เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี แจงละเอียดยิบ โครงการก่อสร้างหอนาฬิกา งบประมาณ 6,780,000 บาท เป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นราคากลางที่ไม่สูง ชี้ บางจังหวัดก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท หลังถูกชมรมSTRONGต้านทุจริต จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ...

จากกรณี ชมรมSTRONGต้านทุจริต จังหวัดสุราษฎร์ธานี โพสต์รูปภาพและข้อความ โครงการก่อสร้างหอนาฬิกาของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยประชาชนต่างตั้งข้อสังเกตในประเด็นราคาที่สูงผิดปกติ ไม่ใช่งานปั้นมือ แต่เป็นงานเอาแบบสำเร็จมาประกอบ จนมีประชาชนมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ประกอบกับทางสื่อทีวีและสื่อออนไลน์นำไปเสนอตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ตั้งหอนาฬิกาดังกล่าว ซึ่งอยู่ที่ถนนภัคดีอนุสรณ์ ต.ตลาด หรือบริเวณลานสะพานนริศ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบว่ามีป้ายโครงการระบุราคาการก่อสร้าง โดยเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี งบประมาณประจำปี 2565 ในราคา 6,780,000 บาท โดยมีประชาชนที่ผ่านไปมาแวะมาดู 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้ นายเอกสิทธิ์ สังหอ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมการก่อสร้าง และนายนำศักดิ์ ไทยถาวร สถาปนิกชำนาญการพิเศษ ผู้ออกแบบ ได้ชี้แจงรายละเอียดต่อผู้สื่อข่าว โดยทั้งคู่ได้อธิบายว่า 

คณะผู้บริหารเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ได้มีแนวนโยบายในการก่อสร้าง “หอนาฬิกา” ในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ หรือสร้างอัตลักษณ์ของเมือง เพื่อสร้างจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว หรือเป็นจุดนัดพบของประชาชน มีนาฬิกาบอกเวลาที่ได้มาตรฐาน และเป็นไปตามแนวนโยบายของคณะผู้บริหารฯ ที่แถลงต่อสภาเทศบาลนคร สุราษฎร์ธานี ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย 9 นครต้นแบบ คือ “นครน่าเที่ยว” 

...

แนวคิดการออกแบบ “หอนาฬิกาเมืองคนดี รูปแบบศรีวิชัย” ให้มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถบอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ออกแบบจึงได้ออกแบบผ่านประติมากรรม ประกอบเรือนธาตุชั้นที่ 1 หอนาฬิกา ทั้งสี่ทิศ ดังนี้

ด้านทิศเหนือ ประติมากรรม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นด้านซึ่งมีที่ตั้งของพระบรมธาตุไชยา เป็นที่ค้นพบหลักฐาน เป็นประติมากรรมสำริดส่วนองค์ท่อนบนของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะศรีวิชัย ค้นพบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เป็นหนึ่งในประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่สวยงามและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย ได้รับสมญานามว่า “ประติมากรรมที่ชำรุด แต่สวยที่สุดในสยาม”

ด้านทิศใต้ ประติมากรรม ยอดพระธาตุศรีสุราษฎร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นพระธาตุเจดีย์ 1 เดียว ที่ประดิษฐานในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนยอดเขาท่าเพชร ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ประมาณ 8 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงนมัสการเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2502 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นครั้งแรก ปัจจุบันทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดงานประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร เป็นประจำทุกปี และเป็นพระธาตุเจดีย์ 1 เดียวในประเทศไทยที่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์

ด้านทิศตะวันออก ประติมากรรม หน้าบันอุโบสถ และทวารบาลอุโบสถวัดพัฒนาราม พระอารามหลวง พระอุโบสถวัดพัฒนา สร้างเมื่อพุทธศักราช 2439 โดยหลวงพ่อพัฒน์ นารโท อดีตเจ้าอาวาสพัฒนาราม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เคารพศรัทธาของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสวยงาม แสดงพุทธประวัติ และวิถีชีวิตของชาวบ้านดอน กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2544 ซึ่งห่างจากหอนาฬิกามาทางทิศตะวันออกประมาณ 700 เมตร

