ระนอง พบเรือบรรทุกน้ำมันพม่าลอยลำกลางแม่น้ำกระบุรี รอความชัดเจนเรื่องมาตรการระงับการส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนรถส่งน้ำมันไทยหายเกลี้ยง ไม่กล้าส่งออกน้ำมัน ขณะที่บรรยากาศชายแดนระนอง-เกาะสอง ยังเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยตัดกระแสไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงระงับการส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 5 จุด ในประเทศเมียนมา ที่เมืองเมียวดี บริเวณริมชายแดนไทยติดกับ อ.แม่สอด อ.พบพระ จ.ตาก และเมืองพญาตองซู ติดกับ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มาตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อตัดช่องทางของกลุ่มจีนเทาที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงคนได้รับความเสียหายไปทั่วโลก และกดดันให้รัฐบาลเมียนมาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง

บรรยากาศที่ จ.ระนอง ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามันและมีชายแดนติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบแพเอกชนที่ทำการขนส่งสินค้าและน้ำมันส่งออกแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ปากน้ำระนอง โดยแพแห่งนี้เป็นเพียงจุดเดียวที่สามารถขนถ่ายน้ำมันจากทั่วประเทศ เพื่อส่งไปยังจังหวัดเกาะสอง มีปริมาณวันละหลายแสนลิตร จากการสังเกตบรรยากาศโดยรวมพบว่า ที่บริเวณท่าจอดรถ ปกติจะเต็มไปด้วยรถบรรทุกน้ำมันจำนวนหลายแสนลิตรต่อวัน แต่วันนี้กลับไม่มีรถบรรทุกน้ำมันแม้แต่สักคันเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ 3 วัน ยังมีรถบรรทุกน้ำมันมารอคิวเพื่อส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัวทราบว่า ทางระนองยังไม่กล้าส่งออกน้ำมัน จึงให้รถบรรทุกน้ำมันทั้งหมดกลับไปก่อน

แต่ยังพบว่ากลางแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นแนวเขตแดนกั้นไทยระหว่างจังหวัดระนองกับจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา มีเรือบรรทุกน้ำมันจากเมียนมามาลอยลำอยู่ แต่ไม่ได้เข้ามาในเขตไทย สอบถามไปยังผู้ประกอบการเมียนมาในจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา ทราบว่าที่จังหวัดเกาะสองยังคงมีน้ำมันสำรอง แต่ยังหวั่นว่าเรื่องจะยาวกินเวลานาน จนเกิดปัญหา

ส่วนทางด้านชายแดนไทย จากการออกสำรวจพื้นที่ พบว่าแม้ยังไม่มีการลักลอบขนน้ำมันแบบกองทัพมดข้ามประเทศไปยังจังหวัดเกาะสองประเทศเมียนมา แต่หน่วยงานราชการในระนองเองที่มีหน้าที่โดยตรง เช่น ศรชล.จว.ระนอง ศุลกากรระนอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางทะเลโดยตรง ไม่ได้มีการตรวจสอบหรือออกลาดตระเวน ในน่านน้ำระหว่างระนองกับเกาะสอง ว่ามีการลักลอบขนน้ำมันแบบกองทัพมดออกจากระนองไปเกาะสองหรือไม่ เนื่องเข้าใจกันว่าเรือขนส่งสินค้าจากพม่า และเรือโดยสารระนอง-เมียนมาสามารถเติมน้ำมันในระนองได้ตามปกติ แต่คงลืมไปว่าทางฝั่งเมียนมายังคงต้องใช้น้ำมัน ทั้งเรื่องการเดินทาง การปั่นไฟฟ้าภายในจังหวัดเกาะสอง

และขณะนี้ทราบว่าทางจังหวัดระนอง มีการเรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้วแต่ข้อมูลประชุมยังไม่เป็นที่เปิดเผย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าบรรยากาศที่ท่าเทียบเรือจังหวัดระนอง-เกาะสองประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นจุดใหญ่ ในการเดินทางเข้าออกระนอง พี่น้องชาวไทยกับพี่น้องชาวเมียนมาจังหวัดเกาะสอง ทุกอย่างยังคงไปตามปกติเหมือนที่ผ่านๆ มา ยังคงมีการนำสัตว์น้ำสินค้าต่างจากจังหวัดเกาะสองเข้ามาส่งยังจังหวัดระนองตามปกติ ส่วนระนองก็ยังคงส่งสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ก่อสร้าง อาหารการกิน เครื่องใช้จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ทั้งในรูปแบบของการค้าระดับนักธุรกิจส่งออก ทุกอย่างคงเป็นไปตามปกติ มีแต่สินค้าบางตัวที่ยังเป็นปัญหา ที่ระนองยังไม่สามารถส่งออกได้ตามปกติ ซึ่งทางเกาะสองประเทศเมียนมาต้องพึ่งพาการส่งออกจากจังหวัดระนอง เพราะเป็นปัจจัยหลักๆ อีกอย่างของประชาชนชาวจังหวัดเกาะสอง

ซึ่งไทยเองในฝั่งจังหวัดระนองกำลังรอผลสรุปการประชุมจากส่วนกลางว่า จะสามารถดำเนินการส่งได้หรือไม่ ส่วนเกาะสองเองก็รอคำตอบอยู่เช่นกัน เนื่องจากใต้สุดของประเทศเมียนมา คือ จังหวัดเกาะสอง ที่อยู่ติดกับจังหวัดระนอง มีการพึ่งพาในการค้าขายกันตลอดมีการพูดกันตลอดในระดับท้องถิ่น จึงไม่ค่อยจะเกิดปัญหาต่อกัน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายทั้งระนองและเกาะสองมีการติดตามสถานการณ์และมีการประสานงานกันตลอดเพื่อไม่ให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายได้รับความเดือดร้อน