"มทภ.4" ตั้งข้อสังเกต การพูดคุยสันติสุข กลุ่ม BRN สามารถควบคุมสั่งการ กกล.ติดอาวุธได้หรือไม่ เพราะช่วงการพูดคุยลดความรุนแรง แต่กลับมีการก่อเหตุร้าย ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุทั้งวางระเบิดโรงงานไฟฟ้า โจมตีฐาน นปพ.33 ทั้งที่จะเริ่มมีการพูดคุยในวันนี้ พร้อมยอมรับข้อจำกัดหลังมีการปรับลดกำลังทหาร ตำรวจ ทำให้ไม่สามารถให้การดูแลรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่ได้
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.67 พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยว่า ได้ตั้งข้อสังเกตต่อการก่อเหตุความไม่สงบในจชต.ช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้าการพูดคุยสันติสุขที่มีขึ้นในวันนี้ที่มาเลเซีย อาจมีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน บอกถึงความขัดแย้งความเห็นต่างระหว่างตัวแทน BRN ที่ร่วมในการพูดคุยฯกับกำลังติดอาวุธใน จชต.ที่ยังเดินหน้าก่อเหตุร้ายไม่เห็นด้วยกับการใช้แนวทางพูดคุยแก้ปัญหาขัดแย้ง
"ตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา RKK กำลังติดอาวุธ BRN ยังมีการก่อเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่องใน จชต.รวมถึงการวางระเบิดวางเพลิงโรงงานไฟฟ้าชีวมวลจำนวนสองโรงในเขต อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา และ อ.แม่ลาน จว.ปัตตานี มีเป้าหมายทำลายระบบสาธารณูปโภคส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในพื้นที่ มุ่งหวังทำลายเศรษฐกิจ และเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ได้วางระเบิดโจมตีฐานปฏิบัติการ นปพ.33 บ้านกวาลอชีรา ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก จว.นราธิวาส มีจนท.ตร.บาดเจ็บ 4 นาย"
โดยเหตุความรุนแรงล่าสุดมีขึ้นก่อนการพูดคุยสันติสุขที่มาเลเซียในเช้าวันนี้ (29 เม.ย.) ระหว่างตัวแทนฝ่ายเทคนิคของ BRN กับพล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 4 ในฐานะ หน.เทคนิคของคณะพูดคุยฝ่ายไทย
พล.ท.ศานติ ตั้งข้อสงสัยต่อตัวแทน BRN ที่ไปร่วมในการพูดคุยที่มาเลเซีย สามารถควบคุมสั่งการกำลังติดอาวุธในพื้นที่ได้หรือไม่ ซึ่งในช่วงการพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมาตัวแทน BRN ได้แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอในเรื่องการลดความรุนแรงใน จชต. แต่กลับยังมีการก่อเหตุความไม่สงบจากกำลังติดอาวุธในพื้นที่ตลอดช่วงที่ผ่านมา
"คนที่ไปพูดคุยสามารถควบคุมผู้ก่อเหตุในพื้นที่ได้หรือไม่ ซึ่งในช่วงที่มีการพูดคุยที่มาเลเซียมักมีการก่อเหตุร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่ ขณะที่ในช่วงที่มีการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาทางตัวแทนบอกเห็นด้วยในเรื่องการลดสถานการณ์ความรุนแรง แต่ยังคงมีการก่อเหตุความไม่สงบ" มทภ.4กล่าว
ขณะที่ พล.ท.ปราโมทย์ และคณะทำงานฝ่ายเทคนิคของคณะพูดคุยที่นำโดยนายฉัตรชัย บางชวด รองเลขา สมช.ได้เดินทางไปมาเลเซียเมื่อวานนี้เพื่อร่วมหารือด้านเทคนิคกับ BRN ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ถึงกรอบแนวทางปฏิบัติในแผนความเข้าใจร่วมเพื่อสร้างสันติสุข หรือ JCPP (JOINT COMPREHENSIVE PLAN TOWARDS PEACE)
JCPP กำหนดรายละเอียดร่วมกันในการลดสถานการณ์ความรุนแรงในจชต. มีข้อเสนอจาก BRN ในเรื่องการปรับลดกำลังทหารใน จชต.ของทางกองทัพและข้อเสนอของฝ่ายไทยให้ BRN ลดสถานการณ์ความรุนแรงยุติการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้จะร่วมกันเดินหน้าสร้างบรรยากาศสันติสุขในพื้นที่ จัดเวทีของตัวแทนภาคประชาสังคม พูดคุยหาทางออกทางการเมืองแก้ปัญหาความขัดแย้ง
พล.ท.ศานติ ยอมรับถึงข้อจำกัดของฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร และ ตร.ไม่สามารถให้การดูแลรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่ จากข้อจำกัดที่มีหลังการปรับลดลงกำลังพลตลอดช่วงที่ผ่านมาจากความรุนแรงของสถานการณ์ที่ลดน้อยลง พร้อมเรียกร้องความร่วมมือสามัคคีบูรณาการในการทำงานร่วมกันของภาคประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ชรบ.และอส.
...
"หากทุกฝ่ายประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาความปลอดภัยในชุมชน การก่อเหตุจะทำได้ยากขึ้น จนท.ความมั่นคง ตร.ทหารและฝ่ายปกครองไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ เพราะเรามีภารกิจด้านอื่นๆด้วย ทุกภาคส่วนต้องประสานช่วยกันบูรณาการในการทำงานร่วมกัน" มทภ.4กล่าว และว่า ได้ กำชับให้ผู้นำชุมชนปรับแผนจัดวางระบบใหม่ในการกำหนดพื้นที่ที่รับผิดชอบร่วมกัน มีสถานที่อะไรที่ต้องให้ความสำคัญ มีพื้นที่ส่วนไหนที่ยังล่อแหลม ใช้กำลังภาคประชาชนมาช่วยทำหน้าที่เอาทหารตำรวจเข้ามาเสริม
"ทหาร ตร. ไม่สามารถมาดูแลในทุกโรงงานได้ เราต้องปรับแผนทำงานมาจัดเวรยาม ดึง ชรบ.อส.มา ถ้าปล่อยแต่ทหาร ตร. เราไม่สามารถดูแลได้หมด ต้องช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตาให้กันและกัน"