ด้านทิศตะวันตก ประติมากรรม หัวพญานาคสามเศียร และฉัตรเบญจาห้าชั้น มีพระจันทร์วันแรม 1 ค่ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เรือพนมพระและเรือพระทางสายน้ำตาปี ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นิยมออกแบบทำหัวเรือหรือโขนเรือเป็นรูปพญานาค ลำเรือประดับด้วยราชวัตร ฉัตร ธง ที่มีเอกลักษณ์ ได้สื่อถึงงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็นงานบุญออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ตลอดแนวถนนบ้านดอนด้านทิศตะวันตกของหอนาฬิกาเป็นจุดจอดเรือพนมพระ เพื่อให้พี่น้องพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ได้ร่วมทำบุญไม่ต่ำกว่า 100 วัดในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มารอรับให้ได้ทำบุญหยอดเรือพระ รับน้ำพระพุทธมนต์ และรับสายมงคลข้อมือ 

การออกแบบลวดลาย เส้นสายลายไทยประยุกต์ บริเวณฐานด้านล่างประติมากรรม ได้ประดับลายให้มีดอกบัวผุด ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างเอกลักษณ์ของลายไทยให้ลงตัวเหมาะสม ใต้ซุ้มจรนำชั้นที่ 1 ประดับด้วยตราสัญลักษณ์เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ใต้ซุ้มจรนำชั้นที่ 2 ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นาฬิกาได้ออกแบบกำหนดชนิด 4 หน้าปัด 4 ด้าน ชนิดมีตัวเรือน หน้าปัดนาฬิกาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.00 เมตร บอกเวลาตรงกันทั้งสี่ด้าน เทียบเวลาโดยให้สามารถเชื่อมต่อเวลามาตรฐานโลก GMT (Greenwich Mean Time) พร้อมออกแบบโปรแกรมส่งสัญญาณบอกเวลา แบบนาฬิกา Big-ben, เสียงเพลงชาติ และกลไกสำหรับตีระฆัง และเครื่องควบคุมกระแสไฟฟ้าตก หรือไฟเกิน ขนาด 1,000 VA.

ระฆัง(สัมฤทธิ์) ประจำหอนาฬิกา ต้องการให้เป็นระฆังไทยที่มีเสียงดังกังวาน ออกแบบและสร้างหล่อเป็นหนึ่งเดียวในโลก มีการออกแบบวาดลายไทย สอดใส่สัญลักษณ์ที่เป็นโลโก้ของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และวางระบบกลไกบังคับในการเคาะตีระฆังโดยอัตโนมัติ สอดคล้องกับการบอกเวลา

...

ระบบแสงสี ได้ออกแบบประดับไฟให้สามารถเล่นไฟสลับเปลี่ยนสีได้หลากสี ตามจังหวะไปตามเสียงเพลงประจำจังหวัดในเวลาที่กำหนด ช่วยเพิ่มสีสันให้กับหอนาฬิกาในเวลากลางคืนให้มีความโดดเด่น สวยงาม เป็นแลนด์มาร์กของนครสุราษฎร์ธานี 

การออกแบบก่อสร้างหอนาฬิกาได้นำสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) เข้ามาช่วยในการกำหนดสัดส่วนภาพรวมของโครงการ เพื่อให้สัดส่วนของอาคารมีความสวยงามลงตัวตามทฤษฎีศิลปะสากลผสมผสานกับวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยแบบประเพณีนิยม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นที่น่าภาคภูมิใจกับท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งประโยชน์กับทางราชการและจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป

การออกแบบสถาปัตยกรรม

กระบวนการออกแบบและพัฒนาแบบดำเนินไปตามขั้นตอน หลักการ และวิธีการออกแบบทางสถาปัตยกรรมไทย ได้แก่ “พื้นที่ รูปทรง และเครื่องประกอบ” 

หลักขั้นตอนจากแปลนพื้น ส่งให้รูปทรงมีจังหวะ และเอกภาพในทางตั้ง ก่อรูปทรงขึ้นทางแนวตั้งตามแบบลักษณะอาคารเครื่องยอด หรือกุฎาคาร ประกอบด้วย

1. ส่วนฐาน

2. ส่วนเรือนธาตุ 1

3. ส่วนเรือนธาตุ 2

4. ส่วนเรือนธาตุ 3 

5. ส่วนยอด

มีรายละเอียด ดังนี้

1) ส่วนฐาน ออกแบบให้มีความเรียบง่าย เพื่อฐานหรือชั้นแบบเครื่องก่อขนาดใหญ่เพียงชั้นเดียว ทำเป็นแท่นยกพื้นสูง สำหรับรองรับหรือเสริมให้อาคารนั้นๆ มีคุณค่าสง่างามขึ้นจากพื้นลานโดยรอบ จึงออกแบบสถาปัตยกรรมส่วนฐานเป็นลักษณะฐานเขียง คือ ฐานที่อยู่ชั้นล่างสุดรองรับฐานชั้นต่างๆ ไม่มีลวดลายประดับตกแต่ง บางทีเรียก เขียง หรือชั้นเขียง ฐานหน้ากระดาน ชั้นหน้ากระดาน และมุมทั้งสี่ประดับด้วยเสาประทีปจำนวน 4 เสา เพื่อเป็นโคมไฟส่องสว่างและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม

...

