ฝรั่งสวิส เข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ อ้างไม่ได้ใช้เท้าเตะ แต่เดินสะดุดแล้วเท้าไปโดนหลังแพทย์หญิงชาวไทยที่ไปนั่งชมพระจันทร์วันมาฆบูชาหน้าหาด ก่อนเรียกตำรวจมาที่บ้าน กล่าวหาอีกฝ่ายบุกรุกบ้านพักพูลวิลล่า ค่าเช่าเดือนละล้าน ส่วนเรื่องภรรยาไปด่าคู่กรณีอย่างหยาบคาย บอกถ้ายิงก็ตายฟรี และอ้างมีลูกชายเป็นนายตำรวจ ไม่มีการพูดถึง
กรณีแพทย์หญิง รพ.ชื่อดังของ จ.ภูเก็ต เข้าแจ้งความที่ สภ.ถลาง ระบุถูกชายชาวต่างชาติเจ้าของพูลวิลล่าหรูริมหาดอ่าวยามู ต.ป่าคลอก อ.ถลาง เตะเข้าที่บริเวณหลังได้รับบาดเจ็บ ขณะนั่งชมพระจันทร์ในคืนวันมาฆบูชากับเพื่อนที่บริเวณบันไดพูลวิลล่า ซึ่งคิดว่าอยู่ในพื้นที่ชายหาดสาธารณะ จนเป็นเหตุบานปลาย ภรรยาชายชาวต่างชาติเจ้าของพูลวิลล่าออกมาต่อว่าด่าทอหยาบคายต่างๆ นานา อ้างมีลูกชายเป็นตำรวจ และรู้จักกับนายตำรวจใหญ่ของ จ.ภูเก็ต และถ้ายิงแพทย์หญิงก็ตายฟรี เพราะบุกรุกพื้นที่ของพูลวิลล่า พร้อมกับจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแพทย์หญิง และเพื่อน ในข้อหาบุกรุกในยามวิกาล
ล่าสุด เมื่อค่ำวันที่ 28 ก.พ. 67 ที่ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายเดวิด ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมทนายความ ได้หอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข้าชี้แจงกับ พ.ต.ท.ปฏิวัติ ยอดขวัญ รอง ผกก.สอบสวน หลังแพทย์หญิงคนดังกล่าวเข้าแจ้งความ นายเดวิด ในข้อหาทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ โดยเป็นคลิปที่ถ่ายไว้ นายเดวิด อ้างถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของตนขณะเดินเข้าไปด้านหลังแพทย์หญิงแล้วลื่น ทำให้เท้าไปถูกด้านหลังของแพทย์หญิง จึงคิดว่านายเดวิดเตะแพทย์หญิง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวดู อ้างเป็นหลักฐานทางคดี
นายเดวิด เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านทนายความว่า ตนไม่ได้เตะคู่กรณี แต่เป็นการสะดุดแล้วเท้าไปถูกหลัง และไม่มีเจตนาที่จะไปเตะ ซึ่งทางทนายความของนายเดวิด และลูกความ ได้มีการพูดคุยข้อเท็จจริงกันมาพอสมควร ได้เห็นพยานหลักฐานต่างๆ ของนายเดวิด สามารถชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะมีการดำเนินคดีกับนายเดวิด ก็เตรียมหลักฐานในส่วนนี้ไว้แล้ว ซึ่งตนในฐานะทนายความก็ทำไปตามพยานหลักฐานว่าไม่ใช่การเตะ
ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายเดวิด ผ่านทนายความว่า จะพูดอะไรถึงแพทย์หญิงคู่กรณีหรือไม่ นายเดวิด กล่าวว่า ตนเองอยากจะแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากที่จะขอโทษที่เท้า หรือตัวไปถูกคู่กรณี และขอยืนยันว่าเป็นการสะดุดล้ม ซึ่งในฐานะทนายความคิดว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะรู้กันดีว่าเหตุการณ์มันคืออะไร ความจริงมันมีที่มาที่ไปก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อขึ้น คือก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์คนอื่นเข้ามาบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้เป็นการบุกรุก และนายเดวิดเคยให้บุคคลในวันนั้นออกไปจากบริเวณดังกล่าว ส่วนกรณีที่ภรรยานายเดวิดต่อว่าแพทย์หญิงและเพื่อน นายเดวิด หรือทนายความไม่ได้ตอบ อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ได้นัดน.ส.ธารดาว จันทร์ดำ อายุ 26 ปี แพทย์หญิงคู่กรณีเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.พ.นี้
