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น การหลอกลงทุนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการหลอกยืมเงิน

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับสารภาพว่าชักชวนไปเปิดบัญชีม้า แต่ให้การปฏิเสธในเรื่องร่วมกันทำการฉ้อโกง โดยอ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชี แต่ด้วยพยานหลักฐานทั้งสลิปโอนเงิน ค่าจ้างข้อมูลการติดต่อกับตัวการใหญ่ผ่านแอปพลิเคชั่นออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง หลังตำรวจกองปราบ ระบุเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านเปิดบัญชีม้ากว่า 30 ราย รวม 70 คดี มูลค่าความเสียหาย 21 ล้านบาท โดยได้จับกุมตัวนายเอกวิทย์ ที่บ้านพักใน ม.10 ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ไปแล้วนั้น

ผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านดังกล่าว เปิดเผยว่า เบื้องต้นพอจะทราบข้อมูลการเปิดบัญชีม้าของชาวบ้านแล้ว และมีการถูกจับกุมดำเนินคดี แต่พบว่าในหมู่บ้านมีชาวบ้านอีกหลายคนที่เปิดบัญชีม้า โดยในที่ประชุมประจำเดือนของอำเภอ ทางนายอำเภอได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านออกมาเตือนชาวบ้านที่เปิดบัญชีม้า ให้ไปลงบันทึกประจำวันและยกเลิกเสีย แต่หลายคนยังไม่ดำเนินการ แม้แต่ในที่ประชุมหมู่บ้านตนก็ได้แจ้งให้ทราบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครดำเนินการ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาไปแล้ว 1 ราย และส่วนที่เหลือยังไม่พบการเคลื่อนไหวในบัญชี เลยยังไม่ถูกดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านนายเอกวิทย์ ในพื้นที่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง หลังถูกตำรวจกองปราบจับกุมตัว เบื้องต้นทางญาติและพี่สาวบอกไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น