2) ส่วนเรือนธาตุ แบ่งเป็นส่วนเรือนธาตุ 3 ส่วน ประกอบด้วย 

2.1) ส่วนเรือนธาตุ 1 การออกแบบพื้นที่ให้มีลักษณะเป็นห้องซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในเป็นห้องควบคุมระบบต่างๆ ของอาคาร มีประตูเข้า-ออก 1 ด้าน และบันไดสำหรับขึ้นไปบำรุงรักษาอาคาร สถาปัตยกรรมเรือนธาตุ 1 ส่วนประกอบเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) คั่นด้วยบัวลูกแก้วอีกชั้นหนึ่ง รองรับเรือนธาตุ 2 ออกแบบซุ้มทรงจตุรมุข ด้านทิศตะวันออกเป็นประตูสำหรับเข้า-ออก ประกอบลวดลายอีกสามด้านเป็นลักษณะอย่างซุ้มจระนำ มีซุ้มหน้าบันและซุ้มช่องผนังตันประดับลวดลายปูนปั้น โดยส่วนเรือนธาตุโดยรวมเรียบ วางสอบเข้าเล็กน้อย

2.2) ส่วนเรือนธาตุ 2 การออกแบบพื้นที่มีลักษณะเปิดโล่งทั้ง 4 ด้าน เพื่อติดตั้งองค์ระฆังสำริดหล่อพร้อมระบบเคาะระฆังอัตโนมัติที่จะสัมพันธ์กับระบบเวลาของนาฬิกาหอ สถาปัตยกรรมเรือนธาตุ 2 เป็นจุดศูนย์กลางของสัดส่วนอาคารทั้งหมดบริเวณกึ่งกลางหน้ากระดานบนรับซุ้ม ส่วนประกอบมีลักษณะเป็นฐานปัทม์ รองรับเรือนธาตุ 3 เสาลอย รับมุข ทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มหน้าบันประดับลวดลายปูนปั้น โดยส่วนเรือนธาตุโดยรวมเรียบ วางสอบเข้าเล็กน้อย

2.3) ส่วนเรือนธาตุ 3 การออกแบบพื้นที่มีลักษณะผนังทึบ เพื่อติดตั้งนาฬิกาหอ 4 ด้าน สถาปัตยกรรมเรือนธาตุ 3 ส่วนประกอบมีลักษณะเป็นฐานปัทม์ รองรับชั้นหลังคาส่วนยอด มีมุขประดับลวดลาย ทั้ง 4 ด้าน ลักษณะอย่างซุ้มจระนำไม่มีหน้าบัน โดยส่วนเรือนธาตุโดยรวมเรียบ วางสอบเข้า

3) ส่วนยอด แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนหลังคา และส่วนเครื่องยอด โดยส่วนหลังคาเป็นทรงมณฑป ส่วนเครื่องยอดออกแบบมาจากการจับหลักของรูปปริมาตรของเจดีย์ทรงเอวคอดศิลปะศรีวิชัย มาเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมไทยโดยที่ นำมาลดทอนสัดส่วนให้พอดีกับทรงเครื่องยอด พร้อมด้วยยอดบริวาร ที่วางตัวบนกึ่งกลางหลังคาทั้ง 4 ด้าน

...

พร้อมยืนยันว่าการประมูลการก่อสร้างจำนวนเกือบ 6.8 ล้านบาท เป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นราคากลางที่ไม่สูง ซึ่งในบางจังหวัดก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท

ในขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวต่างบอกว่าชอบที่เทศบาลได้ดำเนินการก่อสร้างหอนาฬิกาเป็นสถานที่เชิดหน้าชูตาของชาวเมืองสุราษฎร์ธานี

เมื่อถามถึงราคาการก่อสร้าง 6 ล้านเศษ ชาวบ้านก็บอกว่าไม่น่าจะแพง และสถานที่ก็เหมาะสม.