ฝนถล่มนราธิวาส 3 วัน 3 คืน ตกต่อเนื่อง ท่วมแล้ว 9 อำเภอ น้ำเซาะตอม่อสะพาน ส่งผลให้รถไฟขึ้น-ล่อง 14 ขบวนต้องหยุดวิ่ง ชาวบ้านตันหยงมัส อ.ระแงะ เจอน้ำท่วมหนักสุดรอบ 40 ปี ขอความช่วยเหลือเร่งด่วน บางบ้านมีเด็กคนแก่อยู่ด้วย ยังออกมาไม่ได้
วันที่ 25 ธ.ค. ฝนที่ตกหนักติดต่อมาตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 24 ธ.ค.66 เป็นเวลา 3 วัน จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุด ฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนมีน้ำท่วมขังในภาพรวมทั้ง 13 อำเภอแล้ว ประกอบด้วย แว้ง จะแนะ ระแงะ สุไหงปาดี ศรีสาคร เจาะไอร้อง ยี่งอ รือเสาะ บาเจาะ สุคิริน ตากใบ สุไหงโก-ลก และเมืองนราธิวาส และยังมีถนนสายหลักและถนนภายในหมู่บ้านมีน้ำท่วมขังสูง บางสายยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และยังมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั้ง 3 เขต มีน้ำท่วมขังจำนวนหลายโรง ที่ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนเป็นการฉุกเฉิน
ในช่วงคืนที่ผ่านมา พ.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแยม ผบ.ฉก.ทพ.45 และเจ้าหน้าที่ทหารพราน ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชน ด้วยการขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นหนีน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ตันหยงมัส ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 7 ลุยน้ำที่มีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 80 ซม. และไหลเชี่ยว ไปให้การช่วยเหลือประชาชนที่บ้านต้นตาล ม.2 ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ ในส่วนของ พ.อ.สิทธิชัย บำรุงเขต ผบ.ฉก.ทพ.46 ระดมเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือประชาชน บ้านท่าเรือ ม.2 ต.รือเสาะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ผลพวงของสภาวะฝนตกหนักและต่อเนื่อง ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก ส่งผลทำให้แม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนราและแม่น้ำโก-ลก มีปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมทำให้แม่น้ำทั้ง 3 สายล้นตลิ่ง ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน โดยแม่น้ำสายบุรีมีปริมาณล้นตลิ่งสูง 3.38 เมตร แม่น้ำบางนรามีปริมาณล้นตลิ่งสูง 1.88 เมตร และแม่น้ำโก-ลก มีปริมาณล้นตลิ่งสูง 0.79 เมตร
นอกจากนี้ ขบวนรถไฟที่วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ปลายทางสถานีรถไฟต่างๆ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง จำนวนทั้งสิ้น 14 ขบวน ต้องหยุดให้บริการประชาชนเป็นการฉุกเฉิน เนื่องจากเส้นทางขาดที่บ้านกำปงปาเร๊ะ ม.8 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกัดเสาะจนตอม่อของสะพานรถไฟทรุดตัว ส่วนผู้ใช้บริการรถด่วน รถเร็ว ขบวนสุไหงโก-ลก ปลายทางสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ จะให้บริการต้นทางปลายทางจากสถานีรถไฟยะลา และขนถ่ายผู้โดยสารโดยรถยนต์ สำหรับรถไฟขบวนท้องถิ่น จะเริ่มวิ่งและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟยะลาเท่านั้น
ทั้งนี้ ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 22-24 ธันวาคม 2566 เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยใน จ.นราธิวาส มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 9 อำเภอ 44 ตำบล 196 หมู่บ้าน 9,558 ครัวเรือน 37,901 คน 4 ชุมชน โรงเรียน 11 แห่ง ปศุสัตว์ (แพะ) 2 ตัว รายงานประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2566 เวลา 20.00 น. อำเภอแว้ง จำนวน 6 ตำบล 17 หมู่บ้าน 972 ครัวเรือน 3,726 คน โรงเรียน จำนวน 3 แห่ง, อำเภอสุคิริน จำนวน 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน 213 ครัวเรือน 706 คน, อำเภอจะแนะ จำนวน 4 ตำบล 27 หมู่บ้าน 2,115 ครัวเรือน 9,626 คน โรงเรียน จำนวน 1 แห่ง, อำเภอระแงะ จำนวน 7 ตำบล 44 หมู่บ้าน 2,073 ครัวเรือน 8,087 คน โรงเรียน จำนวน 7 แห่ง, อำเภอสุไหงปาดี จำนวน 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน 436 ครัวเรือน 1,712 คน 4 ชุมชน, อำเภอศรีสาคร จำนวน 6 ตำบล 15 หมู่บ้าน 327 ครัวเรือน 728 คน ปศุสัตว์ (แพะ) 2 ตัว, อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 2 ตำบล 10 หมู่บ้าน 337 ครัวเรือน 1,220 คน, อำเภอยี่งอ จำนวน 6 ตำบล 37 หมู่บ้าน 2,755 ครัวเรือน 11,020 คน และ อำเภอรือเสาะ จำนวน 4 ตำบล 23 หมู่บ้าน 330 ครัวเรือน 1,076 คน
ชาวบ้านบ้านตือเงาะห์ ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เมื่อกลางดึก น้ำจากเทือกเขาในพื้นที่ได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ภายในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง แต่ปริมาณน้ำที่มาก ทำให้บางส่วนไม่สามารถขนย้ายได้ทัน ข้าวของเสียหายจำนวนมาก และขณะนี้ฝนยังตกต่อเนื่องและน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เส้นทางภายในหมู่บ้าน รถใหญ่ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ความสูงของระดับน้ำอยู่ที่ 1-2 เมตร บ้านบางหลังน้ำท่วมถึงหลังคาบ้าน ซึ่งปริมาณน้ำฝนเช่นนี้ ถือว่า ท่วมหนักที่สุดในรอบ 40 ปี หลายครัวเรือนอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือได้ เดือดร้อนกว่า 50 ครัวเรือน และกังวลว่าฝนที่ตกต่อเนื่องจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำเรือออกช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากมีทั้งเด็กและผู้ป่วยติดเตียงอยู่ด้วย
ส่วนจ.สงขลา วันที่ 25 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยที่มีกำลังแรง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเล จ.สงขลา โดยคลื่นได้ซัดกระหน่ำถนนเลียบชายทะเล บ้านบ่ออิฐ หมู่ 8 ตำบลเกาะแต้ว อ.เมือง สงขลา เป็นถนนที่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้สัญจรทุกวัน ระยะทางเกือบ 100 เมตร คลื่นที่มีความรุนแรงซัดดินทรายใต้ท้องถนนตลอดเวลา หากคลื่นแรงอย่างนี้อีกไปซัก 2 วัน อาจจะถึงบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ข้างถนนดังกล่าว
นายเจ๊ะมะแอ การดี กล่าวว่า คลื่นซัดดินทรายถึงที่รั้วบ้านแล้ว จึงขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่รีบมาแก้ปัญหา อยากให้นำหินขนาดใหญ่มาถมเพื่อป้องกันคลื่นกัดเซาะก่อนจะเซาะถึงบ้านตนกับอีก 9 หลังคาเรือน จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ประกาศเตือนคลื่นลมในอ่าวไทย มีกำลังแรง อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-4 เมตร
...