ตร.บุกรวบหนุ่มวิน จยย.หื่น จับจิ๋มแหม่มเมืองเบียร์ จน นทท.สาวต้องกระโดดลงจากรถ แต่ยังปากแข็ง อ้างไม่ได้ทำ แต่ร่ำไห้ตลอด เสียใจที่ถูกกระทำ โดยเจ้าทุกข์สามารถชี้ตัวผู้ต้องหาได้ถูกต้อง
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 26 ก.พ. 67 พ.ต.ท.ทัพไทย ลีลานนท์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต และชุดสืบสวน ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 จับกุมนายพงศ์พัฒน์ คล้ายทองคำ อายุ 19 ปี บ้านเดิมอยู่ที่หมู่ 4 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ภายในบ้านเช่าสุรินทร์ซอย 2 ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังเชื่อว่าก่อเหตุลวนลามนักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมัน วัย 37 ปี ขณะพาผู้เสียหายจากบริเวณแยกธนาคารชาร์เตอร์ ถนนพังงาตัดถนนเทพกระษัตรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กชื่อดังของจังหวัด และเป็นย่านเมืองเก่าภูเก็ต โดยผู้เสียหายได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่โรงแรมโฟโต้ ริมหาดเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมือง เมื่อช่วงใกล้รุ่งเช้าของวันเดียวกัน
โดยขณะที่ผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.รับจ้างมาเพียงลำพัง นายพงศ์พัฒน์ได้เอื้อมมือไปจับอวัยวะเพศของผู้เสียหาย และยังเอื้อมมือไปจับมือผู้เสียหายให้มาจับอวัยวะเพศของตัวเอง จนทำให้ผู้เสียหายต้องกระโดดลงจากรถ จยย. ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้มีพลเมืองดีผ่านมาพบ และนำผู้เสียหายไปส่งยังโรงแรมที่พัก พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตเข้าให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ. และรับแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุดังกล่าว
โดยชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต และชุดสืบสวน ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 ได้ร่วมกันขยายผลสืบหาตัววิน จยย.รับจ้างคันดังกล่าว จากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่นายพงศ์พัฒน์ขี่ไปส่งผู้เสียหาย ประกอบกับหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ การตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์มือถือที่นายพงศ์พัฒน์โทรไปยังโรงแรมโฟโต้ ซึ่งเป็นที่พักของผู้เสียหายเพื่อสอบถามเส้นทาง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าชื่อที่จดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เป็นชื่อแม่เลี้ยงของนายพงศ์พัฒน์ จนเป็นที่มาของการจับกุมนายพงศ์พัฒน์ได้ในที่สุด
เบื้องต้นนายพงศ์พัฒน์ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลวนลามหญิงสาวชาวต่างชาติดังกล่าว ขณะเดียวกันตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตได้ไปรับตัวผู้เสียหายที่โรงแรมที่พัก เพื่อมาชี้ตัวคนขี่รถ จยย.รับจ้างคันดังกล่าว ซึ่งสามารถชี้ตัวนายพงศ์พัฒน์ได้อย่างถูกต้อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผู้เสียหายรอชี้ตัวนายพงศ์พัฒน์ ต่างร้องไห้ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำนายพงศ์พัฒน์เพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อหาต่อไป.