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2567 ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ "Chaiyachot Uttamang" ได้โพสต์ข้อความว่า "#เรื่องเล่า จากแพทย์หญิงไทยถูกชายต่างชาติชาวสวิสทำร้ายบนผืนดินไทย ลูกสาวของผมผู้เป็นหมออยู่ที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นคนสุภาพและถ่อมตนเป็นปกติ เขียนข้อความออกมาจากร่างกายและจิตใจของเธอที่ถูกทำร้ายว่า...สวัสดีค่ะ ขออนุญาตขอความช่วยเหลือเพื่อกระจายข่าวเพื่อความยุติธรรมด้วยค่ะ เราถูกชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของศูนย์อนุรักษ์ช้างทำร้ายร่างกายค่ะ โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 19.30 น.เราไปกินข้าวกับเพื่อนผู้หญิงที่เป็นหมอด้วยกันที่ร้าน Taste Yamu หลังกินเสร็จก็ชวนกันไปเที่ยวหาดสาธารณะแถวใกล้บ้านบริเวณ Cape Yamu คือ ปกติไปเดินเที่ยวบ่อยเนื่องจากเป็นหาดที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด และค่อนข้างปลอดภัย ตอนเราเดินไปที่หาดกับเพื่อนเจอพี่ยามคนนึง แกก็ถามว่าเรามาดูดวงจันทร์ใช่มั้ย เพราะมันเป็นวันมาฆบูชา(ฟูลมูน) เลยตอบไปว่า ใช่ค่ะ พี่ยามก็บอกว่า ครับ เอนจอย ครับ แล้วเดินจากเราไป เรากับเพื่อนเดินดูดวงจันทร์บนชายหาดกันสักพัก รู้สึกเมื่อยและอยากนั่งพัก จึงเดินไปนั่งตรงบันไดที่ปลูกลงมาบริเวณชายหาดที่ต่อลงมาจาก วิลล่า หมายเลข 23 เพราะคิดว่าเป็นบันไดของชายหาด โดยที่เท้ายังจุ่มอยู่บนพื้นทราย
"ในขณะที่เรานั่งอยู่รู้สึกเหมือนมีใครเดินมาข้างหลัง จึงหันไปพูดกับเพื่อนว่า รู้สึกเหมือนมีคนเดินมา จากนั้นก็รู้สึกสะเทือนหนักหน่วงไปทั้งร่าง เมื่อได้สติก็ทำให้รู้ว่า เกิดจากหน้าแข้งที่กระหน่ำเตะลงมาที่กลางหลัง จากชายชาวต่างชาติตัวใหญ่น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม ในสภาพหน้าแดง เหงื่อท่วม กำลังถือโทรศัพท์เพื่ออัดวิดีโอ และสบถด่าคำหยาบออกมาสารพัด เรากับเพื่อนเลยเดินไปหาพี่ยาม บนป้อมยามบนเนินข้างบน แล้วบอกว่า “พี่คะ หนูถูกทำร้ายร่างกาย” พี่ยามก็ตกใจและพาเราไปยังหน้าวิลล่า 23 ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ฝรั่งคนนั้นแสดงอาการโกรธสบถคำด่าออกมาสารพัด จากนั้นภรรยาชาวไทยพร้อมแผงสร้อยเพชรเม็ดโตก็เดินออกมา ตอนนั้นเรากับเพื่อนแอบดีใจเพราะคิดว่าจะเคลียร์กันได้ แต่ประโยคแรกที่ภรรยาชาวไทยพูดถึงกับทำให้เรากับเพื่อนสตันท์ไป เพราะเธอบอกว่า “นี่อีดอกสองตัวนี้มานั่งอยู่หน้าบ้านกู พวกมึงรู้มั้ย ต่อให้พวกกูยิงพวกมึงตาย กูก็ไม่ผิด เพราะลูกกูเป็นตำรวจ และรู้จักนายตำรวจใหญ่ของภูเก็ต กุจะเอาพวกมึงเข้าคุกให้ได้ กูจะโทรหาท่านรองเดี๋ยวนี้” จากนั้นเธอก็โทรหาตำรวจยศใหญ่ของเธอว่าให้ส่งตำรวจมา
