ลูกชายวัย 33 มีอาการทางประสาท นำตัวไปบำบัดรักษาหลายรอบอาการไม่ดีขึ้น ล่าสุดหนีออกจากบ้านพักคนไร้ที่พึ่งกลับมาอยู่บ้าน อาการทางประสาทกำเริบ แม่รู้ตัวบอกพ่อให้ออกไปพักอยู่ที่บ้านญาติก่อน แต่ไม่ยอมไปบอกจะขอตายอยู่บ้านหลังนี้ สุดท้ายชะตาขาดถูกลูกชายทุบด้วยกระบองดับคาที่นอน
เวลา 07.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. 67 พ.ต.ต.สุชีพ ศรีสุวรรณ สว.(สอบสวน) สภ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งพบศพนอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเลขที่ 135 หมู่ 1 บ้านคลองเทียก ต.ถ้ำพรรณรา หลังรับแจ้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ยุทธนา บริพันธ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สนอง ประมวลศิลป์ สวป. ร.ต.อ.ไพศาล ทนสังข์ถิ่น ร้อยเวรสองศูนย์ สายตรวจรถยนต์ กำลังชุดสืบสวน นพ.วุฒิศักดิ์ ปรีศักดิ์ แพทย์เวร รพ.ถ้ำพรรณรา และ กู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจถ้ำพรรณรา
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว อยู่ติดถนนสายถ้ำพรรณรา-ทานพอ ห้องครัวหลังบ้านพบศพนายศรศักดิ์ มัฏฐารักษ์ อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนมีผ้าห่มคลุมตัวตั้งแต่หน้าอกถึงปลายเท้า เจ้าหน้าที่นำผ้าห่มออกเพื่อชันสูตร พบที่ศีรษะมีบาดแผลแตกเลือดไหลซึม บริเวณข้อมือซ้ายและนิ้วมือมีแผลฉีกขาด บริเวณชายโครงซ้ายมีแผลแดงช้ำเป็นปื้นยาว 3 นิ้ว ปลายเท้าผู้ตายที่โต๊ะวางกับข้าวพบไข่เจียววางอยู่ 1 จานยังไม่ได้รับประทาน นอกจากนี้ยังพบแผงยาจำนวนมากวางอยู่ใกล้กัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่านายไกรศร หรือปานษ์ อายุ 33 ปี ลูกชายที่มีอาการป่วยทางจิตน่าจะใช้ของแข็งลงมือทำร้ายร่างกายผู้เป็นพ่อด้วยการทุบตีจนเสียชีวิต
จากการชันสูตร พบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมงเนื่องจากสภาพศพแข็ง สภาพถูกของแข็งทุบตี ทำให้ซี่โครงซ้ายหัก 2-3 ซี่ ศีรษะมีแผลแตก ลำตัวถูกทุบตีจนน่วม น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตในครั้งนี้ บวกกับผู้ตายมีรูปร่างที่ผอมและมีอายุมาก นำศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ถ้ำพรรณรา
...
ส่วนนายไกรศร ลูกชายหลังเกิดเหตุได้หายตัวไปจากบ้าน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังตามหา จนไปพบเจอ นอนแอบอยู่ที่บ้านคนรู้จักแห่งหนึ่ง ห่างจากที่เกิดเหตุไป 500 เมตร เข้าควบคุมตัวใส่กุญแจมือนำตัวมาที่โรงพัก สังเกตอาการยังดูเหม่อลอย พูดจาฟังไม่รู้เรื่องวกไปวนมา ถามอะไรก็ตอบไม่ตรงประเด็น นำตัวเข้าห้องคุมขัง เพื่อรอให้อาการทุเลาลงจึงจะนำตัวมาสอบปากคำ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี และนำตัวไปบำบัดรักษาอาการ ก่อนจะดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการีจนถึงแก่ความตาย
นางดวงใจ ไชยชาญ อายุ 65 ปี คนเป็นแม่เปิดใจกับผู้สื่อข่าวด้วยอาการเศร้าโศก ร้องไห้น้ำตานองหน้าว่า ลูกชายมีอาการทางประสาทเกิดจากการเสพยาเป็นเวลานานหลายปี ทางบ้านเคยนำตัวไปบำบัดรักษาอาการหลายครั้งก็ไม่ดีขึ้น ยาที่หมอให้มาก็ไม่กินตามเวลา จนเกิดอาการทางจิตเดินออกจากบ้านไปตามถนน แจ้งเจ้าหน้าที่ต้องมาจับตัวส่งไปรักษาที่ศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่งพื้นที่ อ.สิชล แต่ได้หนีออกมาอยู่บ้านได้ไม่ถึงเดือน ก่อนเกิดเหตุเพียง 2 วัน คนเป็นแม่สังเกตอาการของลูกชาย ว่า เริ่มพูดจาทั้งกลางวันกลางคืน เดินไปมาในบ้านไม่ยอมหลับนอน จึงไปบอกกับนายศรศักดิ์ สามี เพื่อชวนกันไปนอนพักค้างคืนที่บ้านญาติเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย นายศรศักดิ์สามีบอกกับนางดวงใจว่า จะไม่ไปไหนขอตายอยู่ที่บ้านหลังนี้ เมื่อสามีไม่ไปนางดวงใจด้วยความกลัวว่าลูกชายจะทำร้าย ได้ตัดสินใจไปนอนพักค้างคืนที่บ้านญาติเพียงคนเดียว ปล่อยให้นายศรศักดิ์สามีนอนอยู่ที่บ้านกับลูกชาย จนเช้าวันเกิดเหตุนางดวงใจกลับเข้ามาที่บ้าน พบนายศรศักดิ์สามี ถูกลูกชายทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้ไม้กระบองที่อยู่ในบ้านทุบตีเสียชีวิตคาที่นอน ส่วนลูกชายได้หายตัวไปจากบ้าน