โจรก่อเหตุลักเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์บนถนนหลายสายของ จ.นครศรีธรรมราช ถนนสายเดียวติดไว้ 98 ต้น หายแล้ว 60 ต้น แฉวิธีโจรกรรมแค่ไม่ถึง 5 นาที ปลดนอต ถีบล้ม ชาวบ้านสุดทนจี้ ป.ป.ช.ภาค 8 เร่งสอบทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง หลังค้างคาหลายปีไม่มีความคืบหน้า
ที่ จ.นครศรีธรรมราช เสาไฟฟ้าส่องสว่างชนิดใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถูกติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีมูลค่าต้นละกว่า 6 หมื่นบาท ในหลายเส้นทางของจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในสภาพไม่สามารถใช้การได้ ชำรุดไปเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ กำลังกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับมิจฉาชีพมีการตระเวนก่อเหตุโจรกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้เป็นทรัพย์สินของทางราชการ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ หลายเส้นทางอยู่ในสภาพระเนระนาด
โดยผู้สื่อข่าวและชาวบ้านได้เข้าตรวจสอบบนถนนสายสิรินครอุทิศ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลศาลามีชัย ไปจดถนนเทิดพระเกียรติ ตำบลปากนคร มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ พบว่าในช่วงกลางคืนถนนเส้นนี้ไฟฟ้าส่องสว่างจากเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ไม่สามารถใช้การได้อย่างสิ้นเชิง และในช่วงกลางวันมองไปสองข้างทาง เสาไฟอยู่ในสภาพล้มระเนระนาด หลายจุดเหลือเพียงฐาน ส่วนตัวเสาโลหะและระบบถูกโจรกรรมไปทั้งหมด บางต้นเหลือเพียงนอตและแหวนโลหะแป้นรอง โดยชาวบ้านระบุว่าการโจรกรรมนั้นผู้ก่อเหตุทำได้โดยง่าย เพียงแค่ใช้ประแจถอดนอตยึดออก แล้วผลักหรือถีบให้ล้มไปในทิศทางที่ต้องการ เมื่อล้มแล้วสามารถปลดระบบแผงเซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้า ตัวแบตเตอรี่ และหลอดไฟไปได้อย่างรวดเร็ว หรือบางรายตัดเสาโลหะให้เป็นชิ้นส่วนไปด้วย หรืออาจมาตัดไปภายหลัง การล้มระเนระนาดของเสาเป็นภาพชินตาของผู้สัญจรผ่านไปมา และเป็นลักษณะเดียวกันแทบทุกเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่มีรถสัญจรน้อย
นายศุภวัฒน์ เยี่ยมยนต์ ชาวนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พยายามติดตามเรื่องนี้เช่นกัน แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ อย่างน่าใจหาย ปัจจุบันทราบว่าคดีการจัดซื้อจัดจ้าง อยู่ในการไต่สวนของ ป.ป.ช.ภาค 8 ผู้ถูกไต่สวนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ไม่มีความคืบหน้าหรือความเคลื่อนไหวใดๆ ทำไมเหตุใดจึงช้านักในการสอบสวนหาความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่างที่เห็น แทบทุกเส้นทางของนครศรีธรรมราชมีเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ให้นักท่องเที่ยวชม
ต่อมาผู้สื่อข่าวและนายศุภวัฒน์ได้นับจำนวนเสาที่หายไปพบว่าจากทั้งหมดมีการติดตั้งสองแนวตลอดเส้นรวมประมาณ 98 ต้น ได้หายไปแล้วมากกว่า 60 ต้น นอกจากนั้น จากการประสานกับสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 เพื่อติดตามเรื่องนี้ ปรากฏว่าช่วงเดือนมกราคมจะมีการนัดหมายเพื่อให้ข้อมูล แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่คนเดียวกันไม่สามารถติดต่อได้ สำหรับเสาโซลาร์เซลล์ทั้งหมดในโครงการเดียวกันนี้ ปัจจุบันเป็นทรัพย์สินของที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความพยายามถ่ายโอนให้กับ อปท.ในพื้นที่ติดตั้ง แต่ปรากฏว่า อปท.ปฏิเสธการรับโอน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูงในการดูแลรักษา และปัจจุบันทั้งหมดเสื่อมสภาพเกือบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ปัจจุบันมีความอึดอัดในเรื่องนี้อย่างมาก ให้ข้อมูลเพียงว่าไม่สามารถให้สัมภาษณ์ใดๆ ได้ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของ ป.ป.ช.
สำหรับโครงการเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช งบฯอุดหนุนจากรัฐบาลปี 2560 มูลค่าต้นละกว่า 65,000 บาท ถูกติดตั้งเมื่อปลายปี 2561 กว่า 2,000 ต้น กระจายบนถนน 22 สาย วงเงินกว่า 194 ล้านบาท ปัจจุบันเสื่อมสภาพใช้การไม่ได้ หลังใช้งานไปได้เพียง 2 ปีเศษเท่านั้น มีการสอบสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษในความผิดปกติของการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคา และการใช้ช่องว่างของระเบียบราชการในการกำหนดสเปก ต่อมาได้ส่งสำนวนกลับมาให้ ป.ป.ช. ปัจจุบันสำนวนการสอบสวนยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช.ภาค 8 สุราษฎร์ธานี.