ผ่านไปประมาณ 15 นาที มีตำรวจ 2 คนเดินมา คนหนึ่งแต่งตัวนอกเครื่องแบบ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นตำรวจในเครื่องแบบ ตำรวจหนุ่มทั้งสองพยายามมาเจรจาเคลียร์เรื่อง หลังจากที่ตำรวจมาคุยกับเรา เราก็บอกกับตำรวจว่า เราถูกทำร้ายร่างกาย ชายชาวต่างชาติก็มาพูดกับเราว่า “อ๋อเป็นชนพื้นเมือง เป็นคนไทยเหรอ รู้มั้ยชั้นไม่ได้จ่ายค่าเช่าวิลล่าเดือนละล้านบาท มาให้พวกมึงนั่งหน้าบ้านกู” เราก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร หลังจากนั้นตำรวจก็เดินมาพูดกับเราว่า ตอนนี้มันผิดกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเราเป็นคนบุกรุกมีโทษหนักกว่าต้องติดคุก 4 ปี ฝ่ายเขาแค่ทำร้ายร่างกายจ่ายเงินก็จบ เราเลยช็อกไป ตำรวจนายหนึ่งบอกว่าต้องเคลียร์ให้ยอมความกันให้ได้ จะได้ไม่ต้องถึงโรงพัก เราจึงเสนอให้ 3 ทางเลือก คือ 1. ต่างคนต่างขอโทษแล้วจบ 2. ต่างคนต่างไม่ขอโทษแล้วจบ 3. ไปคุยกันที่โรงพัก ฝั่งนู้นเค้าบอกว่า “#เราขอโทษฝรั่งได้_แต่ฝรั่งจะไม่ขอโทษเรา #และเราจะต้องติดคุก”
...
หลังจากนั้นเราจึงไปแจ้งความที่ สภ.ถลาง หลังจากแจ้งความ เราได้ทราบชื่อของชาวต่างชาติคนนี้ซึ่งทำให้เราช็อกมาก เพราะชายคนนี้เป็นชาวสวิส เป็นเจ้าของมูลนิธิที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือช้าง ที่เคลมว่าเค้าจะปกป้องดูแลช้างและไม่ทำร้ายช้าง แต่เค้าทำร้ายผู้หญิงค่ะ! รบกวนขอความยุติธรรมกับเรื่องนี้ด้วยนะคะ เพราะอีกฝั่งเป็นชาวต่างชาติที่มีอิทธิพลในภูเก็ต มีข้อสังเกตว่ามีตำรวจยศใหญ่คอยช่วยเหลือดูแลอยู่เบื้องหลัง และเราคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น #ไม่สมควรมีคนไทยคนไหนโดนชาวต่างชาติทำร้ายร่างกาย #คนไทยผู้เป็นสุจริตชน #ผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินไทยค่ะ จาก #ผู้หญิงไทยคนหนึ่งผู้ถูกชายชาวต่างชาติคนหนึ่งทำร้าย (28 กุมภาพันธ์ 2024) จากนั้นได้มีเพจต่างๆใน จ.ภูเก็ตต่างแชร์โพสต์ดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์
บ่ายวันเดียวกัน (28 ก.พ. 2567) ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปจำนวน 2 คลิปจากแพทย์หญิงอายุ 32 ปี ซึ่งเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ประจำคลินิก รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต โดยในคลิปเป็นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันเกิดเหตุ ซึ่งรายละเอียดเป็นไปตามที่เฟซบุ๊กของคุณพ่อหมอได้ลงรายละเอียดไว้ โดยยังคงเน้นย้ำในการขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนทุกแขนง เนื่องจากภรรยาชาวต่างชาติ (ทราบชื่อชาวต่างชาติคือ Mr.Urs Beat Fehr อายุ 45 ปี สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์) ที่เป็นคนไทยได้อ้างว่ามีลูกชายเป็นตำรวจ และรู้จักกับนายตำรวจใหญ่ของ จ.ภูเก็ต ซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้แจ้งความไว้กับ พ.ต.ท.ปฏิวัติ ยอดขวัญ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป.