บิ๊กเต่า เผยน้ำมันเถื่อนในเรือของกลางทั้ง 3 ลำ เหลือแค่ขับเรือได้ เชื่อน้ำมันในเรือไม่ใช่เป้าหมายการโจรกรรม เร่งสอบลูกเรือ 8 คนโยงคนสั่งการ ยอมรับ โจ้ ปัตตานี ไม่ธรรมดา ใช้เงินเป็นอาวุธ ตำรวจตามจับมานานหลุดรอดไปได้ทุกครั้ง


 

เวลา 20.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. 2567 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยหลังจากตำรวจขึ้นไปตรวจสอบบนเรือน้ำมันของกลาง 3 ลำที่เดินทางเข้าเทียบท่าที่ จ.สงขลา 

เบื้องต้น พบว่าบนเรือแต่ละลำเหลือน้ำมันเล็กน้อยแค่เพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถยืนยันเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ว่าเหลืออยู่เท่าไร โดยขนาดความลึกของถังอยู่ที่ 3.8 เมตร แต่เหลือเพียง 1 เมตร ขอเวลาให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเรือทั้ง 3 ลำ มีมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ส่วนตัวเชื่อว่า น้ำมันของกลางที่อยู่บนเรือไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของกลุ่มผู้ต้องหา เพราะสามารถขายได้เพียงลิตรละ 10 บาท มูลค่ารวม 4-5 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนน้ำมันที่สูญหายไป ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินคดี ในข้อหาลักทรัพย์ และเรือทั้ง 3 ลำก็ยังต้องถูกอายัดเป็นของกลาง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผู้เสียหาย มาแสดงตัวยืนยันเป็นเจ้าของเรือ ศาลจึงออกหมายจับในเรื่องของการลักทรัพย์ซึ่งเป็นของกลาง


ทั้งนี้ แน่ชัดว่า เหตุการณ์นี้ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ ขณะนี้สั่งการว่าต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการสอบสวนภายใน 7 วัน จากนี้ต้องมาดูว่าการบกพร่องต่อหน้าที่นั้น ทำให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด ก่อนเอาผิดตามมาตรา 157 ยืนยันว่าไม่มีละเว้น ดำเนินการขั้นเด็ดขาด   


“ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 8 คน จะถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ รวมถึงอีก 7 คนที่หลบหนี อยู่ระหว่างการติดตามตัว ซึ่งอยากฝากถึงผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ว่าอยากให้เข้ามอบตัว และให้การกับตำรวจเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำคดี ซึ่งเจ้าของเรือถือเป็นคนสำคัญ ส่วนผู้ต้องหา 28 คนในคดีที่ถูกจับก่อนหน้านี้ จะต้องส่งฟ้องไปตามกระบวนการทางกับกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมเพิกถอนการประกันตัว” 


  

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับทั้งหมดนี้ เป็นเพียงลูกจ้าง ส่วนตัวการจะสั่งงานผ่านทางโทรศัพท์ในการซื้อขายน้ำมันเถื่อนเท่านั้น ส่วนใหญ่ที่ขึ้นเรือไปเป็นลูกจ้างจะกินนอนอยู่บนเรือ โดยมีสุนัขเฝ้าเรืออยู่ด้วย และไม่ได้ติดต่อกับทางครอบครัวแต่อย่างใด ส่วนพยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงถึงเจ้าของเรือหรือผู้สั่งการ จะมีการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้งและอาจจะมีส่วนให้เป็นการเพิ่มโทษกับตัวนายโจ้ ปัตตานีในส่วนของคดีแรกที่ถูกจับก่อนหน้านี้ โดยยอมรับว่าตัวนายโจ้เองไม่ธรรมดา ใช้เงินเป็นอาวุธ ตำรวจตามจับมานานแต่หลุดรอดไปได้ทุกครั้ง